เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“น้ำท่วมใหญ่” กับ “ความ (ไม่) เชื่อมั่น”
Columns “น้ำท่วมใหญ่” กับ “ความ (ไม่) เชื่อมั่น”
น้ำท่วมวันนี้ ภัยแล้งวันพรุ่ง การบ้านเรื่องน้ำ ที่ประเทศไทยรอไม่ได้
Finance น้ำท่วมวันนี้ ภัยแล้งวันพรุ่ง การบ้านเรื่องน้ำ ที่ประเทศไทยรอไม่ได้
น้ำท่วมกระทบ SET จำกัด ส่องหุ้น 3 ธีม รับอานิสงส์หลังน้ำลด
Finance น้ำท่วมกระทบ SET จำกัด ส่องหุ้น 3 ธีม รับอานิสงส์หลังน้ำลด
ราคาน้ำมันดิบปรับลด การเจรจาสันติภาพครั้งใหม่สหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อไป
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด การเจรจาสันติภาพครั้งใหม่สหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อไป
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1,612 จุด ชู DELTA-SCC-CK เด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1,612 จุด ชู DELTA-SCC-CK เด่น
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
ปภ.ประกาศ 38 เขต 118 แขวง กทม. เป็นพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
News ปภ.ประกาศ 38 เขต 118 แขวง กทม. เป็นพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
รัฐบาลฟื้นกองบัญชาการ ปภ. รับมือน้ำท่วมในรอบ 15 ปี รวมศูนย์สั่งการสื่อสารจุดเดียว
Politics รัฐบาลฟื้นกองบัญชาการ ปภ. รับมือน้ำท่วมในรอบ 15 ปี รวมศูนย์สั่งการสื่อสารจุดเดียว
บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
Politics บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
News ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
ดูทั้งหมด

“น้ำท่วมใหญ่” กับ “ความ (ไม่) เชื่อมั่น”

30 ก.ย. 2569 | 10:00น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ปราปต์ บุนปาน

หากประเมินจากอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนหลากหลายอาชีพ ที่มีสถานะทางสังคม-เศรษฐกิจแตกต่างกัน สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัดของประเทศ นั้นก่อผลกระทบในวงกว้างต่อที่อยู่อาศัย การคมนาคมขนส่ง การทำงาน ตลอดจนการเดินทางระหว่างประเทศของพวกเขา โดยมิอาจปฏิเสธ

พูดอีกแบบได้ว่า นี่เป็น “ภัยน้ำท่วมใหญ่” ที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนอย่างไพศาล

กระทั่งสื่อมวลชนที่เสียงดังที่สุดคนหนึ่งของประเทศ คือ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ก็ยังยืนยันต่อหน้าสาธารณชน ที่จะเรียกสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า “มหาอุทกภัย”

แม้ ณ ขณะนี้ เราอาจยังประเมินผลเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ระลอกล่าสุดเป็นตัวเลขเชิงรูปธรรมได้ไม่กระจ่างชัด ละเอียด ครอบคลุม

ทว่า ในแง่อารมณ์ความรู้สึก คงต้องบอกว่าคนไทยส่วนใหญ่กำลังมีความรู้สึก “ไม่เชื่อมั่น” เป็นอย่างสูง

(หนึ่ง) พวกเขารู้สึกไม่เชื่อมั่นใน “รัฐไทย” เพราะกลายเป็นว่าระหว่างหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่พยากรณ์อากาศ และเตือนภัย-ป้องกันสาธารณภัยให้แก่ประชาชน กับอินฟลูเอนเซอร์ทางโซเชียลมีเดีย ที่เคยโพสต์อะไรถูกบ้างผิดบ้าง

การเลือกเชื่อและฟังข้อมูลของอินฟลูฯ กลับทำให้คนไทยสามารถรอดพ้นจากอุทกภัยหนนี้ ได้มากกว่าการรอฟังคำเตือนของภาครัฐ

(สอง) ต้องยอมรับว่ารัฐไทย ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลกลาง และองคาพยพต่าง ๆ ของรัฐราชการ มีอาการคล้ายเมาหมัด จับต้นชนปลายไม่ถูก ในช่วงแรก ๆ ที่มีฝนตกตลอดทั้งวันทั้งคืน

จนทำให้ทุกภาคส่วนรับมือกับปัญหาได้ไม่ดีพอ และเหมือนยัง “ถอดบทเรียน” ไว้ไม่มากพอ ทั้ง ๆ ที่ปัญหาอุทกภัยใหญ่นั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในตลอดหลายปีหลัง

พูดอีกแบบ คือ จนถึงบัดนี้ รัฐไทยเสมือนยังไม่มีองค์ความรู้ แผนงานรวม และแนวทางการรับมือปัญหาเฉพาะหน้า ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการเผชิญหน้ากับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (โลกร้อน, โลกรวน) ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ของโลกยุคปัจจุบัน

(สาม) ส่งผลให้ในช่วงแรกที่ “มหาอุทกภัย” เริ่มก่อตัวขึ้น และนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ประเทศไทยก็กลับกลายเป็นรัฐที่ขาดแคลน “ผู้นำยามวิกฤต” ทั้งที่เรายังมีรองนายกฯ และรัฐมนตรีอยู่ในประเทศอีกหลายคน

กว่านายกฯ จะเดินทางกลับไทย แล้วเริ่มตั้งหลักลงไปเดินลุยน้ำ ไปพบเจอผู้ประสบภัยด้วยตัวเอง ทุกอย่างก็เหมือนจะสายเกินการณ์ไปพอสมควร และหน้าที่หลักของผู้นำประเทศก็ยังทำได้แค่รับฟังความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นหลักเท่านั้น

(สี่) ทุกคนต่างทราบดีว่า เศรษฐกิจไทยนั้นมีสภาวะเซื่องซึมมาอย่างยาวนาน และยังกระตุ้นไม่ขึ้น ยังหาจุดเปลี่ยนชัด ๆ ใหญ่ ๆ ไม่เจอ (นอกจากการอัดฉีดเงินเข้ากระเป๋าประชาชนคนละนิดละหน่อย)

น้ำท่วมใหญ่รอบนี้ ซึ่งมีผลกระทบถึงหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวงและศูนย์กลางของประเทศแทบทุกด้าน มิหนำซ้ำ ยังสร้างผลสะเทือนทั้งต่อผู้คนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำในธุรกิจภาคบริการด้านต่าง ๆ ตลอดจนคนมีเงินในบ้านมีรั้ว แล้วลามไปถึงคุณภาพการให้บริการของสายการบินแห่งชาติ จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดต่ำลงไปอีก

เงินที่มีให้ใช้ไม่มากนัก ต้องถูกนำไปใช้เพื่อการฟื้นฟู ซ่อมแซม เยียวยาหลังน้ำท่วม มากกว่าจะนำไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ

น่าเสียดายและน่าแปลกใจ ที่ประเทศไทยต้องประสบกับสภาพการณ์ย่ำแย่เช่นนี้ ในบริบทที่รัฐไทยเองนั้นเข้มแข็งมีเสถียรภาพเป็นอย่างสูง แต่กลับไม่ค่อยมีศักยภาพในการทำให้ประชาชนและภาคเอกชนมีความแข็งแรงตามรัฐ และไร้ประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ จนไม่อาจนำพาประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้