Skip to content

‘ลงทุนกับตัวเอง’ ชีวิตไม่มีวันขาดทุน

12 ต.ค. 2568 | 16:51น.
‘ลงทุนกับตัวเอง’ ชีวิตไม่มีวันขาดทุน
คอลัมน์ : คุยกับเศรษฐา 
ผู้เขียน : เศรษฐา ทวีสิน

เมื่อต้นเดือนกันยายน ผมได้รับเกียรติให้มาเป็นวิทยากรให้น้อง ๆ นิสิตที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงาน Thairath Money Campus Tour 2025

ธีมของงานคือ “ใช้ เก็บ ปั้น” มันนี่เดบิวต์ อัพสกิลเรื่องเงิน

เราพูดกันเยอะว่าในหลักสูตรการเรียนการสอนของประเทศไทย ควรมีวิชาเกี่ยวกับ Finance Literacy เด็กไทยควรได้เรียนวิชาเกี่ยวกับความรู้เรื่องการเงินพื้นฐาน รู้เรื่องการออม การบริหารเงิน ภาษีและการลงทุน ตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกนั่นแหละ

เรามีวิชาเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน ที่ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันในโรงเรียนจัดทำหลักสูตรแบบไหน เพราะจุดมุ่งหมายของการสอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงิน (ฟังดูหรูหรา แต่มันเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการสอนเด็กทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายส่วนตัว ให้เป็นนิสัย) คือ เพื่อให้คนมีอิสระและวางแผนการเงินในระยะยาว ด้วยทักษะที่ถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก

งานมันนี่เดบิวต์ อัพสกิลเรื่องเงิน เป็นการจัดกิจกรรมที่ต่อยอดขึ้นไปอีกขั้น นั่นคือต้องการให้เด็กในมหาวิทยาลัย เริ่มคิดเรื่องการลงทุน เรียกได้ว่าลงทุนก่อนได้เปรียบ

คำถามจากพิธีกรที่หลายคนรอฟังคำแนะนำจากผม คือ

“ถ้าให้แนะนำน้อง ๆ นักศึกษา ว่าควรลงทุนอะไรดีที่สุดในวันนี้”

คำตอบของผมคือ ในวัยของน้อง ๆ มหาวิทยาลัยอายุ 18-21 ปีโดยประมาณ การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนกับสุขภาพ การเติมความรู้ให้ตัวเองในเรื่องสุนทรียศาสตร์แขนงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ และการลงทุนสร้างเพื่อนหรือมิตรภาพที่ดี เหล่านี้จะกลายเป็นทุนชีวิตที่ติดตัวเราไปตลอดและไม่มีวันขาดทุน

การลงทุนกับสุขภาพไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ผมบอกพวกเค้าไปว่า เราไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนส จ้างเทรนเนอร์ การออกกำลังง่าย ๆ อย่างเช่น การวิ่ง การเดิน กระโดดเชือก เราทุกคนผ่านวิชาพลศึกษากันมาแล้ว ท่ากายบริหารเชย ๆ ในวิชาพลศึกษา สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นการวอร์มอัพ และยืดเหยียดหลังออกกำลังกายหนัก ๆ ได้ทั้งหมด

หากใครพอจะมีกำลังทรัพย์จะไปเข้ายิม ฟิตเนส ต่อยมวย ปั่นจักรยาน ก็ล้วนแต่ดีต่อร่างกายและสุขภาพทั้งนั้น

Influencer หลายท่านบอกว่า ลงทุนก่อน รวยก่อน แต่สำหรับผม ดูแลร่างกายก่อน ออกกำลังกาย หาความรู้เรื่องโภชนาการที่ถูกต้อง มาดูแลตัวเองก่อนย่อมได้เปรียบครับ ในอนาคตไม่ว่าจะไปประกอบอาชีพอะไร คนที่ร่างกายแข็งแรงกว่า ย่อมยืนระยะได้ยาวกว่า ยังไม่นับว่าเวลาที่เราออกกำลังกายย่อมเป็นเวลาที่เราได้ปรับสมาธิ โฟกัสเอาตัวเองออกจากสิ่งเร้ารอบตัวชั่วขณะ

การลงทุนกับการเรียนรู้ จะเรียนภาษาต่างประเทศ ทำอาหาร เป็นบาริสต้า แสวงหาโอกาสชมนิทรรศการ ศิลปะ ละครเวที หรือแม้แต่พาตัวเองไปชิมอาหารแปลก ๆ ใหม่ ๆ ผมเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า การเปิดโลก

แทนที่น้อง ๆ จะหมกมุ่นเรื่องจะเกษียณอายุตอนอายุ 40 ปี ผมว่าเอาเวลาของวัยหนุ่มสาวไปสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย และเจอโลกที่กว้างขึ้น เจอผู้คนที่หลากหลาย ลองเปิดใจสัมผัสความแตกต่างของคน รูป รส กลิ่น เสียง ที่แตกต่างไปจากโลกใบเก่า ๆ ของเราดู

วันข้างหน้าไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไร สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นทุนสะสมที่มีค่าเสมอ

สุดท้าย ลงทุนกับ “การสร้างความสัมพันธ์” อย่าละเลยสัมพันธภาพในครอบครัว อย่าละเลยการใช้เวลากับเพื่อนฝูง การร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเพื่อน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เขาพึ่งเรา เราพึ่งเขา ผมมีเพื่อนวัยเด็กมากมายที่ยังคบหาและแลกเปลี่ยนมุมมองกันอยู่เสมอ

สัมพันธภาพระหว่างเพื่อนในวัยเด็กที่ปราศจากผลประโยชน์ หากเรารักษาตรงนี้เอาไว้ได้ อนาคตข้างหน้า มันคือเซฟตี้เน็ต มันคือเซฟโซน

เพื่อนนี่แหละครับ คือคนที่จะอยู่กับเรา ทั้งในวันที่เราสำเร็จและในวันที่เราล้มเหลว

การลงทุนที่มีค่าที่สุดในวัยนี้ ไม่ใช่บ้าน หุ้น หรือคริปโตครับ แต่คือ การลงทุนกับตัวเอง เพราะทั้งหมดนี้คือ ทุนชีวิต ที่จะติดตัวเราไปตลอดทาง

ความมั่งคั่งที่แท้จริง เราไม่ได้วัดกันจากเงินในบัญชี แต่เราวัดจากการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความสุข

การลงทุนกับตัวเองในวันนี้ คือ รากฐานที่จะทำให้ทุกการลงทุนอื่น ๆ ในอนาคตเติบโต

ผมไม่อยากให้ทุกคนรีบร้อนจนละเลย หรือไม่อยู่กับความเป็นจริง

โลกทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ความฝันและเป้าหมายของเราทุกคนไม่คงที่หรอกครับ มันเปลี่ยนตามวัยและประสบการณ์ อย่าไปกำหนดตายตัวว่า เมื่ออายุเท่านี้ต้องมีอันนั้น ต้องเป็นเจ้าของอันนี้ ต้องเกษียณอายุพร้อมทรัพย์สินเท่านี้

เมื่อเราลงทุนกับตัวเองอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย ชีวิตนี้เราจะกลายเป็น “ผู้เลือก” ไม่ใช่ “ผู้ถูกเลือก”

อยู่กับความเป็นจริงครับ ใช้ชีวิตและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในช่วงนั้น ๆ อย่างมีคุณค่า และความฝันของคุณไม่มีวันเป็นจริง ถ้าคุณไม่ตื่นขึ้นมาลงมือทำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน คุยกับเศรษฐา