เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

‘ยาลดอ้วน’ เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค แฟชั่น-อาหารสหรัฐ ปรับตัว

08 พ.ค. 2569 | 09:45น.
คอลัมน์​ : Market Move

ความนิยมยากลุ่ม GLP-1s ซึ่งเป็นยาสำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ถูกนำมาใช้กับการลดความอ้วน จนมีผู้ใช้จำนวนมหาศาลในสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงส่งผลต่อวงการแพทย์ แต่ยังส่งผลต่อวงการธุรกิจค้าปลีก แฟชั่น และอาหาร-เครื่องดื่มด้วยหลังยาชนิดนี้ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้แต่ละธุรกิจต้องปรับแผน และคาดการณ์รายได้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ธุรกิจใหญ่ในสหรัฐอเมริกาหลายราย อาทิ เนสท์เล่, เฮอร์ชีส์, แมคโดนัลด์, วิคตอเรียส์ ซีเคร็ต ต่างได้รับอานิสงส์ และเตรียมแผนต่อยอด หลังความนิยมใช้งานยา GLP-1s ทำให้พฤติกรรมการบริโภคของชาวอเมริกันเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากผลวิจัยหลายฉบับชี้ว่า ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร-เครื่องดื่มน้อยลงอย่างชัดเจน

โดยเคพีเอ็มจี (KPMG) บริษัทบัญชีและให้คำปรึกษาธุรกิจ ระบุว่า ผู้ใหญ่ที่ใช้ยา GLP-1 จะบริโภคแคลอรีน้อยลง 21% และใช้จ่ายด้านอาหารลดลงเกือบ 1 ใน 3 ส่วนผลสำรวจของอีวาย-พาร์เธนอน พบว่าประมาณ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามลดความถี่การทานอาหารนอกบ้านลง และประมาณ 70% ของผู้ที่รายงานว่าบริโภคแคลอรีน้อยลงนั้นกินขนมน้อยลงด้วย

ส่วนการสำรวจของเบิร์นสไตน์ พบว่า ความถี่ในการไปร้านอาหารของผู้ใช้ยา GLP-1s อาจลดลงได้มากถึง 45% ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารและโอกาสการทาน

“ดานา แบ็กเก็ตต์” ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายกลยุทธ์ลูกค้าด้านร้านอาหารของ RRD ซึ่งทำงานร่วมกับแบรนด์ร้านอาหารกว่า 200 แห่ง เสริมว่า มื้อกลางวันยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่มื้อเช้าได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ใช้ยา GLP-1s ที่มีรายได้สูง ซึ่งเป็นผู้ใช้ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เท่ากับว่าการบริโภคกาแฟและโดนัทในช่วงเช้าจะลดลง

เช่นเดียวกับมื้อเย็น โดยเฉพาะร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดได้รับผลกระทบมากที่สุด หลังข้อมูลของแบ็กเก็ตต์ พบว่า ปริมาณลูกค้าที่ใช้ยา GLP-1s มาทานมื้อเย็นลดลง 6% ทำให้ยอดขายโดยรวมของร้านอาหารในช่วงเย็นลดลงประมาณ 0.4% และคาดว่าจะกระทบหนักขึ้นตามจำนวนผู้ใช้ยาที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ เจพีมอร์แกน สถาบันการเงินรายใหญ่ที่มองว่า การใช้ยากลุ่ม GLP-1s ที่เพิ่มมากขึ้นนี้อาจทำให้ยอดขายรายปีของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มลดลงถึง 30,000 ถึง 55,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 หลังผลสำรวจความคิดเห็นด้านสุขภาพของบริษัทวิจัย เคเอฟเอฟ ที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2025 พบว่า ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันประมาณ 1 ใน 8 คนกำลังใช้ยากลุ่ม GLP-1s ทั้งนี้ไม่รวมผู้ที่หยุดใช้ยาไปแล้ว โดย 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าเคยใช้ยา GLP-1s มาก่อน

ตัวเลขผู้ใช้ยากลุ่ม GLP-1s นี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังโนโว นอร์ดิสก์ เปิดตัวยากลุ่ม GLP-1s แบบเม็ดเมื่อเดือนมกราคม และอีไล ลิลลี่ เตรียมเปิดตัวยาเม็ดในปีนี้เช่นกัน ทำให้เจพีมอร์แกนคาดว่าภายในปี 2030 อาจมีชาวอเมริกันมากกว่า 30 ล้านคนได้รับการรักษาด้วยยากลุ่ม GLP-1s เพิ่มขึ้นจาก 10 ล้านคนในปี 2026

ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม โดย “ดอน เค. จอห์นสัน” หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และการดำเนินงานของอีวาย-พาร์เธนอน อธิบายว่า เมื่อคนบริโภคแคลอรีน้อยลงทำให้แคลอรีจากอาหาร-เครื่องดื่มแต่ละชนิดมีความสำคัญไม่เท่ากัน เช่น โปรตีนมีความสำคัญในฐานะตัวป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ เช่นเดียวกับใยอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพลำไส้ และการดื่มของเหลวให้เพียงพอจะช่วยบรรเทาผลข้างเคียงบางอย่างของยา อย่างอาการคลื่นไส้และปวดหัว

หนึ่งในบริษัทที่ได้รับอานิสงส์ คือ เฮอร์ชี ที่ยอดขายลูกอมและหมากฝรั่งเพิ่มสูงขึ้น ตามจำนวนผู้ใช้ยา GLP-1s โดย “เคิร์ก แทนเนอร์” ซีอีโอของเฮอร์ชี กล่าวว่า ดีมานด์หมากฝรั่งและลูกอมเพิ่มขึ้นเนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากกระแสความนิยมขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ รวมถึงการใช้ยา GLP-1s ที่เพิ่มขึ้น

ไปในทิศทางเดียวกับลินด์ต แอนด์ สปรูเอนกลี บริษัทผู้ผลิตช็อกโกแลตสัญชาติสวิส ที่กล่าวเมื่อเดือนมีนาคมว่า ปี 2025 ยอดขายช็อกโกแลตระดับพรีเมี่ยมในสหรัฐเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในกลุ่มผู้ที่ใช้ยาชนิดนี้เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ใช้ยา

และบริษัทแม็คนั่ม ไอศกรีม แจ้งนักลงทุนว่า ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า การใช้ยา GLP-1s ที่เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าราคาสูง เช่น สินค้าที่มีขนาดเล็กแต่มีโปรตีนสูง หรือมีผลไม้เป็นส่วนประกอบ

เนื่องจากผู้บริโภคที่ใช้ยา GLP-1s เลิกบริโภคขนมขบเคี้ยวคุณภาพต่ำ ทำให้สินค้าอย่างช็อกโกแลตระดับพรีเมี่ยม ไอศกรีมระดับพรีเมี่ยม และขนมขบเคี้ยวโปรตีนสูงได้รับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นแทน

ด้านแมคโดนัลด์ “คริส เคมป์ซินสกี” ซีอีโอ กล่าวว่า ทางบริษัทกำลังนำความต้องการของผู้ใช้ยา GLP-1s มาประกอบการพิจารณาสร้างเมนูใหม่ด้วย หลังเมื่อปี 2024 เนสท์เล่ชิงเปิดตัว Vital Pursuit แบรนด์อาหารแช่แข็งที่เจาะกลุ่มผู้ใช้ยา GLP-1s โดยเฉพาะ ซึ่งบนฉลากระบุข้อความ “เหมาะสำหรับผู้ใช้ยา GLP-1s” อย่างชัดเจนไปก่อนแล้ว รวมถึงวางแผนขยายไปสู่เครื่องดื่ม อาทิ โปรตีนเชค ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่อาจดึงดูดกลุ่มคนกลุ่มนี้ได้

ในส่วนของธุรกิจแฟชั่นนั้น ขนาดร่างกายที่ผอมบางลงของผู้ใช้ยา GLP-1s ทำให้หลายรายต้องซื้อหาเสื้อผ้าใหม่ เบิร์นสไตน์ประเมินว่า หากผู้ใช้ยา GLP-1s แต่ละคนลดน้ำหนักได้ประมาณ 3 ไซซ์ และแต่ละคนซื้อสินค้า 5-8 ชิ้นต่อไซซ์ที่ลดลงในปีนี้ จะเท่ากับการซื้อเสื้อผ้าประมาณ 150 ล้านถึง 700 ล้านชิ้น หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ถึง 4% ของปริมาณการขายเสื้อผ้าทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาต่อปี

หรือคิดเป็นการใช้จ่ายด้านเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี อิงจากราคาขายเฉลี่ยของสินค้าเสื้อผ้าในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 18 ดอลลาร์ ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาดยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor)

“ฮิลารี ซูเปอร์” ซีอีโอของวิกตอเรียส์ ซีเคร็ต กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฟอร์จูนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ไซซ์ของบราและกางเกงในที่ขายได้เล็กลงประมาณ 3% เชื่อว่าเป็นผลมาจาก GLP-1s

ด้านผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางบางรายเริ่มเพิ่มหรือโปรโมตสินค้าที่สามารถช่วยแก้ไขผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากยา GLP-1s เช่น ผิวหย่อนคล้อย ตัวอย่างเช่น ลา โรช-โพเซย์ บริษัทในเครือลอรีอัล เปิดตัวครีมและเซรั่มที่ผ่านการทดสอบกับผู้ใช้ยา GLP-1s เพื่อช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มผู้ใช้ยา GLP-1s ในฐานะตลาดใหม่สำหรับอาหาร และสินค้าสุขภาพ รวมถึงตัวไดรฟ์ดีมานด์ในกลุ่มแฟชั่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดแฟชั่น ยาลดความอ้วน