เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ระวังรากหญ้าโคม่า

10 ส.ค. 2562 | 14:05น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

สมปอง แจ่มเกาะ

ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีโอกาสขึ้นไปไหว้พระและถือโอกาสเที่ยวเมืองปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จากดอนเมืองบินตรงสู่เชียงใหม่ จากสนามบินเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่สำนักงานขนส่งผู้โดยสารอาเขต เพื่อต่อรถขึ้นไปปาย คุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับสารถีแท็กซี่ได้ใจความว่า เศรษฐกิจไม่ค่อยดี นักท่องเที่ยว-คนเดินทางน้อย หากินไม่ค่อยทัน ฝนฟ้าก็แล้ง

ถึงขนส่งอาเขตแวะหาข้าวเช้ารองท้อง เพราะต้องเดินทางต่ออีกอย่างน้อยประมาณ 3 ชั่วโมง แม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่ง นั่งตบยุง-ไล่แมลงวัน พร้อมร้องเรียกเชิญชวนลูกค้าเข้าร้านเป็นระยะ ๆ

ช่วงอยู่ปาย 2 วัน เหมารถตระเวนเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ ไกด์นำเที่ยวก็บ่นเข้าหูให้ได้ยินว่า ปีนี้แล้ง ฟ้าฝนไม่ตก ข้าว ข้าวโพด รอวันแห้งตาย ส่วนการทำมาค้าขายเศรษฐกิจในภาพรวมก็ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร แต่ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ทั้งฝรั่งทั้งจีนทยอยเดินทางเข้ามาบ้างแล้ว

กลับลงมาจากอำเภอปาย นั่งรถ 2 แถว มุ่งหน้าสู่เซ็นทรัล แอร์พอร์ต เพื่อแวะพักฆ่าเวลารอเครื่องบินออก เดินเล่นขึ้น-ลงตั้งแต่ชั้นล่างไปจนถึงชั้น 5 ชั้นบนสุด มันเงียบเหงายังไงชอบกล ร้านรวงต่าง ๆ ค่อนข้างเงียบเหงา ลูกค้าส่วนใหญ่เดินดูเดินชม window shopping มากกว่าจะซื้อจะกิน

สิ่งที่ได้พบได้เห็นได้สัมผัสมาในช่วงสั้น ๆ นี้ หากจะสรุปว่าเศรษฐกิจเชียงใหม่ไม่ดีเท่าที่ควรก็คงไม่ผิดนัก

แต่กลับเข้ามากรุงเทพฯก็ยังเห็นรถป้ายแดงวิ่งกันเกลื่อน หรือหากมองไปตามป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่ริมทางก็จะเห็นโฆษณาขายบ้านหรู ราคา 5-6-7 ล้านบาท หรือเฉียด ๆ 10 ล้านบาท ก็มีให้เห็นหลายโครงการแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ถึงวันนี้ “รัฐบาลบิ๊กตู่” ภายใต้การนำทีมของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เริ่มลงมือทำงานบริหารประเทศมาได้กว่า 3 สัปดาห์แล้ว และย่างเข้าสัปดาห์ที่ 4

ถือว่าเป็น 3 สัปดาห์ที่ยังเต็มไปด้วยอุปสรรคและปัญหา ทั้งปัจจัยภายในปัจจัยภายนอกที่ถาโถมเข้าใส่ และมีหลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขเยียวยา

นอกจากโจทย์เดิม ๆ ที่เคยเจอ ไหนจะเรื่องสงครามการค้าระหว่าง 2 มหาอำนาจโลกจีน-สหรัฐ หากตกลงกันไม่ได้ กระทบแรงแน่ ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ปัญหาภัยแล้งที่ทำให้พืชผลการเกษตรเสียหาย ข้าวยากหมากแพง รวมถึงเงินบาทที่แข็งค่าชนิดที่ทำลายสถิติในรอบหลาย ๆ ปี หรือล่าสุดกับปมระเบิดป่วนกรุงที่นอกจากจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านร้านตลาดทั่ว ๆ ไปแล้ว อีกด้านหนึ่งยังทำลายบรรยากาศการค้า-การลงทุน และทุบซ้ำความเชื่อมั่นให้ดำดิ่งลงไปอีก

ดูแล้ว…เหนื่อย และต้องยอมรับว่า แต่ละเรื่องล้วนต้องใช้เวลาและไม่ง่าย

ตอนนี้นายกรัฐมนตรีไล่จี้ให้กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ ให้เร่งทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาโดยเร็ว คาดว่าอีกไม่นานเกินรอ หรือภายในกลางเดือนสิงหาคมนี้อาจจะได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นแพ็กเกจเล็กหรือแพ็กเกจใหญ่ไม่ว่ากัน ขอให้ได้ผลและสัมฤทธิผลจริง ๆ เท่านั้นพอ

ในฐานะประชาชนคนตาดำ ๆ ก็ได้แต่เป็นกำลังใจและเอาใจช่วย อย่างน้อยที่สุดหากรัฐบาลแก้ปัญหาที่ว่าได้ก็จะตกได้กับคนไทยทั้งประเทศ ที่หนักก็จะกลายเป็นเบาลงได้

แต่ที่เป็นปัญหาและน่าเป็นห่วงมากในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นบรรดาเกษตรกรชาวนาชาวสวน นอกจากพืชผลทางการเกษตรจะเสียหายจากภัยแล้งและขายไม่ได้ราคาแล้ว อีกด้านหนึ่งก็ยังต้องแบกหนี้ก้อนโตอีกมโหฬาร ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ

อย่าว่าแต่ชาวไร่ชาวนาเลย คนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่คนเมืองจำนวนไม่น้อย ก็ติดกับดักหนี้รูดปรื๊ด ๆ หนี้บัตรกดเงินสด หนี้สินค้าเงินผ่อน จนแทบโงหัวไม่ขึ้น

ขอบอกขอเตือนกันก่อนเลยว่า อย่าตั้งหน้าตั้งตารอให้รัฐบาลยื่นมือมาช่วย ถึงนาทีนี้ต้องช่วยตัวเองก่อน

นาทีนี้คนที่มีหนี้ไม่ควรก่อหนี้ใหม่ ลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง อยู่แบบพอเพียง เป็นดีที่สุด