แก้ปัญหาไตรมาส 4
บทบรรณาธิการ
เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ประเทศไทยยังเจอสารพัดปัญหาและวิกฤตที่ตามมาต่อเนื่อง ใหญ่สุดไม่พ้นน้ำท่วม ที่กินพื้นที่เกือบทั้งประเทศ จากฝนตกแช่ยาวนานข้ามวันข้ามคืน ส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และหลายจังหวัด น้ำท่วมเป็นวงกว้าง จมนานหลายวันติดต่อกัน โดยผู้ประสบภัยแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวหรือรับมือ เนื่องจากฝนมาเร็ว มาหนัก มาต่อเนื่อง
น้ำท่วมที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และลามไปถึงตลาดหุ้นไทย ที่โดนถาโถมหลายเด้ง ของเดิมจากเงินเฟ้อสหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ต้องปรับดอกเบี้ยไปรอบหนึ่งแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ รวมถึงดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งสูงทุบสถิติ ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายที่ไม่สดใสนักจากผลกระทบของน้ำท่วม จนตลาดหุ้นไทยโดนต่างชาติเทขายสุทธิหลายวันต่อเนื่อง
ปัญหาน้ำท่วมยังน่าจะยืนระยะไปอีกสักพัก เพราะสภาพภูมิอากาศยังมีฝนตกต่อเนื่อง ซ้ำด้วยน้ำเหนือจากเขื่อนต่าง ๆ เริ่มทยอยปล่อยออกมามากขึ้น แม้มีความพยายามจำกัดการเปิดประตูระบายน้ำ เนื่องจากต้องการให้ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระบายน้ำออกไปให้มากที่สุดก่อน แต่ย่อมสร้างความกังวลใจให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ท่วมซ้ำซาก เพราะน้ำเก่ายังระบายออกไม่หมด และน้ำก้อนใหม่กำลังเดินทางเข้าพื้นที่
จากเหตุน้ำท่วมสิ่งที่ตามมาไม่พ้นกำลังซื้อของประชาชนลดลง เพราะต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปซ่อมแซมรถยนต์และที่อยู่อาศัย รวมถึงเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เสียหายจากน้ำท่วม แผนเดิมที่เตรียมเงินไว้ช่วงปลายปีที่ถือว่าเป็นจังหวะใช้จ่ายครั้งใหญ่ ทั้งการท่องเที่ยว หรือซื้อสินค้า อาจต้องขยับออกไปหรือใช้น้อยลง ทำให้แทบทุกสำนักประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ช่วง 6 เดือนสุดท้ายลดลงไปอีก จากเดิมคาดว่าครึ่งปีหลังเติบโตน้อยกว่าครึ่งปีแรกอยู่แล้ว
แม้จะมีจังหวะเหมาะอยู่ประมาณหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลตัดสินใจยืดอายุโครงการ “ไทยช่วยไทย” ออกไปอีก 2 เดือน โดยจ่ายควบ 1,000 บาท เพราะประเมินภาพรวมราคาพลังงานยังทรงตัวระดับสูง แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นช่วงนี้พอดี จึงเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ขยับเงินช่วยเหลือจาก 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน เป็นเดือนละ 1,000 บาทตามเดิม หรือหากยืดไปเป็น 3 เดือน น่าจะช่วยพยุงกลุ่มผู้เดือดร้อนได้จำนวนมาก และเงินจากงบประมาณปี 2570 สามารถเบิกจ่ายได้แล้วด้วย
จึงต้องวัดใจรัฐบาลว่าจะมีท่าทีกับข้อเรียกร้องนี้เช่นใด เพราะทางหนึ่งต้องใช้งบฯ เยียวยาน้ำท่วมและใช้ในโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีมาตรการดูแลภาคธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ปีนี้ถือว่าสาหัสพอสมควร ทั้งจากราคาพลังงาน โดนปฏิเสธสินเชื่อ สินค้าราคาถูกตีตลาด รวมถึงน้ำท่วมล่าสุด ทั้งหมดนี้ถือเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลในช่วงไตรมาสสุดท้าย