Skip to content

สรกล อดุลยานนท์ : ท่องเที่ยว-ทุเรียน

21 มี.ค. 2565 | 19:11น.
สรกล อดุลยานนท์ : ท่องเที่ยว-ทุเรียน
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยซบเซามา 2 ปีกว่าแล้ว หลังเจอวิกฤตโควิด

นักท่องเที่ยวต่างชาติหายวับไปกับตา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นตลาดใหญ่ของไทย

จะหวังพึ่งพาการท่องเที่ยวในประเทศก็ไม่ไหว เพราะขนาดของธุรกิจท่องเที่ยวของเราใหญ่มาก

จำนวนนักท่องเที่ยวไทยแค่หยิบมือเดียว

และส่วนใหญ่กำลังซื้อต่ำ เพราะเศรษฐกิจไม่ดีมาหลายปี

ตอนนี้รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศจริงจัง แต่ดูเหมือนว่านักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทยยังไม่กลับมา

เพราะรัฐบาลจีนยังไม่ยอมปล่อยให้คนจีนออกมาเที่ยวต่างประเทศ

เขากลัวโควิด

จีนสั่งให้ทุกเมืองขยายแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ และกระตุ้นให้ “จีนเที่ยวจีน” ตั้งแต่เกิดโควิด

จนถึงวันนี้นโยบายก็ยังไม่เปลี่ยน

การท่องเที่ยวไทยที่พึ่งพาจีนอย่างมาก จึงต้องร้องเพลง “รอ” ต่อไป

ไม่รู้ว่าเมื่อไร นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมา

นอกจากเรื่องท่องเที่ยวที่ไทยพึ่งพาจีนเป็นหลักแล้ว

“ทุเรียน” ก็เช่นเดียวกัน

วันนี้ตลาดส่งออกทุเรียนของไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด

เชื่อไหมครับว่าเมื่อปีที่แล้ว ยอดส่งออกทุเรียนสูงถึงปีละ 1 แสนล้านบาท

ใน 1 แสนล้านบาท เราส่งออกไปจีน และฮ่องกง ถึงประมาณ 80%

อย่าแปลกใจที่คนไทยจะบริโภคทุเรียนแพงมาหลายปีแล้ว

ไม่มีแล้วที่จะซื้อหมอนทองกิโลละ 40-50 บาท

และอย่าแปลกใจที่คนจะแห่ปลูกทุเรียนกันทั่วประเทศ

ตอนนี้ทุเรียนไม่ได้ปลูกเฉพาะภาคใต้ และภาคตะวันออกเท่านั้น

แต่กระจายไปทั้งภาคอีสาน และเหนือ

ปี 2565 เฉพาะในภาคตะวันออกที่กำลังจะตัดได้ภายใน 1-2 เดือน ผลผลิตทุเรียนเพิ่มจาก 500,000 ตัน ในปี 2564 เป็น 740,000 ตัน

เพิ่มขึ้น 240,000 ตัน

หรือประมาณ 50%

ทั้งหมดพึ่งพาการส่งออกไปจีนแต่เพียงผู้เดียว

แต่จากสถานการณ์วิกฤตโควิด จีนมีนโยบายหลัก คือ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเป็น 0 ทำให้การส่งออกสินค้าไปจีนมีปัญหา

ด่านทั้งหลายจะตรวจอย่างละเอียด รถบรรทุกต้องจอดรถรอหน้าด่านหลายวัน

ตามปกติไทยจะใช้การขนส่งทางรถผ่านเวียดนามเข้าจีน เพราะต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งทางเครื่องบินมาก ประมาณ 3 เท่าตัว

พอเจอปัญหาเรื่องการตรวจเข้มที่ด่านของจีนเข้า ชาวสวนทุเรียนก็เดือดร้อนสิครับ

พยายามเร่งให้รัฐบาลไทยเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

เพราะ “ลำไย” เคยเจอมาแล้ว

ของเน่าหน้าด่านไม่รู้เท่าไร

ราคาขายในประเทศจึงตกวูบ

ชาวสวนทุเรียนจึงออกมากดดันรัฐบาล อยากรู้ว่าเจรจาถึงไหนแล้ว

ล่าสุด รองโฆษกรัฐบาลก็ออกมาแถลงว่า กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ได้คุยกับรัฐบาลจีนเรื่องนี้แล้ว

มีข้อหารือหลายเรื่อง

1) ขอให้ล้งไทยที่ผ่านกระบวนการอบรมหลักสูตร “ล้งปลอดโควิด-19” มี GMP Plus รับรอง เพื่อให้ผ่านด่านจีนได้โดยไม่ต้องเปิดทุกตู้

2) การขนส่งบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว โดยการปิดตู้ที่ประเทศลาว และส่งไปคุนหมิง โดยไม่ต้องแวะตรวจที่ด่านโมฮาน เพื่อให้สามารถส่งทุเรียนและผลไม้เศรษฐกิจอื่น ๆ ทางรางได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้

3) เสนอให้มีการประชุมหารือกับประเทศจีน ลาว และเวียดนาม เพื่อตกลงมาตรการร่วมกันเรื่อง protocol ในการเปิด-ปิดด่านชายแดนต่าง ๆ

4) เสนอให้ด่านมี Green Lane สำหรับผลไม้ไทยเป็นการเฉพาะชาวสวนฟังแถลงจบก็ดูดีนะครับ

แต่สำหรับนักข่าว พอฟังจบก็รู้เลยว่า เรื่องยังไม่จบ

เพราะยังอยู่ในระดับ “หารือ” กับทางจีน รัฐบาลจีนยังไม่ได้เห็นชอบกับข้อเสนอนี้

ทุกอย่างยังอยู่บนโต๊ะเจรจา ไม่ใช่ภาคปฏิบัติ

ถ้าดูจากความหวาดกลัว “โควิด” ของจีนแล้ว เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

คงต้องลุ้นล่ะครับว่า รัฐบาลจีนจะยอมเปิดด่านให้ไทยเป็นพิเศษหรือไม่

ถ้ายอม การส่งออกทุเรียนไทยปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง

ทุเรียนที่บริโภคในประเทศราคาคงจะยังสูงเหมือนเดิม หรืออาจสูงกว่าเดิม

รู้ไหมครับว่า ทุเรียนที่ล้งจีนรับซื้อในวันนี้ราคาเท่าไร

พันธุ์กระดุม ที่เป็นทุเรียนเบาออกเร็ว กิโลกรัมละ 250 บาทครับ

ราคาเท่ากับหมอนทองเลย

ตอนนี้การส่งออกยังไม่มีปัญหา แต่อีก 2 เดือนข้างหน้าสิครับ ที่ผลผลิตทะลักออกมา

วันนั้นจะเป็นของจริง

แต่จะเป็น “นรก” หรือ “สวรรค์” ก็ไม่รู้

ครับ ถ้ารัฐบาลจีนไม่เปิดด่านให้เป็นพิเศษ

รับรองคนไทยได้กินทุเรียนกิโลละ 40 บาทแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ Market-think