7 วันอันตรายเริ่มแล้ว
บทบรรณาธิการ
7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ (30 ธ.ค. 2568-5 ม.ค. 2569) ได้หวนกลับมาอีกแล้ว โดยในปีนี้ คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ได้จัดทำแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นแผนหลักในการบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน จากข้อเท็จจริงที่ว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปีจะต้องมีอุบัติเหตุอันนำมาซึ่งการบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยการเกิดอุบัติเหตุนับปีมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่มีการรณรงค์กันอย่างกว้างขวางเพื่อลดอุบัติเหตุ
จากสถิติย้อนหลัง 3 ปีพบว่า ในช่วง 7 วันอันตราย ปี 2566 เกิดอุบัติเหตุ 2,440 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 2,437 คน ผู้เสียชีวิต 317 คน ปี 2567 อุบัติเหตุ 2,288 ครั้ง บาดเจ็บ 2,307 คน เสียชีวิต 284 คน และปี 2568 เกิดอุบัติเหตุ 1,939 คน บาดเจ็บ 1,894 คน และมีผู้เสียชีวิตถึง 311 คน โดยสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ก็คือ การขับรถเร็วคิดเป็นร้อยละ 40.25 รองลงมา ได้แก่ การดื่มแล้วขับร้อยละ 22.08, การตัดหน้ากระชั้นชิดร้อยละ 20.18 และทัศนวิสัยไม่ดีร้อยละ 17.23
ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ยังคงเป็น รถจักรยานยนต์ร้อยละ 85.77 (ปี 2568) รองลงมา ได้แก่ รถปิกอัพร้อยละ 5.61 และรถเก๋งร้อยละ 3.81 โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิต ปี 2568 ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัยถึงร้อยละ 61.44, ดื่มแล้วขับร้อยละ 17.20, ขับรถเร็วร้อยละ 20.81 และไม่คาดเข็มขัดนิรภัยร้อยละ 6.59 ถนนที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดจะเป็นถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ./เทศบาล/อบต.) คิดเป็นร้อยละ 44.58
ดังนั้นสถิติการเกิดอุบัติเหตุย้อนหลัง 3 ปี จึงฟ้องว่า ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจะมีอยู่ 3 ด้าน คือ ด้านคน-ยานพาหนะ และด้านถนน อันนำมาซึ่งมาตรการ 5 มาตรการ ได้แก่ ด้านบริหารจัดการ การลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม การลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ด้านผู้ใช้ถนนอย่างปลอดภัย และด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยใช้วิธีการ “ยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area Approach)” เนื่องจากสถิติย้อนหลัง 3 ปี ได้บ่งชี้ชัดไว้แล้วว่า ถนนที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ก็คือ ถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำเป็นต้องยึดพื้นที่ท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง
ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ “ตัวคน” ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ จักต้องตระหนักระมัดระวังด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงอันจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุลงให้มากที่สุด แม้ตามแผนบูรณาการจะตั้งตัวชี้วัดความสำเร็จของแผนในภาพรวมทุกปัจจัยให้ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ก็ตาม แต่การลดปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจาก “คน”ได้มากกว่าแผนจึงสมควรที่จะนับ เนื่องเป็นความสำเร็จที่ทำให้ตัวเลขผู้บาดเจ็บเสียชีวิตสามารถลดลงได้มากกว่าร้อยละ 5 เป็นสำคัญ