Smart, Tall and Handsome “หนิง-นิรุตติ์” ออกญาโหราธิบดีในยุคดิจิทัล

Smart, Tall and Handsome “หนิง-นิรุตติ์” ออกญาโหราธิบดีในยุคดิจิทัล

สมถวิล ลีลาสุวัฒน์ : เรื่อง / ภิญโญ ปานมีศรี : ภาพ

น้อยคนนักที่อายุ 71 ปีแล้วยัง ดูดี มีเสน่ห์ ยิ่งแก่ ยิ่งหล่อ สมาร์ทได้ตลอด นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ “ติ่ง” ในโลกโซเชียลโหยหา กรี๊ด ๆ อยากรู้เรื่องราวพระเอกเก่า “นิรุตติ์ ศิริจรรยา” หรือ “อาหนิง” อย่างไม่ขาดสาย

ภายใต้บทบาท “ท่านออกญาโหราธิบดี” ที่ร่วมร่ายมนตร์ “กฤษณะกาลี” ที่ดูขลังจริงจัง ในละครดัง “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ขอพาเขาข้ามภพมาสู่ชาติปัจจุบัน เพื่อฟื้นตัวตน แง่มุม ชีวิต ความคิด และเคล็ดลับของท่าออกญาฯ ในบรรยากาศสบาย ๆ เขาพาตัวเองมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูสุขุม นุ่มลึก บุคลิกไม่ต่างจากในละคร จะต่างมากก็เรื่องการแต่งกายที่ดูดีสมวัย เรียบแต่เท่

กาแฟ “อเมริกาโน่” ยังเป็นเครื่องดื่มโปรดที่เขาขอเบิล 2 แก้ว

“ไลฟ์สไตล์ผมไม่มีอะไรน่าสนใจ เป็นวิถีชีวิตปกติ ไม่โดดเด่น ไม่หวือหวา ทุกวันยังทำงาน ว่างก็กลับบ้านจันทบุรี มีความสุขกับธรรมชาติ”

Smart, Tall and Handsome “หนิง-นิรุตติ์” ออกญาโหราธิบดีในยุคดิจิทัล

นอกจากการแสดงเฉลี่ยปีละครั้ง ทุกวันนี้เขาเป็นนักจัดรายการวิทยุคลื่น 96.5 เมกะเฮิรตซ์ พูดคุยทุกเรื่องทั้งเศรษฐกิจ สังคม ยกเว้นการเมือง

“สมัยหนุ่ม ๆ ผมก็เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนพวกคุณ พอมาแสดงภาพยนตร์ก็เริ่มมีเงินก้อน แม้จะได้เงิน 6 เดือนครั้งหรือ 2 ปีครั้ง ตอนเป็นนักแสดงใหม่ ๆ ผมเกาะผู้หญิงกิน (หัวเราะ) เป็นผู้หญิงที่ประเสริฐที่สุดในโลก นั่นก็คือแม่ (คุณแม่มัลลิกา ศิริจรรยา) ผมอยู่กับแม่ก็ไม่มีค่าอาหารค่าบ้าน ไปกองถ่ายก็มีพร้อม สมัยนั้นอยู่แต่กองถ่ายที่สระบุรีเป็น Studio Hollywood เมืองไทยมีทั้ง indoor outdoor ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ที่นั่น เราเลยไม่ต้องใช้ตังค์”

“พอภาพยนตร์ ‘ดาร์บี้’ เรื่องแรกถ่ายเสร็จก็คุยกับคุณแม่ว่า ไม่อยากอยู่กรุงเทพฯแล้ว เพราะส่วนตัวนิสัยผมไม่ยึดติดกับวัตถุ ผมเลยแปรพักตร์จากเมืองใหญ่ไปอยู่กับต้นไม้ใบหญ้าที่จันทบุรี”

“ผมไม่รู้นะว่า เป็นเรื่องบังเอิญความโชคดีหรือโอกาส ทุกอย่างมาพร้อมกันหมดคืองานกับบ้านเมื่อปี 2516 ส่วนบ้านเก่าอยู่ชานเมืองสุขุมวิท 101 หรือซอยปุณณวิถี สมัยนั้นไกลมาก หลังบ้านเป็นท้องนาโล่ง ๆ เดี๋ยวนี้เจริญมีรถไฟฟ้าอย่างที่รู้กัน”  

นอกจากบ้านสวนที่จันทบุรีจาก 50 ไร่ที่ขยับมาเป็น 100 ไร่ในปัจจุบันเขาก็มีบ้านที่เชียงใหม่เป็นบ้านพักธรรมดา

Smart, Tall and Handsome “หนิง-นิรุตติ์” ออกญาโหราธิบดีในยุคดิจิทัล

ความตั้งใจแรกเริ่ม “อาหนิง” อยากเป็นชาวสวนปลูกผลไม้สร้างรายได้ที่ยั่งยืน เพราะคิดว่าอาชีพดาราไม่มีใครรับประกันได้ ราคาค่าตัวก็อยู่อย่างนั้น เล่น 10 เรื่องก็เท่ากัน สิ้นปีก็ไม่มีโบนัส จึงคิดทำเกษตรแน่นอน

แต่เอาเข้าจริงการคิดเป็นเจ้าของสวนผลไม้ทุเรียน มังคุด หวังสร้างรายได้กำไรดีก็เป็นแค่ฝัน เพราะรายจ่ายสูงทุกทาง ทั้งแรงงาน ค่าครองชีพ ทุกอย่างสวนกระแสกันไปหมด ทั้งความเป็นอยู่และราคาพืชผลการเกษตร

 “ผมเองยังสงสัยเลยว่า ทำไมคนไทยชอบอะไรใหญ่ ๆ มังคุดก็ต้องใหญ่ ๆ จริง ๆ ลูกเล็กอร่อยกว่ากันเยอะ แต่ว่าไม่ได้เป็นเรื่องธุรกิจโลกการค้าการส่งออก”

 “อีกเหตุการณ์ก็มีคนชี้หน้าด่าว่า ทำไมไม่ปลูกยางพารา ปลูกสิ เขาปลูกกันทั่ว เราก็หัวเราะหึ ๆ ทำไมต้องปลูกล่ะ ในเมื่อเราอยากปลูกไม้ผล” เขาเล่า

“ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหน คุณต้องเรียนรู้เรื่องธุรกิจ ซึ่งหลายปีต่อมา ผมก็เลิกทำสวน แล้วหันมาปลูกป่าแทน เป็นไม้ป่าทุกชนิดและปลูกพืชผักสวนครัวด้วย เพราะผักเรากินได้ตลอดชีวิต … พอมานั่งคิดดู วันที่เราเริ่มปลูกผลไม้ตอนที่อายุ 27 ปี ความเจริญรุ่งเรืองของตลาดผลไม้ตลาดเศรษฐกิจไม่ดีเลย กระแสโลกมันขึ้นทั้งเงินและแรงงาน แล้วน่าน้อยใจตรงที่เกษตรกรอย่างเรา ไม่สามารถกำหนดราคาได้ ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนปลูก คนงานของเราก็ไปตัดให้คุณ คนงานของเราก็ยกขึ้นตาชั่งให้คุณ เลือกใส่รถให้คุณอีก แต่คุณให้เราแค่ 4 บาท 7 บาท”  นี่คือความอัดอั้นของท่านออกญาฯ เมื่อครั้งสวมบทชีวิตชาวสวน

แต่ในความอัดอั้น เขาก็มีความสุข กับทุกสิ่งรอบตัว และมองทุกอย่างอย่างเข้าใจ

ในฐานะศิษย์เก่าอัสสัมชัญและนักเรียนนอกจากออสเตรเลียที่เรียนจบเทียบเท่า MBA ในยุคนั้น “นิรุตติ์” จึงแม่นในหลักการบริหารและการจัดการ ทำให้เขาเก่งเรื่องการวางแผน

ส่วนช่วงวิกฤตชีวิต เขาบอกว่า เคยหยุดรับงานแสดงถึง 9 ปีเต็ม หลายคนติดต่อมา เพราะภาพยนตร์บางเรื่องจบไปแล้ว แต่ประสบความสำเร็จอยากมีภาค 2 ภาค 3 แต่เมื่อประกาศไปแล้วว่า “ไม่รับงานแสดง” ก็ต้องเคารพในการตัดสินใจ

“ผมไม่ได้ประกาศเพื่อเรียกงาน มาอาละวาดผมกันใหญ่ เลยต้องออกสื่อจริงจัง อาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล รู้ข่าว ถามว่าทำไม ผมก็บอกว่า ไม่ทำไม ผมอยากออกไปทำสวน เจรจากันอยู่ 2 ปีได้ข้อตกลงว่า จันทร์ถึงพฤหัสฯมาทำงาน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ผมได้กลับไปอยู่บ้าน”

ช่วงเลิกรับงานแสดงเขาบอกว่าเคยอ่านข่าวทางช่อง 5 ทำอยู่ 8 เดือนก็ขยับขยายมาดำเนินรายการ “ที่นี่กรุงเทพฯ” รับหน้าที่เป็นพิธีกร มาอ่านข่าวได้ 2 ปีก็เกิดวิกฤตกับชีวิต เมื่อ “อาจารย์อรวรรณ” ภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เมื่อปี 2540 จึงเดินทางไปอยู่ที่ซานดิเอโกก่อนกลับสู่ประเทศไทยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านสวนจังหวัดจันทบุรี

“วันนั้นเหมือนธุรกิจของชีวิตล้มละลาย ผมตัดสินใจไปอยู่ที่อเมริกา 6 ปีครึ่ง รวม ๆ เกือบ 20 ปีที่ไม่ได้รับงานเลย” เขาเล่า ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นมาบอกถึงความเป็นตัวเอง

“ส่วนบุคลิกผมก็เป็นแบบนี้ พูดเมื่อจำเป็นต้องพูด เป็นคนดุไหม ถ้าออกนอกลู่ของระบบระเบียบวินัยไร้สาระกาลเทศะก็จะดุ แล้วจริงหมดทุกข้อที่บอกว่า ผมมีกรอบความคิดและเจ้าระเบียบ เหมือนเพลงไม่ได้มีแค่โน้ตเดียว ถ้าชีวิตคุณมีโน้ตเดียว คุณไม่มีชีวิตแล้ว มีใครไม่เคยโกรธ ไม่เคยโมโห นั่นคือชีวิตมนุษย์ที่มีโน้ตหลายตัว แต่ไม่ใช่ไร้เหตุผล ทุกอย่างต้องมีเหตุและผล”

Smart, Tall and Handsome “หนิง-นิรุตติ์” ออกญาโหราธิบดีในยุคดิจิทัล

กับคำถามเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์

“ผมไม่รู้จะตอบยังไง เพราะสิ่งที่ผมกระดากปากและอายปากมาก คือการพูดว่าตัวเองดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะบอกตัวเอง ที่ไม่ดีต่างหากที่เราต้องบอกตัวเราเอง”

แล้วอะไรคือเคล็ดลับทำให้วัย 71 ปียังดูดี 

“ถ้าให้พูดในทางวิทยาศาสตร์คงเป็นเรื่อง DNA คุณแม่เป็นผู้หญิงสวย มีตาสีฟ้า เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส ตาผมได้จากแม่ และตั้งแต่ผมจำความได้ แม่ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล ไม่เคยผ่าตัด ที่สำคัญ ผมไม่เคยไปเยี่ยมคุณแม่ที่โรงพยาบาลเลยจนกระทั่งวาระสุดท้าย แล้วแม่ก็ไม่ได้ป่วย ไม่ได้เป็นโรคอะไรทั้งนั้น หมอหาสาเหตุไม่เจอ แต่ระบบถ่ายไม่ปกติ เข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง เลยให้อยู่ที่โรงพยาบาลดีกว่า อยู่ได้ 3 เดือน เหมือนชีวิตคนเราติดเครื่องเอาไว้แต่ไม่มีน้ำมัน จนคุณหมอขออนุญาตถอดสายออกซิเจน”

เรื่องการรับประทานอาหารมื้อเดียวในแต่ละวัน “นิรุตติ์” บอกว่า ทำมานานแล้ว แต่ไม่มีผลเรื่องความหนุ่มความแก่

“ถ้าเป็นเรื่องสุขภาพแล้วเนี่ยไม่มีอะไรยาก ไม่มีเคล็ดลับ มีแค่ว่าเราสนใจมากเกินไปหรือไม่สนใจเลยรึเปล่า นี่คือสิ่งที่ผมคิด”

“แล้วชีวิตจริง ๆ ผมไร้กรอบนะ กินทุกอย่าง อยากกินขาหมูก็โทร.สั่ง เพียงแต่ผมไม่กินจำเจ ไม่ห่วงเรื่องอาหารเลย ยิ่งเจอชิ้นหมูมัน ๆ ยิ่งชอบ ถ้าคุณจะมีชีวิตอยู่กับการกินที่ไม่อร่อย คุณมีความสุขเหรอ ทำไมคุณต้องควบคุมร่างกายตัวเอง ฟังให้ดีนะ การควบคุมร่างกายกับร่างกายควบคุม ไม่เหมือนกัน เราเคยปฏิบัติกันหรือเปล่า เคยถามร่างกายบ้างไหม มีแต่เอาอันนี้ใส่เข้าไป ร่างกายไม่มีสิทธิ์ตอบโต้เพราะคุณเป็นคนควบคุมร่างกาย ง่วงแล้วค่อยนอน หิวแล้วค่อยกิน อย่ามานาฬิกาชีวิตกับผม”

“ผมดูแลฟื้นฟูสุขภาพร่างกายโดยเลิกไปโรงพยาบาล แต่จะเข้าศูนย์ชะลอวัยแทน ปัจจุบันน้ำหนักผมลดเหลือ 67 กิโลกรัมในระยะเวลา 6 เดือน ผมเข้าสู่ระบบนี้ 1 ปี 3 เดือน โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะคุณหมอไม่ได้ใช้วิธีรักษาด้วยการใช้ยาหรือมาบอกให้คุณลดความอ้วน หมอพูดคำเดียวกับผมคือคุณกินอะไรได้หมด ยกเว้น 30 อย่างที่ไม่อนุญาต (หัวเราะ) ทำให้ผมรู้ว่า สิ่งที่ทำร้ายเรามากที่สุดในวันนี้คืออาหาร ผมเชื่อมาตลอดเลยว่า นม ไข่ เบเกอรี่ต่าง ๆ มีประโยชน์กับร่างกาย แต่เมื่อเอาเลือดไปตรวจ สุดท้ายคือตับอ่อนผมเริ่มล้า เลยหลั่งอินซูลินออกมาน้อยก็หลั่งเอนไซม์น้อย ทำให้ย่อยอาหารได้น้อย นานเข้าอาจเป็นมะเร็งลำไส้ …ทำให้เรารู้ตัวเราเอง”

“เรื่องออกกำลังกายก็ต้องพอเหมาะ กีฬาอย่างเดียวที่ผมเล่นคือฟุตบอล เล่นจริงจังตั้งแต่อายุ 7 ขวบ มาหยุดเล่นเมื่ออายุ 60 คุณหมอให้หยุด เพราะอายุมากแล้ว กลัวปัญหาเรื่องกระดูก”

“ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติและรักในความพอดี ส่วนบทออกญาโหราธิบดี ในละครอิงประวัติศาสตร์ ผมดีใจที่คนสนใจและเริ่มรู้คุณค่ากับสิ่งที่จะหายไปจากสังคมไทย”

Smart, Tall and Handsome “หนิง-นิรุตติ์” ออกญาโหราธิบดีในยุคดิจิทัล

สำหรับเรื่องความสำเร็จของละครบุพเพสันนิวาส ท่านออกญาฯบอกว่า

“ต้องชื่นชมนางเอก”เพราะถ้าไม่มีนางเอกคนนี้ ละครเรื่องนี้ก็จะไม่มีกระแสแรงมากถึงขนาดนี้ นางเอกเป็นตัวชักนำคนในยุคปัจจุบันหรือในโลกดิจิทัลให้ไปยืนที่ระเบียงแล้วชะโงกลงไปดูคนสมัยพระนารายณ์ว่าเขาอยู่กันยังไง เขากินกันยังไง พูดกันยังไง แล้วก็นำเอาภาษาใหม่เข้าไปพูดไปผสม” 

“เป็นละครประวัติศาสตร์ที่ดูสนุก ไม่เคยมีใครทำในแนวแบบนี้ ในเรื่องของภาษา อาหารการกิน การพูด ทำให้คนดูมีอารมณ์คล้อยตาม เป็นละครช่วยชาติจริง ๆ”

เมื่อละครดังแล้วท่านออกญาฯ มีงานชุกหรือเปล่า ?

เขาตอบเสียงเข้มว่า “ส่วนมากผมไม่รับ event ครับ ผมแก่เกินแกง ผมอายที่จะออกไปยืนสด ๆ อยู่หน้าประชาชน ผมขอเป็นนักแสดงอาชีพดีกว่า”

ทั้งเล่าเกร็ดชีวิตว่า ครั้งหนึ่งในอดีตเคยออกอีเวนต์ตามวัด ไปปรากฏตัวได้ 3 วัด ผมก็ปฏิเสธทันทีว่า ต่อไปนี้ผมจะไม่ออกอีเวนต์อีกแล้ว

“เพราะผมเห็นคุณยายคุณป้ากำเงินแบงก์ 20 บาทแน่น แล้วทีมงานใส่ถุงไว้ พองานจบก็เอามาให้ผม ผมถามว่ามันคืออะไร เขาบอกว่าเป็นตังค์ที่เก็บจากคนดู เพื่อมาดูตัวผม ผมอึ้ง พูดไม่ออก แบ๊งยี่สิบถูกกำจนยับ ผมเห็นแล้วเศร้า เลยไม่รับอีเวนต์ครับ”

มาถึงเรื่องโซเชียลมีเดีย ท่านออกญาฯในยุคดิจิทัลพูดขำ ๆ ว่า

“มีแต่คนทำให้ทั้งนั้น แฟนเพจทำเฟซบุ๊กให้ Line ก็เช่นกัน ผมถนัดโทร.เข้า-โทร.ออก หลายคนบอกผมเชยจัง เอ้า ! ก็เป็นแบบนี้ เป็นตัวเรา แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะไม่รู้ แต่เราไม่ค่อยสนใจ”

“เราสนใจแต่ว่า ทุก ๆ วัน เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเหมือนที่เป็นอยู่ คือ เป็นชาวสวนและนักแสดงอาชีพ”


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ