Mission Impossible 7 ปรากฏการณ์อีกครั้งของ ทอม ครูซ กวาดคะแนน Rotten Tomatoes 98%

Mission: Impossible
ภาพจาก เพจ Mission: Impossible

Mission : Impossible-Dead Reckoning Part One ภาคที่ 7 ของแฟรนไชส์ Mission Impossible ปรากฏการณ์แอ็กชั่นบ้าระห่ำอีกครั้งของ “ทอม ครูซ” กวาดคะแนนวิจารณ์บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes สูงถึง 98%

ในที่สุด “Mission : Impossible-Dead Reckoning Part One” (มิชชั่น อิมพอสสิเบิล ล่าพิกัดมรณะ ตอนที่ 1) ผลงานภาคที่ 7 ของแฟรนไชส์ Mission Impossible ที่ใครหลายคนตั้งตารอดูฉากแอ็กชั่นระห่ำโลกของ “ทอม ครูซ” (Tom Cruise) นักแสดงวัย 61 ปี ที่เป็นไอคอนของแฟรนไชส์นี้มาเป็นเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ ก็เข้าโรงฉายให้ได้ชมกันแล้วในวันนี้

Mission : Impossible 7 ผลงานของผู้กำกับ “คริสโตเฟอร์ แมคควอรี” เรียกได้ว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ร่วมกันกับ ทอม ครูซ อีกครั้ง เมื่อพวกเขาสามารถกวาดคะแนนรีวิวจาก Rotten Tomatoes เว็บไซต์ที่แนะนำคุณภาพของสื่อบันเทิงทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงละครต่าง ๆ ไปถึง 98%

Mission: Impossible
ภาพจาก เพจ Mission: Impossible

เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์ของภาคนี้มีอยู่ว่า ทอม ครูซ ในบท “อีธาน ฮันท์” (Ethan Hunt) ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ชื่อว่า “Entity” ซึ่งเป็น “ปัญญาประดิษฐ์” ที่ออกแบบโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อการจารกรรมและการก่อวินาศกรรม หากประเทศใดได้ควบคุม Entity ก็จะทำให้ประเทศนั้นสามารถเป็นมหาอำนาจใหม่ที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ ทีมของเขาจึงออกเดินทางเพื่อทำลาย Entity ก่อนที่รัฐบาลใดจะอ้างสิทธิ โดยมีชะตากรรมของโลกเป็นเดิมพัน

จะว่าไปก็คล้ายกับ “Top Gun : Maverick” ที่สร้างกระแสไปเมื่อปีที่แล้ว ตัวละครของ ทอม ครูซ ต้องพิสูจน์ว่าเขาสามารถเอาชนะเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ออกแบบมาให้ได้

ความตั้งใจและทุ่มสุดตัวเพื่อการแสดงของ ทอม ครูซ ยังคงเป็นจุดขายสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งรวมถึงเรื่องอื่น ๆ ของเขาด้วย

Mission: Impossible
ภาพจาก เพจ Mission: Impossible

“Mick LaSalle” นักวิจารณ์ยอดนิยมของภาพยนตร์เรื่องนี้ใน Rotten Tomatoes แสดงความคิดเห็นว่า ทอม ครูซ ขับมอเตอร์ไซค์ออกจากหน้าผา ดิ่งลงไปในหุบเขาหิน และดึงร่มชูชีพ ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ แม้แต่เพื่อเงิน ซึ่ง ทอม ครูซ ก็ไม่จำเป็นต้องทำเพราะเขามีเงินอยู่แล้ว การแสดงฉากนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่ใคร ๆ เคยทำมา

“สมัยนี้เรามีเทคโนโลยีในการถ่ายทำมากมาย ทำไม ทอม ครูซ ต้องทุ่มทุนแสดงขนาดนี้ คำตอบของคำถามคือ เขาทำเพื่อทุกคน เพื่อให้ดูแล้วออกมาสมจริงมากที่สุด แม้การแสดงผาดโผนแบบ CGI จะดูดีพอ ๆ กัน หรืออาจดูดีกว่าด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นของปลอม”

เหนือสิ่งอื่นใด ฉากนี้ถ่ายทำเมื่อปี 2020 ทุกคนคงจำได้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่คนทั้งโลกจมอยู่กับความหวาดกลัว แต่ ทอม ครูซ ขับมอเตอร์ไซค์ออกจากหน้าผา ไม่ใช่แค่ไม่กลัวแต่กลับชอบด้วย นั่นจึงเป็นการแสดงความเป็นไปได้และความสุขของการมีชีวิตรอด

Dead Reckoning Part One เป็นอีกภาคที่สนุกและเข้มข้นในแฟรนไชส์ Mission Impossible แต่สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดไปคือตัวร้ายที่เฉพาะเจาะจง

Mission: Impossible
ภาพจาก เพจ Mission: Impossible

ตัวร้ายในภาคนี้ คือ ปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกว่า Entity ที่สามารถทำลายทุกสิ่งได้ ที่เลวร้ายกว่านั้นคือมีบางคนต้องการควบคุมมันเพื่อนำไปสู่การควบคุมโลก

แต่เหมือนกับ “Indiana Jones and the Dial of Destiny” และภาพยนตร์อีกอย่างน้อย 3 เรื่องในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา พลอตถูกกำหนดให้ใครก็ตามที่อยากควบคุมอะไรสักอย่างต้องมี “กุญแจ” หนังทั้งเรื่องจึงประกอบด้วยผู้คนที่หลากหลาย ทั้งดีและไม่ดี ที่ตามหากุญแจหรือพยายามป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายได้กุญแจไป

ทำไมหนังความยาว 163 นาที เรื่องนี้ถึงคุ้มค่าที่จะดู นักวิจารณ์รายนี้ บอกว่า เพราะทุกลำดับเหตุการณ์ในหนังถูกสร้างมาอย่างดี ตั้งแต่ฉากในทะเลทราย การต่อสู้บนท้องถนนในตรอกแคบของเวนิส การไล่ล่าผ่านกรุงโรม และฉากขับมอเตอร์ไซค์ลงหน้าผาที่ปรากฏในตัวอย่าง ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน

Mission: Impossible
ภาพจาก เพจ Mission: Impossible

Mick LaSalle แอบบอกว่า การกระโดดหน้าผาของ ทอม ครูซ ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในหนัง แม้ฉากนี้จะนับเป็นหนึ่งในการแสดงที่ผาดโผนที่ และดีที่สุด ในแฟรนไชส์นี้


“Dead Reckoning Part One อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม แต่เป็นภาพยนตร์พิเศษที่คู่ควรกับเหตุการณ์ในแบบของมันเองและควรค่าแก่การชื่นชม มีเพียง ทอม ครูซ เท่านั้นที่สร้างภาพยนตร์แบบนี้ได้ ทุกคนควรเข้าไปค้นหาคำตอบในโรงภาพยนตร์ว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น”