เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

เมื่อไทยติดร่างแห…ผลสอบสหรัฐ กระทบอนาคตส่งออก “โซลาร์เซลล์”

28 ธ.ค. 2565 | 08:45น.
โซลาร์เซลล์
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

สหรัฐถือเป็นตลาดส่งออก “โซลาร์เซลล์” ที่สำคัญอันดับ 1 ของไทย โดยครองสัดส่วนการส่งออกมากกว่า 50% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การส่งออกดังกล่าวกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปิดไต่สวนของสหรัฐเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD Circumvention) ของผู้ผลิตจีน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2565 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยผลไต่สวนขั้นต้นว่า มีผู้ผลิตจากจีนบางรายได้ใช้ฐานการผลิตในไทย, มาเลเซีย, เวียดนาม และกัมพูชา เพื่อหลบเลี่ยงอากรจากมาตรการ AD/CVD ทำให้ผู้ผลิตที่มีฐานการผลิตใน 4 ประเทศดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะถูกเก็บอากรนำเข้าในอัตรา 16-254% เช่นเดียวกับอัตราภาษีที่เก็บจากบริษัทในจีน

ทั้งนี้ ผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายจะถูกประกาศในเดือน พ.ค. 2566 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ มิ.ย. 2567 หลังครบกำหนดคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐที่ให้ยกเว้นอากรสินค้าดังกล่าวจากกลุ่มประเทศที่ถูกไต่สวนเป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานสะอาดในสหรัฐมีเวลาปรับตัว

ผลกระทบส่งออกปี 2566

สำหรับในปี 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐ น่าจะยังคงอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากช่วงดังกล่าว อัตราภาษียังคงได้รับการคุ้มครองจากคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทนในสหรัฐ น่าจะยังคงนำเข้าสินค้าจากผู้ผลิตที่เป็นคู่ค้าเดิม

ดังนั้น แนวโน้มส่งออกสินค้าโซลาร์เซลล์จากไทยไปยังสหรัฐ น่าจะยังคงเติบโตได้ตามกระแสการลงทุนพลังงานสะอาดในสหรัฐที่ได้แรงหนุนหลักจากกฎหมายจัดการเงินเฟ้อที่สหรัฐเพิ่งประกาศใช้ในช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับภาคธุรกิจ และเครดิตเงินคืนสำหรับภาคครัวเรือน ในการจูงใจให้ติดตั้งพลังงานสะอาดโดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ ทั้งเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาเชื้อเพลิงฟอสซิล

ส่งผลให้มูลค่าส่งออกสินค้าโซลาร์เซลล์ไทยไปสหรัฐเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2565 สูงถึง 202.5% (YOY) จากช่วงระยะ 8 เดือนแรกของปีนี้เติบโตเพียง 14.7% และคาดว่าจะยังคงเติบโตขึ้นอีกในปีหน้าจากฐานที่ต่ำในช่วงแรกของปีนี้ แม้จะได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มชะลอตัว

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปี 2566 มูลค่าส่งออกสินค้าโซลาร์เซลล์ไทยไปสหรัฐ น่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 1,852 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.48 หมื่นล้านบาท) เติบโตราว 57% จากปี 2565 ที่น่าจะเติบโตกว่า 50%

ส่งออกโซลาร์เซลล์ 8.7 หมื่นล้าน

ขณะที่การส่งออกสินค้าโซลาร์เซลล์ไทยไปยังตลาดโลกในปี 2566 แม้จะยังได้รับแรงหนุนจากที่ภาคธุรกิจในหลายประเทศหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุนค่าไฟที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามราคาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ก็ได้รับแรงกดดันจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลกที่ชะลอลง ส่งผลให้การขยายตัวของการส่งออกสินค้าโซลาร์เซลล์ไทยไปตลาดโลก (ยกเว้นสหรัฐ) อาจมีแนวโน้มชะลอตัวในปีหน้า

โดยคาดว่ามูลค่าส่งออกโซลาร์เซลล์ไทยไปยังตลาดโลกในปี 2566 น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,503 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8.76 หมื่นล้านบาท) ขยายตัวกว่า 37% ชะลอตัวจากปี 2565 ที่น่าจะเติบโตราว 49%

ผลกระทบจากมาตรการของสหรัฐ น่าจะเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อเข้าสู่ปี 2567 เมื่อผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทนในสหรัฐเริ่มปรับเปลี่ยนคู่ค้าในการจัดซื้อสินค้าโซลาร์เซลล์ เพื่อเตรียมรองรับการปรับขึ้นภาษีที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ช่วงกลางปี 2567 โดยสหรัฐ น่าจะยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก เพื่อตอบสนองอุปสงค์สินค้าโซลาร์เซลล์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากแรงหนุนของนโยบายพลังงานสะอาด ส่วนการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานโซลาร์เซลล์ในสหรัฐเพื่อการพึ่งพาตนเอง อาจยังต้องใช้ระยะเวลาและเงินลงทุนที่สูง

จับตา “เกาหลีใต้” คู่แข่งสำคัญ

นับแต่ปี 2567 แนวโน้มของความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันระหว่างประเทศคู่ค้าสหรัฐทั้ง 4 ประเทศที่ถูกไต่สวน อาจจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากแต่ละประเทศมีโอกาสจะถูกจัดเก็บอากรเลี่ยง AD/CVD ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน

ขณะที่ราคาต่อหน่วยโดยเฉลี่ยของสินค้าโซลาร์เซลล์ที่ส่งออกไปสหรัฐในปัจจุบันก็มีระดับที่ไม่ต่างกันมากนัก ยกเว้นกัมพูชาที่ราคาเฉลี่ยต่ำกว่าประเทศอื่น เนื่องจากผู้ผลิตในกัมพูชา ส่วนใหญ่เป็นผู้ลงทุนจากจีนซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ต่างจากประเทศอื่นที่มีผู้ผลิตหลากหลายทั้งจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และผู้ลงทุนท้องถิ่น

นอกจากนี้เป็นที่จับตาว่าในระยะถัดไปผู้ผลิตที่มีฐานใน “เกาหลีใต้” อาจเข้ามาเป็นตัวเลือกของผู้ประกอบการพลังงานทดแทนในสหรัฐมากขึ้น เพราะไม่อยู่ในข่ายของการถูกไต่สวน และปัจจุบันครองส่วนแบ่งการนำเข้าสินค้าโซลาร์เซลล์ของสหรัฐเป็นอันดับที่ 4

แม้ว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยของเกาหลีใต้จะสูงกว่าประเทศคู่แข่งที่ถูกไต่สวนมากกว่า 11% แต่หากรวมอากรของการเลี่ยง AD/CVD แล้ว สินค้าโซลาร์เซลล์จากเกาหลีใต้ก็อาจมีโอกาสแข่งขันกับคู่แข่งที่โดนไต่สวนซึ่งรวมถึงไทยได้

สหรัฐ-อียู-เกาหลีใต้เปลี่ยนเกม

อย่างไรก็ดี ระดับผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าโซลาร์เซลล์ไทยไปสหรัฐยังขึ้นอยู่กับผลสัมฤทธิ์ในการยื่นหลักฐานของผู้ผลิตในไทยต่อทางการสหรัฐเพื่อให้พ้นจากข้อกล่าวหาดังกล่าว เนื่องจากสหรัฐยังเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่เข้าข่ายเลี่ยงมาตรการ AD/CVD ได้แก่ ผู้ผลิตท้องถิ่น และผู้ผลิตต่างชาติที่มาจากประเทศนอกข่ายมาตรการ AD/CVD ซึ่งมีอยู่ราว 70% ของผู้ผลิตในไทย สามารถยื่นหลักฐานเพื่อให้สหรัฐพิจารณายกเว้นจากมาตรการตอบโต้ได้

นอกจากนี้ ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างชาติพันธมิตรสหรัฐ และจีน ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ไทย โดยเฉพาะในช่วงที่พันธมิตรสหรัฐพยายามที่จะลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการผลิตโซลาร์เซลล์

ส่งผลให้ทั้งสหรัฐ EU และเกาหลีใต้ พยายามที่จะลงทุนในห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำสำหรับการผลิตโซลาร์เซลล์เพื่อพึ่งพาตนเองมากขึ้น ดังนั้น ผู้ผลิตสินค้าโซลาร์เซลล์ไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ และปรับห่วงโซ่อุปทานการผลิตให้เหมาะสมทั้งด้านต้นทุนและตลาดส่งออก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออก โซลาร์เซลล์