คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยซบเซามา 2 ปีกว่าแล้ว หลังเจอวิกฤตโควิด
นักท่องเที่ยวต่างชาติหายวับไปกับตา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นตลาดใหญ่ของไทย
จะหวังพึ่งพาการท่องเที่ยวในประเทศก็ไม่ไหว เพราะขนาดของธุรกิจท่องเที่ยวของเราใหญ่มาก
จำนวนนักท่องเที่ยวไทยแค่หยิบมือเดียว
และส่วนใหญ่กำลังซื้อต่ำ เพราะเศรษฐกิจไม่ดีมาหลายปี
ตอนนี้รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศจริงจัง แต่ดูเหมือนว่านักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทยยังไม่กลับมา
เพราะรัฐบาลจีนยังไม่ยอมปล่อยให้คนจีนออกมาเที่ยวต่างประเทศ
เขากลัวโควิด
จีนสั่งให้ทุกเมืองขยายแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ และกระตุ้นให้ “จีนเที่ยวจีน” ตั้งแต่เกิดโควิด
จนถึงวันนี้นโยบายก็ยังไม่เปลี่ยน
การท่องเที่ยวไทยที่พึ่งพาจีนอย่างมาก จึงต้องร้องเพลง “รอ” ต่อไป
ไม่รู้ว่าเมื่อไร นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมา
นอกจากเรื่องท่องเที่ยวที่ไทยพึ่งพาจีนเป็นหลักแล้ว
“ทุเรียน” ก็เช่นเดียวกัน
วันนี้ตลาดส่งออกทุเรียนของไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด
เชื่อไหมครับว่าเมื่อปีที่แล้ว ยอดส่งออกทุเรียนสูงถึงปีละ 1 แสนล้านบาท
ใน 1 แสนล้านบาท เราส่งออกไปจีน และฮ่องกง ถึงประมาณ 80%
อย่าแปลกใจที่คนไทยจะบริโภคทุเรียนแพงมาหลายปีแล้ว
ไม่มีแล้วที่จะซื้อหมอนทองกิโลละ 40-50 บาท
และอย่าแปลกใจที่คนจะแห่ปลูกทุเรียนกันทั่วประเทศ
ตอนนี้ทุเรียนไม่ได้ปลูกเฉพาะภาคใต้ และภาคตะวันออกเท่านั้น
แต่กระจายไปทั้งภาคอีสาน และเหนือ
ปี 2565 เฉพาะในภาคตะวันออกที่กำลังจะตัดได้ภายใน 1-2 เดือน ผลผลิตทุเรียนเพิ่มจาก 500,000 ตัน ในปี 2564 เป็น 740,000 ตัน
เพิ่มขึ้น 240,000 ตัน
หรือประมาณ 50%
ทั้งหมดพึ่งพาการส่งออกไปจีนแต่เพียงผู้เดียว
แต่จากสถานการณ์วิกฤตโควิด จีนมีนโยบายหลัก คือ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเป็น 0 ทำให้การส่งออกสินค้าไปจีนมีปัญหา
ด่านทั้งหลายจะตรวจอย่างละเอียด รถบรรทุกต้องจอดรถรอหน้าด่านหลายวัน
ตามปกติไทยจะใช้การขนส่งทางรถผ่านเวียดนามเข้าจีน เพราะต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งทางเครื่องบินมาก ประมาณ 3 เท่าตัว
พอเจอปัญหาเรื่องการตรวจเข้มที่ด่านของจีนเข้า ชาวสวนทุเรียนก็เดือดร้อนสิครับ
พยายามเร่งให้รัฐบาลไทยเจรจากับรัฐบาลจีน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
เพราะ “ลำไย” เคยเจอมาแล้ว
ของเน่าหน้าด่านไม่รู้เท่าไร
ราคาขายในประเทศจึงตกวูบ
ชาวสวนทุเรียนจึงออกมากดดันรัฐบาล อยากรู้ว่าเจรจาถึงไหนแล้ว
ล่าสุด รองโฆษกรัฐบาลก็ออกมาแถลงว่า กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ได้คุยกับรัฐบาลจีนเรื่องนี้แล้ว
มีข้อหารือหลายเรื่อง
1) ขอให้ล้งไทยที่ผ่านกระบวนการอบรมหลักสูตร “ล้งปลอดโควิด-19” มี GMP Plus รับรอง เพื่อให้ผ่านด่านจีนได้โดยไม่ต้องเปิดทุกตู้
2) การขนส่งบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว โดยการปิดตู้ที่ประเทศลาว และส่งไปคุนหมิง โดยไม่ต้องแวะตรวจที่ด่านโมฮาน เพื่อให้สามารถส่งทุเรียนและผลไม้เศรษฐกิจอื่น ๆ ทางรางได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้
3) เสนอให้มีการประชุมหารือกับประเทศจีน ลาว และเวียดนาม เพื่อตกลงมาตรการร่วมกันเรื่อง protocol ในการเปิด-ปิดด่านชายแดนต่าง ๆ
4) เสนอให้ด่านมี Green Lane สำหรับผลไม้ไทยเป็นการเฉพาะชาวสวนฟังแถลงจบก็ดูดีนะครับ
แต่สำหรับนักข่าว พอฟังจบก็รู้เลยว่า เรื่องยังไม่จบ
เพราะยังอยู่ในระดับ “หารือ” กับทางจีน รัฐบาลจีนยังไม่ได้เห็นชอบกับข้อเสนอนี้
ทุกอย่างยังอยู่บนโต๊ะเจรจา ไม่ใช่ภาคปฏิบัติ
ถ้าดูจากความหวาดกลัว “โควิด” ของจีนแล้ว เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
คงต้องลุ้นล่ะครับว่า รัฐบาลจีนจะยอมเปิดด่านให้ไทยเป็นพิเศษหรือไม่
ถ้ายอม การส่งออกทุเรียนไทยปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง
ทุเรียนที่บริโภคในประเทศราคาคงจะยังสูงเหมือนเดิม หรืออาจสูงกว่าเดิม
รู้ไหมครับว่า ทุเรียนที่ล้งจีนรับซื้อในวันนี้ราคาเท่าไร
พันธุ์กระดุม ที่เป็นทุเรียนเบาออกเร็ว กิโลกรัมละ 250 บาทครับ
ราคาเท่ากับหมอนทองเลย
ตอนนี้การส่งออกยังไม่มีปัญหา แต่อีก 2 เดือนข้างหน้าสิครับ ที่ผลผลิตทะลักออกมา
วันนั้นจะเป็นของจริง
แต่จะเป็น “นรก” หรือ “สวรรค์” ก็ไม่รู้
ครับ ถ้ารัฐบาลจีนไม่เปิดด่านให้เป็นพิเศษ
รับรองคนไทยได้กินทุเรียนกิโลละ 40 บาทแน่นอน