เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
Economic สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
SD SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
อีวีนิสสันมือหนึ่ง คันละแสน ญี่ปุ่นอุดหนุนฉ่ำจนถูกกว่ามือสอง
World อีวีนิสสันมือหนึ่ง คันละแสน ญี่ปุ่นอุดหนุนฉ่ำจนถูกกว่ามือสอง
YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
Finance YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
Politics ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
กกต. มีมติรับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็น ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ สมัย 2
Politics กกต. มีมติรับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็น ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ สมัย 2
บทเรียนจากโน้ส อุดม: คุณค่าของประกันชีวิตที่มักถูกมองข้าม
Finance บทเรียนจากโน้ส อุดม: คุณค่าของประกันชีวิตที่มักถูกมองข้าม
ดูทั้งหมด

กรุงเทพ เมืองในฝุ่น

05 ต.ค. 2562 | 17:53น.

คอลัมน์สามัญสำนึก

ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

 

ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพฯและปริมณฑล ได้กลับเข้าสู่สถานการณ์มลพิษทางด้านฝุ่นละอองอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นช่วงสั้น ๆ แต่ก็ถือเป็นการ “ชิมลาง” ฤดูฝุ่นพิษที่จะเริ่มต้นอย่างแท้จริงในเดือนธันวาคม ลากยาวไปถึงช่วงฤดูแล้งในเดือนเมษายน 2563 ที่จะผสมโรงกับปัญหาควันไฟจากการเผาไร่ทั้งในและนอกประเทศด้วย โดยเขตที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือที่เรียกกันว่า PM 2.5 สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตที่มีการจราจรหนาแน่นและเขตที่มีการก่อสร้าง

ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีประสบการณ์จากการเผชิญปัญหาฝุ่นพิษในปีที่ผ่านมา ต้องเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาทันที ดูเหมือนว่าจะมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพ ด้วยการเสนอแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเป็น “วาระแห่งชาติ” (อีกแล้ว) เรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง สรุปแผนมีสาระสำคัญภายใต้หลักการเชิงรุกเน้นการป้องกันผลกระทบล่วงหน้าจากตัวชี้วัด 2 ชนิดคือ จำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานต้องเพิ่มขึ้น กับจำนวนจุดความร้อน (hotspot) ต้องลดลง โดยกำหนดมาตรการไว้ 3 มาตรการคือ

มาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ น่าจะหมายถึง การระบุ “อำนาจ” single commandในการจัดการฝุ่นให้ผู้ว่าฯ (ระดับ 3 PM 2.5 มีค่าระหว่าง 76-100) แต่ถ้าค่าสูงเกินกว่า 100 ขึ้นไปให้นายกรัฐมนตรีสั่งการ

มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่แหล่งกำเนิดต้นทาง ให้ดำเนินการ 2 ระยะ 1) ระยะสั้น (2562-2564) ส่งเสริมการใช้น้ำมันกำมะถันไม่เกิน 10 ppm,บังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ Euro 5 ภายในปี 2564, ควบคุมเครื่องยนต์เก่า, ลดอายุรถที่จะเข้ารับการตรวจสภาพ, การเผาในที่โล่ง, การก่อสร้าง+ผังเมือง, ควบคุมมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม กับ 2) ระยะยาว (2565-2567) อาทิ บังคับใช้รถมาตรฐาน Euro 6 ภายในปี 2565, บังคับใช้น้ำมันกำมะถัน 10 ppm (1 ม.ค. 2567), ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และปรับปรุงแก้ไขการเก็บภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถยนต์ใช้งาน

และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ แบ่งเป็นระยะสั้นและระยะยาวเช่นกัน
มาตรการส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาระบบ เครื่องมือกลไกบริหารจัดการ และองค์ความรู้ต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม แผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองดูเหมือนจะ “หลงลืม” สาเหตุหลักของการเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 จากข้อเท็จจริงที่ว่า PM 2.5 เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและชีวมวลที่มีแหล่งกำเนิดหลักมาจาก “รถยนต์” และเมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปอีกก็จะพบว่า PM 2.5 เกิดจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก โดยรถยนต์ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองมาก 3 อันดับแรก ได้แก่ รถปิกอัพ มีอัตราการระบายฝุ่น 2.78 กิโลตันหรือคิดเป็นร้อยละ 36 ของการระบายฝุ่น PM 2.5 ทั้งหมด รองลงมาคือ รถบรรทุกขนาดใหญ่ 2.48 กิโลตันหรือร้อยละ 32 และรถบัสขนาดใหญ่ 1.38 กิโลตันหรือร้อยละ 17.8

ดังนั้นวิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างถาวรที่สุดก็คือ การลดจำนวนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลลง ควบคู่ไปกับการพัฒนาน้ำมันกำมะถันต่ำไม่เกิน 10 ppm/มาตรฐาน Euro 5 แต่ปัญหาก็คือ ในแผนวาระแห่งชาติฉบับนี้เขียนไว้แค่ ให้ “ศึกษา” ความเหมาะสมในการ “จำกัด” อายุรถยนต์นั้นหมายถึง รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลสามารถวิ่งต่อไปได้เรื่อย ๆ จากปัจจุบันที่มีไม่ต่ำกว่า 11 ล้านคันทั่วประเทศ

ตรงนี้ที่เป็นปัญหาหลักของฝุ่น PM 2.5 ในตัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรุงเทพมหานคร จากข้อเท็จจริงที่ว่า การแก้ไขปัญหาในแต่ละปีไม่ได้ทำให้ฝุ่น PM 2.5 หายไปไหน มีแต่ฝุ่นจะเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการใช้รถเครื่องยนต์ดีเซลที่จดทะเบียนเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีต่างหาก