เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

สเวนเซ่นส์ ย้ำแชมป์ไอศกรีม เฟ้น โมเดลใหม่-สารพัดเมนู ขยายฐาน

19 พ.ค. 2565 | 10:59น.
สเวนเซ่นส์

ธุรกิจไอศกรีมแข่งเดือด ผู้เล่นรายใหม่ ๆ แห่ชิงส่วนแบ่งตลาด 1.7 หมื่นล้าน “สเวนเซ่นส์” เปิดเกมรุก ส่งโมเดล Swensen’s Craft Bar เพิ่มแวลูใหม่จับคนรุ่นใหม่ พร้อมระดมเมนูแปลกใหม่ ไอศกรีมไก่ทอด ดันยอดขายเทกอะเวย์ ลุยขยายโมเดล Regional Flagship Store เจาะเมืองท่องเที่ยว ตั้งเป้าพลิกฟื้นรายได้กลับมาโตเท่าปีก่อนเกิดโควิด-19

จากการที่ไอศกรีมเป็นธุรกิจที่ผู้เล่นทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันภาพรวมของตลาดไอศกรีมมีมูลค่ารวมอยู่ที่กว่า 17,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดไอศกรีมพรีเมี่ยม 7,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตขึ้น

จากการเคลื่อนไหวของแบรนด์รายใหญ่ ๆ ทั้งสเวนเซ่นส์, ฮาเก้นดาส, บาสกิ้น ร้อบบิ้นส์ และไอเบอร์รี่ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเน้นการแข่งขันด้วยเมนูนวัตกรรมและบริการใหม่เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม และมุ่งปรับกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ตลาดร้านไอศกรีมแข่งขันสูง

นายอนุพนธ์ นิธิยานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านไอศกรีมมีการแข่งขันสูง จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนใหญ่จะแข่งกันในลักษณะของการเพิ่มไลน์โปรดักต์ขนมและของหวานให้หลากหลาย รวมไปถึงรูปแบบร้านที่ต้องปรับคอนเซ็ปต์ให้แตกต่างจากตลาด แต่การทำตลาดไอศกรีมไม่ใช่เรื่องง่าย

โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้มีหลายแบรนด์ในศูนย์การค้าเริ่มหายไปจากตลาด ขณะเดียวกันก็มีแบรนด์ไอศกรีมใหม่ ๆ ที่ไม่มีหน้าร้านเปิดขายเฉพาะช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และต้นทุนการดำเนินงานต่าง ๆ ที่ขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ร้านไอศกรีมเจอความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนกลุ่มแดรี่ที่ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ทั้งนี้ สำหรับสเวนเซ่นส์ยังไม่มีแผนปรับราคา หันมาเน้นควบคุมค่าใช้จ่าย ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ตามนโยบายไมเนอร์ฟู้ด ที่มีการพิจารณาซื้อวัตถุดิบไว้ล่วงหน้ามาต่อเนื่อง

ชู Craft Bar สร้างความต่าง

นายอนุพนธ์กล่าวว่า หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สเวนเซ่นส์อยู่ในตลาดมากว่า 36 ปี ที่ผ่านมามีกลยุทธ์ขยายสาขาให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น รวมไปถึงการออกเมนูใหม่ ๆ เพื่อสร้างสีสันให้ตลาด

แต่ยุคนี้พบว่าการมีร้านแค่ 1 โมเดล ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไม่เหมือนเดิมได้ จึงต้องให้ความสำคัญกับการหาแวลูใหม่ ๆ เพิ่มน้ำหนักด้านดิจิทัล ควบคู่กับการพยายามสร้าง awareness ผ่านการจัดแคมเปญและโปรโมชั่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการปรับไซซ์ไอศกรีมเค้กให้เล็กลง ขนาด 1.5 ปอนด์

จากเดิมที่มีจำหน่ายเพียงขนาดเดียวคือ 3 ปอนด์ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นตัวเลือกให้ลูกค้าที่ซื้อไปรับประทานคนเดียว หรือซื้อให้เด็ก ๆ ในช่วงเวลาที่ต้องทำงานอยู่บ้าน (work from home)

ทำให้ยอดขายจากไอศกรีมเค้กเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันก็ทำให้ภาพรวมตลาดไอศกรีมเค้กทั้งประเทศเติบโต 8% ซึ่งสเวนเซ่นส์ครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50%

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว “สเวนเซ่นส์คราฟต์ บาร์” แฟลกชิปสโตร์ มาพร้อมกับไอศกรีมคราฟต์ 6 เมนู อาทิ พิสตาชิโอ เฟอเรโร่, แบล็ก ทรัฟเฟิล, มิกซ์ เบอร์รี ซอร์เบท์ และราสป์เบอร์รี รีส พีนัท บัตเตอร์ เป็นต้น

จุดเด่นของร้านตกแต่งให้มีเอกลักษณ์เฉพาะสาขาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และสร้างประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่ ได้เห็นบรรยากาศการทำไอศกรีม โดยจะเพิ่มความถี่ของการออกรสชาติใหม่ ๆ คาดว่าโมเดลคราฟต์บาร์จะช่วยดันยอดขายปี 2565 เติบโตในตัวเลข 2 หลัก

ปัจจุบันสเวนเซ่นส์ คราฟต์ บาร์เปิดให้บริการ 2 สาขา ได้แก่ พารากอนและแฟชั่นไอส์แลนด์ เน้นการขยายออกไปใกล้ชุมชนใหญ่ที่มีลูกค้าระดับแมสเพื่อทดลองตลาด ถือว่าได้รับการตอบรับดี

จากนี้ไปเตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 1 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะได้เห็นไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยใช้งบฯลงทุนเพิ่มขึ้นมาถ้าเทียบกับร้านสาขาปกติ ประมาณ 3 ล้านบาท เนื่องจากต้องเพิ่มเครื่องทำไอศกรีมกับตู้เก็บความเย็นที่อยู่ในระดับเดียวกับโรงงานอุตสาหกรรม

ส่งเมนูแปลกใหม่ดันยอด

นายอนุพนธ์กล่าวต่อถึงทิศทางและแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ บริษัทจะกลับมาเน้นช่องทาง dine-in หรือการนั่งทานที่ร้าน พยายามปรับและออกแบบร้านให้ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพลงบนโลกโซเชียล

ควบคู่กับการพัฒนาเมนูที่แปลกใหม่ ล่าสุดได้ลอนช์เมนูไอติมไก่ทอด Swensen’s ราคากล่องละ 149 บาท โดยวางแผนระยะเวลาขายราว ๆ 2 สัปดาห์ แต่ขายวันเดียวหมด ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างมาก

“เมนูไอติมไก่ทอด ต้องการสร้างการเติบโตในช่องทางเทกอะเวย์ เพราะเห็นว่าลูกค้ามีพฤติกรรมเข้ามาเลือกซื้อสินค้ากลับบ้านมากขึ้น ถ้าเทียบกับก่อนช่วงโควิดที่ยังน้อย

ซึ่งเราเริ่มนำสินค้าไอศกรีมที่เหมือนสินค้าจริงเข้ามาทำตลาดเมื่อต้นปี 2565 ก่อนหน้านี้ได้ลอนช์สตรอว์เบอรี่ไอศกรีม ทาร์ตไข่ไอศกรีม เข้ามาสร้างสีสันตลาดอยู่เป็นระยะ ๆ เพราะสามารถช่วยสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ได้”

อีกทั้งต้องเพิ่มน้ำหนักแอปพลิเคชั่น Swensen’s ที่รวบรวมลอยัลตี้โปรแกรม เข้ามาสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 5 แสนคน ใช้งานเกิน 10,000 คนต่อเดือน ส่วนใหญ่จะใช้สั่งซื้อสินค้าที่มีโปรโมชั่นและนำคะแนนมาแลกโปรดักต์

เพิ่มโมเดลเจาะเมืองท่องเที่ยว

ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในอนาคตมีแผนเปิดตัวโมเดล Regional Flagship Store อีก 3-4 สาขา เน้นในจังหวัดท่องเที่ยวที่เป็นหัวเมืองหลัก จากปัจจุบันมี 3 สาขา

ได้แก่ ภูเก็ต, ยะลา และน่านโดยเป็นการดีไซน์ร้านให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น เปิดเป็นร้านสแตนด์อะโลน ซึ่งเป็นโอกาสช่วยดึงลูกค้าเข้าร้านได้ โดยโจทย์หลักคือต้องการสร้างความแตกต่างจากร้านสเวนเซ่นส์สาขาเดิมที่มีอยู่

เพราะถ้าทุกอย่างมันเหมือนกันหมด คงไม่มีเหตุผลที่ลูกค้าต้องเข้ามาทานไอศกรีมในร้าน ทุกคนก็จะแวะไปทานร้านไอศกรีมท้องถิ่นแทน จึงต้องสร้างร้านให้มีสตอรี่เชื่อมโยงกับพื้นที่ เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น แต่ร้านจะไม่ได้สเกลใหญ่มาก ซึ่งจังหวัดเล็ก ๆ ก็สามารถเปิดได้

ปัจจุบันสเวนเซ่นส์มีจำนวนสาขาทั้งสิ้นประมาณ 315 สาขา ปี 2564 ที่ผ่านมา ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้แม้จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์

โดยสามารถปรับวิธีการขายมาเน้นดีลิเวอรี่และเทกอะเวย์ ทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 3 เท่า ปัจจุบันยอดขายแบ่งเป็น ไดน์อิน 70% เทกอะเวย์ 15 ดีลิเวอรี่15% และตั้งเป้าสร้างรายได้เติบโตเทียบเท่าปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19

“ในไตรมาส 2 เป็นต้นไปคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นกว่าไตรมาส 1 โดยหลังเปิดประเทศแม้จะมีนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศเข้ามา แต่ยังไม่เท่ากับตอนที่ชาวจีนเข้ามา ซึ่งต้องรอดูในไตรมาส 4 หากนักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้จะเป็นโอกาสสำหรับทุก ๆ ธุรกิจ รวมถึงร้านอาหาร”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไมเนอร์ ฟู้ด