Skip to content

ตัวเลขความเชื่อมั่น

10 พ.ย. 2568 | 13:45น.
ตัวเลขความเชื่อมั่น
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยเมื่อ 4 พ.ย.ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเข้าสู่ระดับความเชื่อมั่นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ที่ระดับ 50.9 (ก.ย. 68 อยู่ที่ระดับ 49.4) สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเงินทั้งหนี้สินและค่าใช้จ่ายที่อยู่ในระดับสูงของประชาชน รวมถึงบรรยากาศความไม่แน่นอนของสถานการณ์โดยรวมในประเทศ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 57.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 56.0 ในเดือนก่อนหน้า

สาเหตุเกิดจาก (1) การเร่งขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส และการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและสนับสนุนภาคธุรกิจ รวมถึงนโยบายอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและสร้างผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว (2) ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยในช่วงวันหยุดยาวและฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี

และ (3) ภาพรวมการส่งออกยังเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 40.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 39.6 ในเดือนก่อนหน้า ปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่น คาดว่ามาจากหลายปัจจัย อาทิ ความกังวลของประชาชนต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เติบโตได้ช้า ภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายของประชาชนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไปบางส่วนแล้ว และสินค้าเกษตรสำคัญของไทยที่เผชิญกับการแข่งขันสูงในตลาดโลก

นอกจากนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิต การจ้างงานและการส่งออกของไทย เป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งอาจจะเป็นแรงกดดันที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะต่อไป

ตัวเลขจาก สนค.ดังกล่าว สะท้อนความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและที่คาดการณ์ในอนาคต สะท้อนทัศนคติเกี่ยวกับตลาดแรงงาน รายได้ และการใช้จ่าย ช่วยชี้วัดภาวะเศรษฐกิจล่วงหน้า เพราะหากผู้บริโภคมั่นใจจะใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตรงกันข้ามหากขาดความเชื่อมั่น การใช้จ่ายจะลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง

สำหรับรัฐบาลที่บริหารงานมาได้ 1 เดือน ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของประชาชนให้มากขึ้น ขยายผลของนโยบายคนละครึ่งพลัส รวมถึงการประคับประคองสถานการณ์ในประเทศให้อยู่ในความปกติให้มากที่สุด เพื่อให้ส่งผลในภาพรวม ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ความเชื่อมั่น สนค.