Skip to content

ตำนานเลือกตั้งสกปรก 2500

11 ก.พ. 2569 | 10:14น.
ตำนานเลือกตั้งสกปรก 2500
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ

ทำข่าวเลือกตั้งมาตั้งแต่เลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ในฐานะนักข่าวสาย กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง)

  • ตั้งแต่เลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550
  • เลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554
  • เลือกตั้ง 21 มีนาคม 2557 (โมฆะ)
  • เลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562
  • เลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566
  • และ เลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

ผ่านมา 20 ปี รับรู้เรื่องการทุจริตเลือกตั้ง-ยุบพรรคเพราะกรรมการบริหารพรรคทุจริต ปี 2551 ไฟดับระหว่างนับคะแนน ขนคนมาลงเลือกตั้ง จนแถวยาวเหยียดตอนเลือกตั้งปี 2554 และอีกมากมาย ซึ่งมีให้เห็นบ่อย และการเลือกตั้ง 2 ครั้งหลัง ก่อน 8 กุมภาพันธ์ ในยุคที่เปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหาร มาสู่รัฐบาลสืบทอดอำนาจ มีองค์กรภาคเอกชน – ประชาชนที่ตื่นตัวการเลือกตั้งคอยจับตา ส่องการนับคะแนนหน้าหน่วย ช่วยยับยั้งการทุจริตได้มาก

แต่ครั้งนี้มีความผิดปกติระดับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ให้เห็นกันชัดแจ้งกว่าทุกครั้ง เช่น ฉีกบัตรเลือกตั้งผิดรอย หรือแอบฉีกบัตรเลือกตั้งออกจากขั้ว 14 ใบ เป็นแบบแบ่งเขต 7 ใบ และบัตรแบบบัญชีรายชื่อ 7 ใบ กาเลขผู้สมัครพรรคต่าง ๆ เตรียมไปแอบหย่อนใส่หีบเลือกตั้ง ประหนึ่งถูกจัดฉากหลังม่านการเมือง

ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ “บงการ” เบื้องหลัง ล้วนทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้หมดความน่าเชื่อถือ ยิ่ง กกต.ชุดปัจจุบันที่ถูกสังคมมองว่าโยงกับขั้วสีน้ำเงินอยู่แล้ว ยิ่งทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกตั้งคำถาม

จะบังเอิญหรือไม่ก็ตาม อีกไม่กี่วันก็จะครบเหตุการณ์ การเลือกตั้งสกปรก ปี 2500 อันเป็นจุดสิ้นสุดของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม

การเลือกตั้งเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2500 หรือเมื่อ 69 ปีก่อน คือเหตุการณ์อันเป็นจุดเปลี่ยนอีกย่อหน้าประวัติศาสตร์ที่ทำให้ “จอมพล ป.พิบูลสงคราม” สิ้นสุดอำนาจ ลี้ภัยไปอยู่ญี่ปุ่นและตายที่นั่น ทั้งที่ตั้งความหวังไว้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง หลังจากเดินสายไปเปิดหูเปิดตาดูประชาธิปไตยทั้งยุโรป อเมริกา เชื่อมสัมพันธ์ไปถึงขั้วฝ่ายซ้ายจีน รัสเซีย ก่อนมีนโยบายเปิดพื้นที่การเมือง จัดให้มีการ “มีต เดอะ เพรส”-เปิดไฮด์ปาร์กวิจารณ์รัฐบาลได้ที่สนามหลวง หวังจะดึงประชาชนเป็นฐานอำนาจ

ท่ามกลางขุนศึก 2 กลุ่ม “พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์”-“จอมพลผิน ชุณหะวัณ” และ “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์-จอมพลถนอม กิตติขจร” ที่พยายามเลื่อยขา

เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ “พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์”-“จอมพลผิน ชุณหะวัณ” ต้องหนีภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศทั้งที่ได้รับการสนับสนุนจาก “ซีไอเอ” สร้างยุคตำรวจให้ยิ่งใหญ่ และ “พล.ต.อ.เผ่า” ก็เป็นเจ้าของคำขวัญว่า “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้”

เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลุ่มของ “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์” ขึ้นมามีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน หลังจากเขี่ย “ป.-ผิน-เผ่า” พ้นจากกระดาน ซึ่งกลุ่มนี้ได้รับการหนุนหลังจาก “เพนตากอน” (กระทรวงกลาโหมสหรัฐ)

เพราะหลังเลือกตั้ง 26 กุมภาพันธ์ เมื่อ 69 ปีที่แล้ว พรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. ชนะเลือกตั้ง แต่ก็ถูกประท้วงว่ามีการทุจริตเลือกตั้งมโหฬาร โดยเฉพาะการเดินขบวนของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประชาชน

ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ “จอมพลสฤษดิ์” ที่ถูกตั้งเป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ใช้ข้อดังกล่าวอ้างการรัฐประหาร และสถาปนาระบอบสฤษดิ์ในที่สุด

การเลือกตั้งสกปรกขมวดปมกลายเป็นเกมชิงอำนาจภายในกลุ่มทหาร มีสหรัฐอเมริกาภายใต้ “ซีไอเอ” และ “เพนตากอน” แบ่งข้างกันสนับสนุน จนเป็นฉากจบของระบอบจอมพล ป. ด้วยการรัฐประหาร 2500

การเลือกตั้ง 2500 เป็นฉากจบของรัฐบาลจอมพล ป.

แต่การเลือกตั้ง 2569 เป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย