‘ศุภจี’ ฟีเวอร์
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ผมเห็นปรากฏการณ์ “ศุภจีฟีเวอร์” แล้วรู้สึกเป็นห่วง
ใครจะนึกว่าเพียงแค่ลุกขึ้นชี้แจงในรัฐสภาเพียงครั้งเดียว
กระแสชื่นชม “แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็เต็มฟีดในโซเชียลมีเดีย
และจากวันนั้นเป็นต้นมา “ศุภจี” ก็กลายเป็น “ชัชชาติ” หรือ “พิธา” ในทางการเมือง
เวลากระแสชื่นชมทะลักเข้ามาหาใครสักคนหนึ่ง ทุกอย่างจะกลายเป็น “คอนเทนต์” ได้หมด
และพอมียอดวิวเยอะ
คนก็จะแห่ทำคอนเทนต์คนนั้นต่ออีก แม้บางเรื่องจะเวอร์วังเกินไป
เพราะรู้ว่าตัดคลิปออกมา จะมีคนดูแน่ ๆ
นี่คือ ปฏิกิริยาลูกโซ่ของโลกวันนี้
จากปรากฏการณ์นี้ ผมตั้งคำถามว่าทำไม “ศุภจี” จึงก่อให้เกิดกระแสฟีเวอร์ขึ้นมา
คำตอบแบบคิดเร็ว ๆ มีอยู่ 3 เรื่อง
เรื่องแรก “แต๋ม” เป็นมืออาชีพที่มีผลงานชัดเจน ทั้งจากเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ด้วยอายุเพียง 38 ปี
เคยทำงานไอบีเอ็มในต่างประเทศ
กลับมาบริหาร “ไทยคม” ก็สามารถพลิกฟื้นองค์กรจากที่ขาดทุนให้มีกำไรได้ในเวลาพริบตาเดียว
และมาเป็นซีอีโอของ “ดุสิตธานี”
นอกจากนั้น เธอยังเป็นวิทยากรหรือให้สัมภาษณ์ในรายการต่าง ๆ มากมาย
ใครได้ฟังก็ชื่นชมในหลักคิดและวิสัยทัศน์ของ “แต๋ม”
การที่ “มืออาชีพ” อย่าง “ศุภจี” มารับตำแหน่ง “รัฐมนตรี” จึงมีฐานของความนิยมพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว
ดูง่าย ๆ จากตอนที่ประกาศชื่อ “ศุภจี” ในครั้งแรก ที่ฟีดแบ็กในโซเชียลมีเดียฮือฮามากกว่ารัฐมนตรีคนอื่น ๆ
นี่คือ “ต้นทุน” เริ่มต้นของเธอ
เรื่องที่สอง การชี้แจงในสภาประมาณ 45 นาทีของ “ศุภจี” หลายคนบอกว่าเป็นการเล่าเรื่องงานของกระทรวงพาณิชย์ได้ดีมาก
เหมือนกับทำงานที่นี่มานาน
ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่กี่วัน
เท่าที่รู้ ตั้งแต่วันที่ “แต๋ม” รับจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เธอก็เริ่มศึกษางาน คุยกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ทันที
ใช้ประสบการณ์ความเป็น “มืออาชีพ” ทำความเข้าใจ “เรื่องใหม่” ได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถเล่าเรื่องให้คนเข้าใจได้
เหมือนกับเมื่อครั้งที่เข้าไปรับผิดชอบ “ไทยคม”
“แต๋ม” ใช้เวลาศึกษางานเรื่องธุรกิจดาวเทียมไม่กี่วัน และเข้าประชุมบอร์ดเลย
จุดเด่นของ “ศุภจี” คือ การเรียนรู้งานใหม่อย่างรวดเร็ว
เรื่องที่สาม บุคลิกท่าทางที่นุ่มนวล ไม่มีฟอร์มของความเป็น “เจ้านาย” แสดงให้เห็นตั้งแต่วันแรกที่เจอนักข่าว จนวันชี้แจงในสภา
มีท่าทีเปิดรับฟังความเห็นของฝ่ายค้าน ไม่ใช่ภาษาตอบโต้จิกกัดแบบนักการเมือง
แม่บ้านเอาน้ำมาเสิร์ฟก็ยกมือไหว้
เรื่องเล็ก ๆ พวกนี้กลายเป็น “เสน่ห์” ของ “แต๋ม”
ถามว่าทำไมสังคมจึงให้ความชื่นชม “ศุภจี” มากถึงขนาดนี้
คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เพราะคนเบื่อการเมืองแบบเก่า ๆ
เบื่อบรรยากาศการอภิปรายที่จิกกัด ใช้วาทศิลป์มากกว่าเหตุผล
เราเจอรัฐมนตรีที่ไม่มีฝีมือ และมีท่าทีแบบเจ้าขุนมูลนาย
พอเจอ “สิ่งใหม่” ที่แตกต่าง
กระแสฟีเวอร์จึงเกิดขึ้น
กระแสเช่นนี้ด้านหนึ่งเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น
แต่อีกมุมหนึ่งก็น่าเป็นห่วง เพราะยิ่งฟีเวอร์มากเท่าไร คนจะยิ่งคาดหวังสูง
เหมือน “ชัชชาติ” เคยเจอมาก่อน
“ความคาดหวัง” เป็นสิ่งที่ดี แต่อยู่ในระดับที่พอดี
มากไปก็ไม่ดี
น้อยไปก็เหนื่อย
“ศุภจี” แตกต่างจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี เพราะ “แต๋ม” เริ่มต้นด้วยความคาดหวังสูง
ถ้าผลงานออกมาไม่เท่ากับความคาดหวัง คนจะผิดหวัง
ในขณะที่คุณอนุทิน คนคาดหวังไม่สูง
แค่สร้างผลงานดี ๆ ไม่กี่เรื่อง คนก็จะประทับใจได้ง่าย
เพราะสูงกว่าความคาดหวัง