คอลัมน์ : market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
วันก่อนผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณสมานชัย อธิพันธุ์อำไพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทลีโอวูด จำกัด (มหาชน)
ในงานสัมมนาใหญ่ของ “ประชาชาติธุรกิจ”
“ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ”
ตอนที่น้อง โทร.มาปรึกษาเรื่องวิทยากร ผมเสนอชื่อ “ฮิปปี้” หรือ “สมานชัย” เลย
เพราะรู้จักกันมา 10 กว่าปี เห็นความเปลี่ยนแปลงแบบ “ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” ของเขามาตลอด
ธุรกิจของเขาเป็นธุรกิจวัสดุก่อสร้าง แต่กระโดดเข้าสู่สนามการขายออนไลน์มาตั้งแต่เริ่มต้น
วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้เขาเรียนรู้ “ความเจ็บปวด” และทำให้เขาตื่นตัวกับวิกฤตทุกครั้ง
พอลมแรงก็ปิดประตูเลย
ขณะเดียวกัน เวลามีสิ่งใหม่เกิดขึ้น เขาจะเข้าไปเรียนรู้ก่อนใคร
เริ่มต้นก่อน ได้เปรียบ
ตามปกติการลงมาเล่นในสนามออนไลน์ เขามาเรียนรู้และบัญชาการอยู่ข้างหลัง
จนวันหนึ่งกระแส TikTok เข้ามา และแนวทางการตลาดเปลี่ยนไป
“อินฟลูเอนเซอร์ มาร์เก็ตติ้ง” แรงขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ “สมานชัย” ทำ คือลงไปเล่นเอง
เอาตัวเองไปอยู่หน้าจอมือถือ
เปิดช่อง “ช่างเถอะ” เป็นช่องความรู้เกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้าง
ทดลองทำเองคนเดียว คิดเรื่องเอง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง
เพื่อนฝูงแซวว่าเป็น “ดาวติ๊กต๊อก” ที่อายุมากที่สุด
แต่การลงมือทำเองแบบ “เล่นจริง-เจ็บจริง” ทำให้เขาได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งเรื่อง TikTok
จนเมื่อถึงวันที่การขายออนไลน์เปลี่ยนไป
TikTok กลายเป็นตลาดใหญ่สุด
“สมานชัย” ก็ขายสินค้าผ่าน TikTok อย่างเป็นกอบเป็นกำ
และขยายช่องจาก 1 กลายเป็น 5
มีช่องหนึ่งที่ผมชอบมาก คือช่องเกี่ยวกับบรรยากาศในออฟฟิศ สนุก ๆ
สไตล์คนรุ่นใหม่
“ฮิปปี้” ลงมาเล่นด้วย
เด็กให้ทำอะไรก็ทำ
สิ่งที่เขาต้องการสื่อสารถึงเด็กรุ่นใหม่ที่ดูช่องนี้ คือออฟฟิศ “ลีโอวูด” CEO เข้าถึงได้ง่าย
ไม่มีขั้นตอนมากมาย
และผลจาก TikTok ช่องนี้ ทำให้ใบสมัครงานที่เข้ามา “ลีโอวูด” สูงถึง 49,000 คน
เห็นจำนวนคนสมัครแล้วบริษัทใหญ่ ๆ ทั้งหลายยังตกใจเลย
นอกจากนั้น เวลาเขาเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัด ฝ่าย HR ไม่ต้องลงไปพื้นที่เลย
รับสมัครผ่าน TikTok ได้เลย
“สมานชัย” ใช้กลยุทธ์ออฟไลน์+ออนไลน์ ด้วยการเปิดสาขาในต่างจังหวัดประมาณ 30 สาขา
ภายในเวลา 2 ปี
สาขาของเขาทำหน้าที่แค่เป็น “โชว์รูม”
มาดูแล้วสั่งซื้อ แต่กระบวนการจัดส่งเหมือนกับสินค้าออนไลน์
คือโกดังสินค้าอยู่ กทม. และจัดส่งถึงบ้าน
กลยุทธ์การตลาดของเขาแพรวพราวมาก
ช่องทางออนไลน์ของเขาที่เริ่มต้นต้องการเปิดขึ้นมาเพื่อช่วยขายสินค้า กลายเป็น “สินค้าใหม่” ที่ทำรายได้ด้วยตัวเอง
ยัง..ยังไม่พอ
เขายังรับทำช่องให้สินค้าต่าง ๆ อีกด้วย เพราะมีหลายบริษัท หรือหลายร้านค้าที่สนใจแต่ทำไม่เป็น
ตอนนี้มีช่องที่ทีมงานเขาดูแลประมาณ 50 ช่อง
เวลาครึ่งชั่วโมงสั้นมาก เมื่อเทียบกับเรื่องราวที่น่าฟัง
ที่เล่ามายังไม่จบ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการส่งต่อธุรกิจให้รุ่นลูกอีกด้วย
ลองเข้าไปดูย้อนหลังในเพจ “ประชาชาติธุรกิจ” นะครับ
จะเห็นว่า “สมานชัย” เล่าเรื่องต่าง ๆ แบบกระชับ และเร็วมาก
นั่นคือผลจากการเป็น “ดาวติ๊กต๊อก” ประมาณ 200 กว่าคลิปครับ