เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
Finance เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
Real Estate ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
Columns บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
Economic กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
ดูทั้งหมด

วัดใจรัฐบาล แก้ “หมอกควัน” ยั่งยืน

18 ต.ค. 2562 | 15:42น.
หมอกควัน เชียงใหม่

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย กฤษณา ไพฑูรย์

 

ปีนี้ดูเหมือนว่า ชีวิตประชาชนคนไทยจะประสบกับมรสุมหลายด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ภัยแล้ง น้ำท่วม บวกเพิ่มมาด้วยปัญหาการจราจรติดขัด และวิกฤตมลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่บั่นทอนสุขภาพกายและสุขภาพใจ

วันนี้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นไม่ใช่เกิดเฉพาะในกทม. แต่ทุกหัวเมืองใหญ่กำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้

อย่างเช่น “เชียงใหม่” จังหวัดที่ในอดีตหลายคนใฝ่ฝันจะไปซื้อที่ดิน ตั้งรกรากเมื่อถึงวัยเกษียณ แต่หลังจากเกิดปัญหา “หมอกควันพิษ” ที่ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ภาคเหนือต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี ทำให้หลายคนล้มเลิกการใช้ชีวิตปั้นปลายในเชียงใหม่ไปเลยทีเดียว

เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาหมอกควันพิษของเชียงใหม่ “ไม่เคยได้ผล” ! แถมช่วงต้นปี 2562 กลับหนักหนาสาหัสกว่าทุกปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะปัญหาการเผาตอซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรและประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา

อีก 5 เดือนจะเข้าสู่เดือนมีนาคม 2563 ซึ่งเกษตรกรจะเริ่มเผาวัชพืช เพื่อปรับพื้นที่ปลูกพืชกันอีกแล้ว แม้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งภายในพื้นที่และนอกพื้นที่จะพยายามเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา และพยายามผลักดันเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาเป็น “วาระแห่งชาติ”

ล่าสุดผู้สื่อข่าวสาวสวยจากจังหวัดเชียงใหม่ “สุธิดา สุวรรณกันธา” รายงานมาว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้บินนำทีมเดินทางขึ้นมาประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ปี 2563 โดยควงแขน วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมประชุมกับเจ้าบ้าน 9 จังหวัดภาคเหนือ

แม้ “บิ๊กป้อม” จะบอกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานต้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อปกป้องสุขภาพอนามัยของประชาชน และขอให้ทุกคนทุ่มเทกำลังและทรัพยากร เพื่อหยุดการเผา และควบคุมไม่ให้ปริมาณฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ตลอดปี 2563

โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเป็น single command โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องติดตามสถานการณ์และบูรณาการ สั่งการป้องกันและควบคุมการเผาในจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ให้ประกาศห้ามเผาโดยทันที

นอกจากนี้ต้องจัดระเบียบการเผาอย่างเป็นระบบ ให้ทยอยเผาในปริมาณที่ฝุ่นละอองไม่เกินมาตรฐาน และสั่งการไปถึงระดับตำบล โดยเฉพาะตำบลเสี่ยงเผาซ้ำซาก ให้นายอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ในส่วนของกระทรวงกลาโหมสนับสนุนการลาดตระเวนและดับไฟทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศอย่างเต็มที่ และหารือในกรอบความร่วมมือคณะกรรมการชายแดน เพื่อให้ความร่วมมือและกำชับให้ควบคุมการเผาบริเวณชายแดนอย่างเคร่งครัด

สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องลดจุดความร้อน (hotspot) ในพื้นที่ป่าให้เป็นศูนย์ ในระหว่างวันที่ 15 มีนาคม ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 พร้อมกับระดมกำลัง อุปกรณ์ เครื่องมือจากนอกพื้นที่ มาเสริมการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า ไม่ให้เกิดการลุกลามของไฟจนไม่สามารถควบคุมได้ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือ และร่วมมือกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนตามกลไกอาเซียนอย่างจริงจัง

ในส่วนกระทรวงคมนาคม ให้กวดขันไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ริมทางหลวงโดยเด็ดขาด และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งเปลี่ยนพื้นที่เกษตรทั้งหมดใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ไปสู่การเป็นเกษตรปลอดการเผาภายใน 3 ปี

พร้อมกำกับเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” งดสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตร ที่มาจากการ “บุกรุกป่า” อย่างเด็ดขาด และเตรียมพร้อมการทำฝนหลวงในช่วงวิกฤต

ฟัง ๆ ดูแล้ว แผนงานคล้ายกับหลายปีที่ผ่านมา แถมตบท้ายด้วยการบอกว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ 9 จังหวัดภาคเหนือ จังหวัดละ 1 ล้านบาทในการเตรียมความพร้อมป้องกันปัญหาหมอกควันปี 2563 ซึ่งสะท้อนใจว่า เงิน 1 ล้านบาท จะเพียงพอกับปัญหาใหญ่ที่เผชิญอยู่เบื้องหน้าหรือไม่

งานนี้คงต้องวัดใจรัฐบาล จะมัวแต่ใช้เงินจำนวนมากไปแจกจ่าย เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจฉาบฉวยเฉพาะหน้า หรือคิดจะนำเงินงบประมาณไปใช้แก้ปัญหาระยะยาวอย่างเป็นระบบในทุก ๆ เรื่อง เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตไปอย่างยั่งยืน ต้องติดตามกันต่อไป