เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
Tech Microsoft เสนอแพ็กเกจ สมัครใจลาออก คุมต้นทุนรับยุค AI ไป 6 หมื่นคน
รู้จัก ‘THB Stablecoin’ บาทโทเคน-รับเทรนด์โลก
Tech รู้จัก ‘THB Stablecoin’ บาทโทเคน-รับเทรนด์โลก
ออมสิน จัดสินเชื่อ ‘Solar ภาคประชาชน’ ดอกเบี้ย 2.50% ไม่ต้องมีหลักประกัน หนุนครัวเรือนลดภาระค่าไฟระยะยาว
Finance ออมสิน จัดสินเชื่อ ‘Solar ภาคประชาชน’ ดอกเบี้ย 2.50% ไม่ต้องมีหลักประกัน หนุนครัวเรือนลดภาระค่าไฟระยะยาว
กสิกรไทย เปิด ‘ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร’ บน K PLUS ชูบริหารความมั่งคั่งแบบครบมิติ
Finance กสิกรไทย เปิด ‘ศูนย์บริหารการลงทุนทองคำครบวงจร’ บน K PLUS ชูบริหารความมั่งคั่งแบบครบมิติ
ศุลกากรจับชายเมียนมาลักลอบขนเงินตราไทยข้ามแดน มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท
Finance ศุลกากรจับชายเมียนมาลักลอบขนเงินตราไทยข้ามแดน มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท
กรุงไทยส่ง ‘สินเชื่อบ้านแลกเงิน’ รุกอีสาน ดอกเบี้ยปีแรก 3.98% กู้สูงสุด 20 ล้าน ผ่อนยาว 30 ปี
Finance กรุงไทยส่ง ‘สินเชื่อบ้านแลกเงิน’ รุกอีสาน ดอกเบี้ยปีแรก 3.98% กู้สูงสุด 20 ล้าน ผ่อนยาว 30 ปี
ดูทั้งหมด

เจาะโอกาสลงทุนอสังหาฯ ประเทศไหนดีในอาเซียน

21 พ.ย. 2567 | 14:56น.
realty
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : ดร.โสภณ พรโชคชัย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส

ตอนนี้การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยไทยกำลังถึงทางตัน เพราะประชากรเกิดน้อยลง นักพัฒนาที่ดินที่มีวิสัยทัศน์จะไปพัฒนาที่ประเทศอื่นใดดีในอาเซียน

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัย และประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (area.co.th) เปิดเผยว่า จากที่เคยไปสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในหลายเมืองในอาเซียน ได้แก่ จาการ์ตา มะนิลา เวียงจันทน์ พนมเปญ ฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้ รวมทั้งเคยเป็นที่ปรึกษากระทรวงการคลังของเวียดนาม และอินโดนีเซีย ตลอดจนกระทรวงอื่น ๆ ในกัมพูชา และบรูไน รวมทั้งการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ นครย่างกุ้ง และอื่น ๆ

จึงมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเทศที่น่าจับตามองเพื่อไปลงทุนเป็นพิเศษ

กัมพูชาราคาอสังหาฯร่วง

“กัมพูชา” ในปี 2567 ภาคอสังหาริมทรัพย์มีการปรับตัวลดลง ทั้งในด้านราคาขายและราคาเช่าในภาคส่วนสำคัญ ๆ ของพนมเปญ รวมถึงคอนโดมิเนียม สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก

โดยราคาขายห้องชุดในพนมเปญยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงครึ่งทางของปี 2567 ในทุกระดับราคาของตลาด เช่น ห้องชุดราคาแพงที่เคยขายตารางเมตรละ 100,000 บาท ก็ลดลงเหลือ 90,000 บาท และในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ยังมีห้องชุดเปิดตัวใหม่ราว 2,200 หน่วย และอัตราผลตอบแทนของห้องชุดในกรุงพนมเปญอยู่ที่ 5.5% ต่อปี

“ฟิลิปปินส์” สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์คลี่คลายมากขึ้น ในปี 2566 กรุงมะนิลามีการขายห้องชุดกว่า 23,400 หน่วย มากกว่าปี 2565 ที่ขายได้ 20,000 หน่วย ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้านเดี่ยวมีราคาเพิ่มขึ้นสุทธิ 5.4% ห้องชุดมีราคาเพิ่มขึ้น 0.1% บ้านแฝดมีราคาลดลงเล็กน้อย ทั้งนี้ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ถือว่าค่อนข้างดี โดยคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะอยู่ที่ 6.5-7.5% ต่อปี

อย่างไรตาม การพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงมะนิลาเน้นเป็นห้องชุดขนาดเล็ก ๆ เช่น ไม่เกิน 20 ตารางเมตร ส่วนบ้านแนวราบอยู่ในเขตรอบนอก ซึ่งเดินทางเข้าเมืองได้ค่อนข้างยาก เพราะระบบขนส่งมวลชนยังไม่ดีนัก

“มาเลเซีย” ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเพียง 0.88% หากหักเงินเฟ้อ ราคาบ้านถือว่าลดลง 1.1% ด้วยซ้ำ โดยราคาบ้านเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 3.7 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่า บ้านเดี่ยวราคาตก 2.2% บ้านแฝดราคาตกไป 3% ทาวน์เฮาส์ราคาตกไป 1.7% และห้องชุดราคาตกไป 2.3%

อย่างไรก็ตาม ความต้องการบ้านยังสูงอยู่มาก มีการโอนที่อยู่อาศัยถึง 121,964 หน่วย ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยยังเติบโต เพราะคาดว่าเศรษฐกิจในปี 2567 จะเติบโตราว 4-5%

เวียดนามราคาอสังหาฯพุ่ง

“เวียดนาม” การบังคับใช้กฎหมายที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2566 กฎหมายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2566 และกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2567 น่าจะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต เวียดนามมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น โครงการที่อยู่อาศัยในเมืองก็จะสร้างเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ในกฎหมายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2566 กำหนดว่า ก่อนที่จะเริ่มการขาย ผู้พัฒนาอสังหาฯต้องเปิดเผยข้อมูลที่สมบูรณ์และถูกต้องเกี่ยวกับโครงการ ระยะเวลาการก่อสร้าง เพิ่มความโปร่งใส ส่วนกฎหมายที่ดินปี 2024 กำหนดภาษีที่ดินเปล่าเพื่อกระตุ้นการพัฒนาที่ดิน การปรับขึ้นราคาห้องชุดในกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ซิตี้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในขณะนี้

อินโดฯตลาดที่อยู่อาศัยกำลังโต

“อินโดนีเซีย” แม้โควิด-19 ได้ผ่านพ้นไปอย่างสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลก็เลื่อนการใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (11%) ออกไป ทำให้เกิดความคึกคักในการซื้อขาย โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย แม้ว่าจะมีความพยายามย้ายเมืองหลวงจะไปบนเกาะบอร์เนียวแล้ว แต่การพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงจาการ์ตาก็ยังคึกคัก

รัฐบาลมีแผนที่จะสร้างที่อยู่อาศัยใหม่อีก 15 ล้านหน่วย เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน แสดงให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยกำลังเติบโต อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงจาการ์ตามักเน้นไปทางการพัฒนาเป็นเมืองแบบ “เมืองทองธานี” ในประเทศไทย มากกว่าการสร้างโครงการเล็ก ๆ

สิงคโปร์ต่างชาติซื้อห้องชุดเสียภาษี 60%

“สิงคโปร์” ปรากฏว่า ราคาทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับผู้ซื้อบ้าน และขณะเดียวกันรัฐบาลก็ออกกฎเกณฑ์การปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้น รวมทั้งภาษีซื้อห้องชุดที่เพิ่มขึ้น เพื่อควบคุมการเก็งกำไรและชะลอการเติบโตของราคา

ทั้งนี้ การที่สิงคโปร์กำหนดให้ต่างชาติที่ซื้อห้องชุดต้องเสียภาษีซื้อถึง 60% เป็นการควบคุมการซื้อที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติโดยตรง และโดยที่สิงคโปร์มีเสถียรภาพทางศรษฐกิจดีขึ้น ห้องชุดเก่าจะมีราคาต่ำกว่าห้องชุดใหม่ถึงราว 37% โดยเฉลี่ย

อย่างไรก็ตาม กรณีห้องชุดของการเคหะแห่งชาติสิงคโปร์ (80% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด) ราคาเพิ่ม 5.67% ส่วนห้องชุดภาคเอกชน ราคาลดลง 4.19%

ปัญหาร่วมของชาติอาเซียน

ปัญหาร่วมประการหนึ่งในประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ก็คือการรุกทางเศรษฐกิจของจีน ทำให้เกิดการขายสินค้าราคาถูก มีแพลตฟอร์มการขายตรงจากประเทศจีน มีการทุ่มตลาด มีการนำแรงงานจีนมาทำงาน รวมทั้งความพยายามในการสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยบริษัทจีน ซึ่งจะเป็นก้าวย่างในการครอบครองประเทศในเอเชียของจีน ทำให้จีนกลายเป็น “พี่ใหญ่” และดูเหมือนว่ากัมพูชา เมียนมา และลาวจะตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจของจีนไปแล้ว ขณะที่ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียกำลังดิ้นรนในการต่อสู้กับอิทธิพลแบบ “จักรวรรดินิยม” ของจีน

หากจะเลือกว่าประเทศใดสมควรไปลงทุน อาจจัดได้ดังนี้

1.กัมพูชา เป็นประเทศที่อยู่ใกล้เคียงไทยมากที่สุด นิยมสินค้าไทยมากที่สุดแห่งหนึ่ง การไปพัฒนาที่อยู่อาศัยในกัมพูชาน่าจะมีโอกาสสูงมากและไปดูแลได้ไม่ยาก

2.อินโดนีเซีย อาจเป็นอันดับที่สอง เพราะมีประชากรมาก โดยมีเมืองที่มีประชากรเกิน 1 ล้านคน ถึง 17 เมือง

3.ฟิลิปปินส์ ถือเป็นอันดับ 3 มีเมืองที่มีประชากรเกิน 1 ล้านคน เกือบ 10 เมือง โอกาสการพัฒนามีมาก

ใน 3 ประเทศนี้ ประชากรวัยหนุ่มสาวมีมาก ประชากรสูงวัยที่จะเป็นเสมือน “ภาระต่อสังคม” มีน้อย จึงมีโอกาสเติบโตอีกมาก ต่างจากไทยที่มีประชากรสูงวัยถึง 20% อันที่จริงเมียนมาก็มีโอกาสสูงมาก แต่ขณะนี้อยู่ภายใต้การปกครองแบบ “เผด็จการ” จึงแทบไม่มีใครไปลงทุน (ยกเว้นจีน)

การไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง แสวงหาโอกาสใหม่ ๆ