เหตุเกิดที่ “บางน้ำเปรี้ยว”
คอลัมน์สามัญสำนึก สมปอง แจ่มเกาะ
“บางน้ำเปรี้ยว” เป็นอำเภอเล็ก ๆ อำเภอหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา
จริง ๆ แล้ว บางน้ำเปรี้ยวอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯเท่าไหร่ รอยต่อติดกับเขตหนองจอกนี่เอง
ผมเองเคยไปทำธุระ ไปเที่ยวบางน้ำเปรี้ยวมาหลายครั้ง ถนนหนทางสะดวกสบาย ใช้เวลาเดินทางสักชั่วโมงเศษ ๆ ก็ถึงแล้ว
สังเกตง่าย ๆ พอเห็นทุ่งนา ต้นไม้เขียวขจี นั่นแหละเริ่มเข้าเขตบางน้ำเปรี้ยวแล้ว
และด้วยความขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งดินดำน้ำชุ่ม เป็นแหล่งทำนาข้าวปลูกข้าว ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา บางน้ำเปรี้ยวจึงเป็นที่หมายตาของใครหลาย ๆ คน ที่อยากจะหนีความวุ่นวายของเมืองกรุง ไปใช้ชีวิตอยู่กับท้องนา สูดอากาศดี ๆ หายใจโล่งปอด
ช่วง 2-3 ปีมานี้ มีเพื่อนฝูงหลายคนหอบลูกจูงหลานไปบางน้ำเปรี้ยวอยู่เนือง ๆ หลังจากเทียวไล้เทียวขื่อมาระยะหนึ่ง หลายคนตกลงปลงใจซื้อที่ซื้อทางไว้คนละไร่ สองไร่ เตรียมการไว้รอวันเกษียณ
แต่ก็ต้องยอมรับว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ด้วยทำเลที่ตั้งที่ใกล้กรุงเทพฯ ราคาที่ดินที่ยังไม่แพงมากนัก ที่ผ่านมาจึงมีโรงงานจำนวนมากที่ขยับขยายเข้าไปที่บางน้ำเปรี้ยวเป็นระยะ ๆ
ถึงวันนี้ บางน้ำเปรี้ยวนี้มีโรงงานตั้งอยู่หลายสิบโรงงาน หลัก ๆ ดั้งเดิมก็จะเป็นโรงงานประเภทโรงสีข้าว อบข้าว นึ่งข้าว เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ก็มีโรงงานอาหารแปรรูป โรงงานกาแฟ โรงงานอาหารสัตว์ ไปจนถึงผลิตและประกอบชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มีโรงงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตำบลศาลาแดง สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมาช้านาน
ล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม ชาวบ้านผู้เดือดร้อนคนหนึ่งไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ว่า ได้รับความเดือดร้อน ได้กลิ่นสารเคมีออกมาจากโรงงานดังกล่าว และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
26 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ได้มีหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาแดง สาธารณสุขอำเภอบางน้ำเปรี้ยว กำนันตำบลศาลาแดง และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลศาลาแดง ขอให้เข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงงานดังกล่าว ในวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ถัดมา 9 พฤศจิกายน นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยวได้ทำหนังสือถึง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาแดง สาธารณสุขอำเภอบางน้ำเปรี้ยว กำนันตำบลศาลาแดง และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลศาลาแดง ให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงงานดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 23 พฤศจิกายน
จากนั้น 9 ธันวาคมที่ผ่านมา รักษาการแทนอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราได้ทำหนังสือถึงผู้ร้องเรียน และนายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ให้เข้าร่วมตรวจสอบโรงงานดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ประสานขอความร่วมมือไปยัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมโรงงานภาคตะวันออก ให้เข้ามาตรวจวัดค่ามลพิษทางอากาศและติดตั้งเครื่องมือวัดที่โรงงาน และที่บ้านของผู้ร้องเรียน ในวันที่ 14 ธันวาคม
แต่ก่อนจะถึงวันนัดหมาย 14 ธันวาคม ปรากฏว่าชาวบ้านผู้ร้องได้รับโทรศัพท์จากบุรุษนิรนาม พูดจาหว่านล้อมและขอให้ถอนตัวจากเรื่องนี้ พร้อมกับอ้างชื่อถึงอดีตนักการเมือง และ ส.ส.ชื่อดังด้วย
ถึงวันนัดหมาย กว่าคณะผู้ตรวจสอบจะเข้าโรงงานได้ ต้องผ่านด่านความเกรี้ยวกราดของเจ้าของสารพัด
การติดตั้งเครื่องตรวจวัดมลพิษจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป
หากโรงงานมีสามัญสำนัก และมีความรับผิดชอบ โรงงานและชุมชนก็อยู่ร่วมกันได้
ก่อนหน้านี้หลายปีมาแล้ว เคยมีนายตำรวจท่านหนึ่งเคยร้องเรียนแบบนี้มาแล้วไม่เป็นผล สุดท้ายนายตำรวจท่านนี้ก็ต้องย้ายบ้านหนีโรงงาน
ชาวบ้านตาดำ ๆ จะต้องเดือดร้อนไปอีกนานแค่ไหน ?