คอลัมน์ : Market Move
กระแสฮิตชาเขียวที่แพร่หลายไปทั่วต่อเนื่องตลอดปีนี้ ปลุกให้ สึจิริ (TSUJIRI) หนึ่งในเชนร้านชาสัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่ หันกลับมาสยายปีกธุรกิจในต่างประเทศอีกครั้ง หลังช่วงต้นปี 2025 แบรนด์ตัดสินใจปิดสาขาในต่างแดน เช่น ไทย ลงไป
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า สึจิริ ชาโฮ (Tsujiri Chaho) ผู้ค้าปลีกชาเขียวมัตฉะ และร้านชาสึจิริประกาศกลับมาขยายสาขาในต่างประเทศอีกครั้ง ด้วยสาขาใหม่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นการเปิดสาขานอกญี่ปุ่นครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19
พร้อมด้วยเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่จะชิงโพซิชั่น สตาร์บัคส์แห่งวงการชา ด้วยยุทธศาสตร์ที่ถอดบทเรียนความสำเร็จมาจากสาขาในญี่ปุ่น
“ชิโร สึจิ” ซีอีโอของสึจิริ ยืนยันว่า แม้หลายคนจะมองว่ามัตฉะเป็นเพียงรสชาติหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วมัตฉะเป็นส่วนผสมของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สามารถแบ่งปันไปทั่วโลก
ทั้งนี้ สึจิริเปิดสาขานอกญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อปี 2010 เริ่มต้นจากไต้หวัน ในรูปแบบการร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ก่อนจะขยายด้วยรูปแบบแฟรนไชส์ไปในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ไทย สิงคโปร์ จีน รวมถึงข้ามไปยังโลกตะวันตกในปี 2016 ด้วยการปักธงสาขาในสหราชอาณาจักร แคนาดา และนิวซีแลนด์ จนช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 สึจิริมีสาขาในต่างประเทศทั้งหมด 40 สาขา
โดยในปี 2024 สึจิริส่งออกมัตฉะไปยังสาขาในต่างปรเะเทศรวมกันมากถึง 15 ตัน เมื่อคำนวณว่าชาแต่ละแก้วใช้มัตฉะประมาณ 5-6 กรัม จะเท่ากับการมียอดขายประมาณ 2.5-3 ล้านแก้วต่อปี
แม้สาขาในบางประเทศจะต้องปิดตัวลงในช่วงการระบาดของโควิด-19 อาทิ ฮ่องกง ออสเตรเลีย รวมถึงสาขาในไทยที่ปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2025 แต่การเปิดสาขาใหม่ที่ปารีส จะทำให้จำนวนสาขาของสึจิริในต่างประเทศกลับมาอยู่ที่ 40 สาขา เท่ากับช่วงก่อนโควิด-19
“ชิโร สึจิ” อธิบายถึงหนึ่งในสูตรเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ว่า 90% เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องแน่น และ 10% เกี่ยวกับความสนุก โดยพื้นฐานนั้นหมายถึง การควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อให้มั่นใจได้ว่าอนุภาคชาจะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 ถึง 22 ไมครอน และมีความชื้น 4% ถึง 5.2% รวมถึงมีการประเมินด้านสีสันด้วย
นอกจากนี้สินค้าทุกลอต (ระหว่าง 200 กิโลกรัม ถึง 800 กิโลกรัม) จะมีการทดสอบหายาฆ่าแมลงตกค้าง
รวมถึงยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อีกด้วย โดยบริษัทจะเก็บตัวอย่างจากสินค้าแต่ละลอตมาเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 1 ปี ทั้งในแบบอุณหภูมิห้องและแบบแช่เย็น เพื่อหาสาเหตุกรณีที่มีการร้องเรียนจากลูกค้า เพราะการต้องรับสินค้าคืนนั้นไม่เพียงกระทบยอดขาย แต่ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเนื่องจากอาจต้องเสียค่าปรับ และภาษีศุลกากรขาเข้าญี่ปุ่นอีกด้วย
ด้านความสนุกที่เป็นส่วนผสมอีก 10% นั้น เป็นการพัฒนาเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละประเทศ เช่น สึจิริสาขาไต้หวันมีเมนูที่ใช้มะม่วงเป็นวัตถุดิบ ส่วนสาขาแคนาดา จะมีเมนูที่ใช้น้ำเชื่อมเมเปิล และในฟิลิปปินส์ มีเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากของหวานท้องถิ่นอย่างน้ำแข็งไส Halo-halo เป็นต้น
สึจิริไม่เพียงเขียนสูตรความสำเร็จนี้เป็นตัวหนังสือ แต่ยังจัดอบรมให้กับหุ้นส่วนทางธุรกิจอีกด้วย โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 “ชิโร สึจิ” เชิญหุ้นส่วนธุรกิจจากไต้หวัน สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ มายังญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับชา ณ สวนของปราสาทโคคุระ เพื่อสอนจิตวิญญาณแห่งการบริการที่อยู่ในชา รวมถึงพื้นฐานด้านคุณภาพของบริษัท
ทั้งนี้ต้องจับตาดูว่าการกลับมาขยายธุรกิจต่างประเทศอีกครั้งนี้ จะทำให้ได้เห็นการกลับมาของร้านชาสึจิริในไทยด้วยหรือไม่