เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สังคมชุมชนแชร์ความรู้

11 พ.ค. 2562 | 11:15น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย วิไล อักขระสมชีพ

วันที่ 4 พ.ค. 2562 เป็นวันสำคัญจารึกในประวัติศาสตร์ไทย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขณะที่รัฐบาล “บิ๊กตู่” ได้ออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปีนี้ มี 6 มาตรการทางภาษี ได้แก่ การซื้อสินค้าเกี่ยวกับการศึกษาและกีฬา จะสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกิน 15,000 บาท ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 62, มาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมการอ่าน ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท เริ่ม 1 ม.ค.-31 ธ.ค.62, มาตรการภาษีเพื่อสินค้า OTOP ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท เริ่มวันที่ 30 เม.ย.-30 มิ.ย. 62

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมท่องเที่ยวทั่วไทย สามารถนำค่าบริการนำเที่ยว ที่พักโรงแรม โฮมสเตย์มาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 20,000 บาท ถึงสิ้น 30 มิ.ย. 62, มาตรการบ้านหลังแรก ให้หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 2 แสนบาท สำหรับการซื้อบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 62 และมาตรการส่งเสริมและสนับสนุน e-Tax ให้บริษัทหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายลงทุน ที่จ่ายภายในวันที่ 31 ธ.ค. 62

นักเศรษฐศาสตร์ก็ออกมาประเมินกันว่า มาตรการพยุงเศรษฐกิจรอบนี้มีทั้งลดทั้งแจกแล้ว คาดว่าจะช่วยหมุนรอบเศรษฐกิจขยายตัวได้อีกนิดนึงราว 0.1% เมื่อบวกรวมกับที่คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้ราว 3.8% ก็จะมีโอกาสขยายตัวได้ 3.9% เรียกว่าเข้าใกล้หลัก “สี่” เปอร์เซ็นต์ แต่ทว่า ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ออกมา

มุมแบงก์ชาติก็ยอมรับว่า ส่งออกติดลบถึง 3.6% ฉุดเศรษฐกิจอาจโตต่ำ 3% เหมือนกัน ซึ่งจะทำให้ไตรมาสแรกนำร่องเป็นไตรมาสต่ำสุดในรอบปี ต่างจากทุกปีที่จะเป็นไตรมาส 2 ที่โตต่ำสุด หากเป็นเช่นนั้นครึ่งหลังรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาก็ต้องโหมกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตได้ 4.5% เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายทั้งปี

ก็คงต้องรอดูฝีมือรัฐบาลใหม่ที่จะมาเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทยกันต่อไป

มาที่เรื่องดี ๆ เศรษฐกิจชุมชนชาวบ้านกันดีกว่า ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปเมืองรองภาคใต้ “นครศรีธรรมราช” ซึ่งเป็นอีกเมืองที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับต้น ๆ ของไทยด้วย โดย บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต นำโดย “คุณป้อง-สาระ ล่ำซำ” พาคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ “ส่งความสุขและรอยยิ้มสู่ชุมชน#happysharing” โดยลงพื้นที่บ้านนาโหนด และบ้านในถุ้ง จ.นครศรีฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกเมื่อช่วงต้นปีนี้ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รับความเสียหายกันอย่างมาก ซึ่งพนักงานเมืองไทยประกันชีวิตได้เข้ามาฟื้นฟูและซ่อมแซมอาคาร สถานที่ต่าง ๆ ของพื้นที่ดังกล่าวร่วมกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชและชาวบ้าน

ที่สำคัญได้ปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านนาโหนด ที่เปิดให้ชุมชนต่าง ๆ นำความรู้ภูมิปัญญามาแลกเปลี่ยนกัน ตัวอย่างเช่น ศูนย์เรียนรู้การผลิตเห็ดอินทรีย์ บ้านลิพอนหัวหาร-บ่อแร่ จ.ภูเก็ต ได้นำน้ำเห็ดมาแจกจ่ายให้ได้ชิม ซึ่งน้ำเห็ดนี้ได้วางขายด้วยเช่นกัน ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยเทรนด์คนรักสุขภาพ การทำธนาคารปูของบ้านในถุ้ง ที่พาออกไปปล่อยลูกปูม้า เพราะทุกวันนี้เริ่มน่าเป็นห่วงว่าลดลงมากจนเสี่ยงในอนาคตจะสูญพันธุ์ได้

คุณป้องเองยังออกตัวการลงพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ได้ความรู้ต่าง ๆ ที่ดีจากวิถีชาวบ้านที่ทำมาหากินกัน และการมีพื้นที่ให้มาแลกเปลี่ยนกัน ถือเป็นการสร้างสังคมแชร์ความรู้ การแบ่งปันซึ่งกันและกัน ถือเป็นหัวใจสำคัญ ปล่อยมุขฮาว่า วันนี้ไม่ได้มาขายประกัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่า เรื่องการออมถือเป็นเรื่องสำคัญ (ฮา) ดังนั้น การให้ทางการเงินก็เป็นหัวใจสำคัญเหมือนกัน

แม้ว่าธุรกิจจะทำต้องดำเนินไปเพื่อ เอากำไรในบรรทัดสุดท้ายของงบการเงิน แต่อีกด้านการ “ให้” คืนก็เป็นอีกมิติที่ภาคธุรกิจสร้าง ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบที่ตอบแทนคืนสังคม อาทิ การศึกษา การส่งเสริมความรู้ต่าง ๆ สิ่งแวดล้อม หากทำแล้วไปถูกทาง ก็สร้างความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจและธุรกิจ