ข้อดีโควิด
คอลัมน์ สามัญสำนึก โดย สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
ชีวิตมี 2 ด้าน ธุรกิจมี 2 บัญชี (บริษัทส่วนใหญ่) โควิดมี 2 สายพันธุ์หรือมากกว่า
ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะเห็น “เหล้า-เบียร์” มี 2 ราคา คือราคาบนดินกับใต้ดิน
ยิ่งรัฐบาลประกาศห้ามเหมือนยิ่งยุ เพราะยี่ปั๊วซาปั๊ว ยังแอบส่งขายให้ลูกค้าในราคาที่แพงขึ้นกว่าปกติ
แม้จะเป็นเรื่องของ “ดีมานด์-ซัพพลาย”
แต่ในห้วงสถานการณ์ที่บ้านเมืองไม่ปกติ สะท้อนถึงนิสัยคนบางกลุ่มที่ยังดับกิเลสไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พวกเราคนไทยเดินมาไกลกว่า 1 เดือนแล้ว เพื่อให้โรคและโลกสงบขึ้น
และเป็นปีแรกในชีวิตที่ไม่ต้องมานั่งลุ้น ดูสถิติตัวเลขคนตาย คนบาดเจ็บจากพิษแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
จะว่าไป ข้อดีของ “โควิด-19” ก็มีมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการจัดระเบียบ ชีวิตและสังคมได้อยู่หมัด
เพราะมนุษย์กลัวตาย จึงยอมทุกอย่างให้เชื้อร้ายผ่านพ้น
เราเลยได้เห็น “พลังสามัคคี” ที่ดีที่สุด
เมื่อหันกลับมามองสถานการณ์ปัจจุบัน มาตรการเข้มข้นของภาครัฐและเอกชนที่ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้น ก่อให้เกิด new normal หรือ “ความปกติใหม่” ที่แปรเปลี่ยน “พฤติกรรม” แบบเดิม ๆ
สำหรับตัวเองไม่เคยคิดเลยว่า จะเป็นคนที่ล้างมือได้บ่อย หรือล้างมือได้นาน ๆ บางทีล้างจนซีด แล้วมาเจอเจล เจอแอลกอฮอล์ซ้ำอีก มือที่เคยสวยก็เหี่ยวแห้ง
นอกจากพฤติกรรมการหมั่นล้างมือแล้ว การสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างทางสังคม การอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อกลับเข้าบ้าน
ล้วนเป็นแนวโน้มที่จะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนาน
ถ้าโควิดยืดเยื้อ กลายพันธุ์
น่าคิดต่อไปว่า พฤติกรรมต่าง ๆ ในสังคมที่เปลี่ยนไป จะกลายเป็น “ความคุ้นชิน” ที่ติดตัวเราไปตลอดหรือไม่
และจะมีโอกาสเปลี่ยนกลับไปเหมือนเดิมหรือเปล่า
เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น หรือกลับสู่ปกติ
รวมถึง “ระบบ” หรือ “กลไก” การใช้ชีวิต เพราะกระแส work from home และการใช้บริการดีลิเวอรี่ มาแรงมาก
เพราะโควิดได้ disruption ทุกกิจกรรม
สิ่งใหม่จากการทำอะไรใหม่ ๆ กำลังเกิดขึ้น ตามพฤติกรรม
“ออนไลน์” แทบจะตอบโจทย์ทุกข้อ ทั้งสะดวกและลดต้นทุน
องค์กรธุรกิจก็เช่นกัน หลายบริษัทกำลัง “คิด-สร้าง” ระบบบริการพื้นฐานให้พนักงานอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ สร้างรายได้ให้บริษัทได้
ถ้ายังอยู่แบบเดิม ๆ หลายธุรกิจคงไปต่อได้ยาก
สมมุติว่า วิกฤตจบลงแล้ว บรรยากาศการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ของผู้คนจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน
เช่น คนไทยชอบเดินห้าง ซื้อไม่ซื้อไม่รู้ ขอเที่ยวห้างก่อน รับแอร์เย็น ๆ ก่อน แล้วก็นิยมกินหมู่
ธุรกิจร้านอาหาร ทั้งหมูกระทะ จิ้มจุ่ม ชาบู ถึงแจ้งเกิดเร็วมาก เร็วจนร้านสุกี้เอ็มเค พี่ใหญ่ของวงการต้องปรับตัวเองต่อสู้กับชาบู ด้วยการพลิกหม้อมี 2 น้ำให้เลือก
มาวันนี้ เรากำลังจะได้เห็น “หม้อใคร-หม้อมัน” ทั้งสุกี้ ชาบู หมูกระทะ
แอ็กเซสซอรี่รอบตัวจะแปรเปลี่ยนแน่นอน
ขณะที่ร่างกายมนุษย์จะมีเครื่องประดับน้อยลง แม้แต่เครื่องรางของขลัง เพราะทุกสิ่งอย่างต่างกลัวโควิด ศัตรูที่มองไม่เห็น
การทำร่างกายให้สะอาด เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนด้วยสิ่งพันธนาการ จะเป็นเทรนด์เกาะกระแสโลกที่มุ่งเรื่องสาธารณสุข (สุขภาพ) เป็นลำดับแรก ตามด้วยสังคม และเศรษฐกิจ
เหมือนเทรนด์แบ่งปัน ช่วยเหลือ จะเกิดเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่าง “คนจน” กับ “คนรวย” ที่มีใจให้กัน
วิกฤตรอบนี้ให้บทเรียนที่ประเมินค่าไม่ได้แก่คนไทยและคนทั้งโลก เงินอาจมีความสำคัญ แต่แทบจะไม่มีความหมาย
ถ้าเจ้าของเงินไม่รู้จัก “บริหาร” ลดความเหลื่อมล้ำ
สังคม-เศรษฐกิจก็จะวุ่นวาย เป็นงูพันหาง การบริหารเงินในเซฟ หรือการบริหารเงินคงคลัง เงินกู้
ต้องแม่นและทั่วถึง ให้ประโยชน์ตรงจุด
อย่ารั่วหรือมั่วเป็นอันขาด “ความอดอยาก” บวก “ระแวง” จะทำให้ผู้บริหารเงินไม่เป็น “อยู่ไม่เป็นสุข”