ESG…ต้องเข้มข้น หากหวังผลการเปลี่ยนแปลง
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ
เทรนด์ ESG หรือการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (environmental, social, governance) เป็นที่พูดถึงมากขึ้นทุกวัน
หลายธุรกิจพยายามประกาศตัวทำโครงการที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
ในแง่การระดมทุน ก็มีการนำเรื่อง ESG มาเป็นเครื่องมือเพื่อระดมทุน อย่างการออกหุ้นกู้ ESG ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น green bond (ตราสารหนี้สีเขียวที่ระดมทุนเพื่อใช้ในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)
หรือเครื่องมือใหม่ ๆ เฉพาะทางมากขึ้นอย่าง blue bond (ตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อนำไปใช้กับโครงการด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูมหาสมุทร และทรัพยากรทางทะเล)
ส่วนในแง่การลงทุน ก็มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำเรื่อง ESG มาเป็นธีมจัดตั้งกองทุนรวม อย่างพวกกองทุนหุ้น ESG ต่าง ๆ ก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นทุกวัน
อีกมุมหนึ่ง สถาบันการเงินหลายแห่ง ก็ประกาศปล่อยกู้ในโครงการที่มีการดูแลสิ่งแวดล้อม ปล่อยกู้ให้กับอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวโครงการ “GO GREEN Together” ที่จะเริ่มนำร่องปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ ผ่าน 3 โปรดักต์สินเชื่อด้วยกัน
1.สินเชื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ทุกยี่ห้อในกลุ่ม BEV วงเงินกู้สูงสุด 12 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 7 ปี โปรโมชั่นพิเศษ ขับฟรี ผ่อน 0 บาท ระยะเวลา 90 วัน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% ต่อปี
2.สินเชื่อบ้านเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์ ทั้งการขอสินเชื่อเพื่อบ้านใหม่ รีไฟแนนซ์ สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้ และสินเชื่อบ้านช่วยได้ โปรโมชั่นพิเศษ ฟรีดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน
3.สินเชื่อธุรกิจเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์ วงเงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าโครงการ ระยะเวลากู้สูงสุด 8 ปี และสินเชื่อรับประกันการประหยัดพลังงาน วงเงินกู้สูงสุด 100% ของเงินลงทุน ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี โปรโมชั่นพิเศษ ฟรีดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน
เรียกได้ว่า น่าสนใจเลยทีเดียว
เชื่อว่า เดี๋ยวแบงก์อื่น ๆ ก็คงต้องมีโปรเจ็กต์ลักษณะนี้ออกมา ซึ่งก็นับเป็นเรื่องที่ดี หากทำกันมาก ๆ
อย่างไรก็ดี หากจะให้สิ่งแวดล้อม สังคม รวมถึงธรรมาภิบาลในประเทศไทยเราดีขึ้นจริง ๆ อาจจะต้องออกแรงมากกว่านั้น เพื่อให้เกิดผลสะเทือนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น โครงการใดที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ทำลายวิถีชีวิต วิถีชุมชน หรือมีปัญหาธรรมาภิบาล ก็ต้องเลิกปล่อยกู้ เลิกสนับสนุนไปด้วย
ตลอดจนโครงการ หรือบริษัทใดมีเจ้าของหรือผู้บริหารทำสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง ก็ควรถูกคว่ำบาตรไปด้วย
คงต้องออกแรงกันมากขึ้น ถ้าอยากให้สิ่งแวดล้อม และสังคมดีขึ้นอย่างแท้จริง เพราะไม่เช่นนั้น ก็คงคาดหวังผลลัพธ์ในระดับเปลี่ยนแปลงได้ยาก