เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

ฟังความ 2 ข้าง ธนาธร vs รัฐบาล การจัดหาวัคซีนโควิดกับผลประโยชน์แอบแฝง ?

25 ม.ค. 2564 | 16:52น.
รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง

เรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยรัฐบาล ซึ่งมีความคลุมเครือไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด และมีคำถามที่ประชาชนหาคำตอบไม่ได้มาก่อนหน้านี้ เหมือนถูกสุมไฟให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมหนักกว่าเดิม หลังจากที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการจัดหาวัคซีนผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “Thanathorn Juangroongruangkit-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ / Photo by AFP

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชี้ให้เห็นปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนโดยรัฐบาล ซึ่งสรุปได้ 5 ประเด็น ดังนี้

1.รัฐบาลจัดหาวัคซีนล่าช้าและปริมาณน้อย หากเทียบกับจำนวนประชาชนในประเทศ และเป็นสัดส่วนที่น้อยหากเทียบกับการจัดหาวัคซีนของประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกัน

2.รัฐบาลซื้อวัคซีนจากบริษัทเดียว ฝากความหวังกับเจ้าเดียว “เหมือนแทงม้าตัวเดียว” และเป็นการตัดโอกาสที่จะจัดหาวัคซีนจากแหล่งอื่น กว่าจะรู้ตัวว่าควรซื้อจากบริษัทอื่นก็สายเกินไป เพราะกำลังการผลิตของบริษัทดัง ๆ ถูกจับจองหมดแล้ว

3.รัฐบาลนำการจัดหาวัคซีนโควิดมาเรียกความนิยมให้รัฐบาลและสถาบัน เห็นได้จากช่วงเวลาที่ลงนามจัดซื้อวัคซีน เกิดขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง และมีบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งที่ไม่อยู่ในแผนการจัดหาวัคซีนมาก่อน

4.โครงสร้างการบริหารการจัดซื้อวัคซีนมีปัญหา มีเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) เป็นการนำงบประมาณจากภาษีประชาชนไปสนับสนุนบริษัทเอกชนรายเดียว และเป็นบริษัทที่ขาดทุนสะสมมาตลอด

5.รัฐบาลนำการจัดหาวัคซีนไปผูกกับสถาบันฯ หากวัคซีนมีปัญหาหรือไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ประชาชนจะตั้งคำถามกับบริษัทที่ผลิตวัคซีน ซึ่งคือสถาบันฯ รัฐบาลจะรับผิดชอบไหวหรือไม่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

การวิพากษ์วิจารณ์ของธนาธรสั่นสะเทือนรัฐบาลในทันที เดือดร้อน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องให้สัมภาษณ์ในเช้าวันรุ่งขึ้น (19 มกราคม 2564) ซึ่งเป็นการโต้ด้วยวาทกรรมว่า “บิดเบือนข้อมูล” โดยไม่ได้อธิบายแจกแจงเป็นเนื้อหาสาระ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแบบด่วน ๆ โดย นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำแถลงแจงข้อมูลของฝั่งรัฐบาลอย่างละเอียดยิบ ดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ 1 รัฐบาลจัดหาวัคซีนล่าช้าและปริมาณน้อย ?

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โต้ว่า กระบวนการจัดหาวัคซีนเริ่มมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ไม่ได้ดำเนินการชักช้าแต่อย่างใด และมีกลไกการจัดหาที่ชัดเจน มีการติดตามข้อมูลการพัฒนาวัคซีนของบริษัทต่าง ๆ ตลอด แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะเพราะข้อมูลเหล่านั้นเป็นความลับของบริษัทซึ่งมีข้อตกลงว่าเปิดเผยไม่ได้

“เรามีการศึกษากันโดยตลอด ไม่ได้แทงม้าตัวเดียว นอกจากนั้น เราไม่ได้ละเลยการสนับสนุนการผลิตเองในประเทศ”

“การที่เราได้วัคซีนมาจำนวนหนึ่งจากซิโนแวค (Sinovac) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ต่อด้วย 26 ล้านโดสของแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะเจรจาขอซื้อเพิ่มเพื่อให้ครบถ้วนครอบคลุมประมาณ 50% ภายในปี 2564 ผมคิดว่าไม่ได้ล่าช้าอะไรนักเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ประเทศที่ได้ฉีดก่อนส่วนใหญ่จองซื้อตั้งแต่เริ่มวิจัย ซึ่งมีข้อแตกต่างจากการดำเนินการของประเทศเราพอสมควร”

ประเด็นที่ 2 รัฐบาลซื้อวัคซีนจากบริษัทเดียว ฝากความหวังกับเจ้าเดียว “เหมือนแทงม้าตัวเดียว” ?

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า นอกจากวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวคที่เจรจาจัดซื้อแล้ว ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังเจรจากับบริษัทอื่น ๆ อีก 4 บริษัท ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต้องมาขอขึ้นทะเบียนวัคซีนกับ อย. หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

“กระทรวงสาธารณสุขมีกระบวนการจัดหาวัคซีนมาตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาดเมื่อปีที่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม 3-4 เดือนนี้ แต่เนื่องจากการพัฒนาวัคซีนต้องใช้เวลา การพัฒนาวัคซีนปกติใช้เวลาเป็น 10 ปี แต่สำหรับวัคซีนโควิดกระบวนการต่าง ๆ ถูกร่น แต่กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้คำนึงว่าจะต้องรีบอย่างเดียว ซึ่งสิ่งที่เราต้องมีการควบคู่กับการเร่งรีบจัดหาคือความรอบคอบที่จะต้องจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคและมีความปลอดภัย วัคซีนที่จะนำมาฉีดให้คนไทยจะต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น เราจะไม่ดำเนินการไปตามกระแสของประเทศอื่น ๆ”

นายแพทย์โอภาสกล่าวถึงเรื่องราคาวัคซีนด้วยว่า ในช่วงต้นของการระบาดมีการประมาณการว่าราคาวัคซีนที่เหมาะสมอยู่ที่ 1,000 บาท/โดส ซึ่ง สธ.ใช้ราคานี้ในการอ้างอิง แต่ทั้งนี้ การจองซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าซื้อได้ในราคา 5 เหรียญ/โดส ซึ่งเป็นราคาที่ถูกที่สุดที่หาได้ในท้องตลาด ณ ขณะนี้

“ขออนุญาตให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า กระทรวงสาธารณสุขจะมีความรอบคอบในการนำวัคซีนมาฉีดให้พี่น้องประชาชนโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพความปลอดภัย และราคาที่เหมาะสม”

ประเด็นที่ 4 เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน/แอบแฝง ?

นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติชี้แจงว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า ได้ใช้ข้อมูลหลายองค์ประกอบมาประกอบการพิจารณา ไม่ใช่พิจารณาตามชื่อบริษัทหรือตัววัคซีนอย่างเดียว

ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติชี้แจงความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ และกระทรวงสาธารณสุขด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า ส่วนแอสตร้าเซนเนก้าจ้างให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ผลิตวัคซีนพร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ด้วย

กรณีการจัดซื้อวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า เป็นการจองซื้อโดยมีข้อตกลงถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ประเทศไทยด้วย ซึ่งจำเป็นต้องหาผู้มารับเทคโนโลยีในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยต้องเป็นบริษัทที่มีความพร้อมที่สุด บริษัทแอสตร้าเซนเนก้าได้ทบทวนคุณสมบัติของบริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยไม่ใช่เพียงเจ้าเดียว แต่มีเพียงบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์เท่านั้นที่มีศักยภาพจะรับเทคโนโลยีการผลิตในรูปแบบ viral vector vaccine ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด แม้แต่องค์การเภสัชกรรมของกระทรวงสาธารณสุข ก็ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับเทคโนโลยีการผลิตนี้

“แอสตร้าเซนเนก้าเป็นผู้คัดเลือกบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดกับเครือเอสซีจีมาอย่างต่อเนื่อง เครือเอสซีจีจึงเจรจาให้แอสตร้าเซนเนก้ามาพิจารณาศักยภาพบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ในเวลาเดียวกันแอสตร้าเซนเนก้าก็มีนโยบายขยายกำลังการผลิตไปทั่วโลก และต้องการกำลังการผลิตจำนวนมากในระดับ 200 ล้านโดส/ปี ซึ่งเมื่อพิจารณาศักยภาพบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์แล้วเข้ากับหลักเกณฑ์ที่แอสตร้าเซนเนก้าต้องการ”

นายแพทย์นครแจงเรื่องงบประมาณว่า รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 595 ล้านบาท บวกกับเอสซีจีสนับสนุน 100 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์พัฒนาขีดความสามารถจนเข้าคุณลักษณะของแอสตร้าเซนเนก้าและได้รับการคัดเลือก ถือเป็นความพยายามของทีมประเทศไทยที่ไม่ได้เกิดชั่วข้ามคืน แต่เกิดขึ้นได้เพราะมีพื้นฐานที่ดีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงวางแนวทางไว้

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นงานที่นำเงินภาษีประชาชนไปสนับสนุนเอื้อประโยชน์เอกชน นายแพทย์นครแจงว่า เรื่องการสนับสนุนเอกชนไม่ได้สนับสนุนแค่สยามไบโอไซเอนซ์ แต่สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ของบประมาณเพื่อสนับสนุนทุกหน่วยงานในประเทศเพื่อจะวิจัยพัฒนาวัคซีนให้ได้ อีกทั้งการให้ทุนแก่สยามไบโอไซเอนซ์นั้นมีข้อตกลงในสัญญารับทุนว่าสยามไบโอไซเอนซ์จะคืนวัคซีนให้รัฐบาลในมูลค่าเท่ากับทุนที่ได้รับ

“การจัดซื้อวัคซีนเป็นการซื้อจากแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งแอสตร้าเซนเนก้าขายให้ไทยบนพื้นฐานนโยบาย no profit-no loss ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด คือคิดราคาต้นทุน ดังนั้นค่าจ้างผลิตวัคซีนจึงเป็นการคิดราคาต้นทุนเช่นกัน สยามไบโอไซเอนซ์ต้องผลิตวัคซีนตามคำสั่งซื้อของแอสตร้าเซนเนก้าในราคาต้นทุน เพื่อให้แอสตร้าเซนเนก้าขายให้ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนในราคาต้นทุนเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่เป็นเรื่องกำไร แต่เป็นเรื่องการทุ่มเทเพื่อให้ได้วัคซีนจริง ๆ จะเห็นว่าวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าราคาถูกที่สุดในท้องตลาด ณ เวลานี้ เพราะฉะนั้น เมื่อไม่มีกำไรเกิดขึ้นจึงไม่มีผลประโยชน์อะไรมาเคลือบแฝงในการเจรจาจัดซื้อวัคซีนในคราวนี้เลยครับ เพราะทุกอย่างเป็นการจัดซื้อในราคาที่สะท้อนต้นทุนทั้งสิ้น” ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติอธิบาย

ประเด็นที่ 3 รัฐบาลนำการจัดหาวัคซีนโควิดมาเรียกความนิยมให้รัฐบาลและสถาบันฯ และประเด็นที่ 5 รัฐบาลนำการจัดหาวัคซีนไปผูกกับสถาบันฯหากวัคซีนมีปัญหารัฐบาลจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ?

ในการแถลงข่าวไม่ได้มีการตอบโต้หรือชี้แจงตรง ๆ แต่มีคำพูดของผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติที่บอกว่า “การสนับสนุนไบโอไซเอนซ์ไม่ใช่การให้เปล่า แต่เป็นการสนับสนุนเพื่อให้เพิ่มศักยภาพ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ได้ และเมื่อผลิตวัคซีนได้แล้วบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์จะคืนวัคซีนให้เท่ากับที่ได้รับทุนไป ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปกติการให้ทุนจะเป็นการให้เปล่า แต่สยามไบโอไซเอนซ์เป็นผู้เสนอเองว่า เพื่อลดข้อสงสัยในการสนับสนุนเอกชน จึงแสดงเจตจำนงในสัญญารับทุนว่าจะคืนวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยด้วย ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่คลาดเคลื่อนควรจะหมดไป และไม่ควรจะไปโยงกับเรื่องการทำงานของสถาบันที่พวกเราเคารพรัก”

ในการแถลงครั้งนี้มีข้อมูลหลาย ๆ อย่างที่รัฐบาลไม่เคยบอกให้ประชาชนทราบ น่าจะพูดได้ว่าการเปิดข้อมูลและวิพากษ์วิจารณ์ของธนาธรช่วยให้เราได้ทราบข้อมูลที่ไม่มีใครอธิบายมาก่อน ซึ่งหากมีการชี้แจงตั้งแต่แรกคงไม่มีคำถามมากมายอย่างที่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงรายละเอียดแล้วก็ยังมีบางข้อชี้แจงที่มีความย้อนแย้ง และชวนให้เกิดคำถามอื่นตามมา

เดิมเราคิดว่าคงต้องรอเวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะมีการแถลงรายละเอียดหรือมีการทวงถามอีกครั้ง แต่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่รอนาน บ่ายแก่ ๆ วันถัดมา (20 มกราคม 2564) หลังโดนแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เขาโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น

1.สัญญาจ้างผลิตระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า และสยามไบโอไซเอนซ์ ที่เปิดเผยจำนวนที่ตกลงว่าจ้างผลิต ราคาต้นทุน และราคาขาย

2.สัญญารับงบประมาณระหว่างสถาบันวัคซีนแห่งชาติกับสยามไบโอไซเอนซ์ว่ามีเงื่อนไขอย่างไร มูลค่าเท่าไหร่ และเอาไปใช้ตรงตามที่แถลงไว้หรือไม่

3.บันทึกการประชุมของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติและเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการวางเงื่อนไข คุณสมบัติ และรายละเอียดของเอกชนที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐในการผลิตวัคซีน เพื่อให้ประชาชนแน่ใจว่าการเลือกสนับสนุนเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามหลักการ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ช่วงสายวันต่อมา (21 มกราคม 2564) ธนาธรแถลงข่าว เน้นจุดยืนว่าสนับสนุนการจัดหาวัคซีนโดยรัฐบาล แต่ยังคงย้ำข้อสงสัยว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์

“การที่เราตรวจสอบการใช้ภาษีของประชาชน ไม่ใช่เรื่องที่เราเพิ่งทำ เราทำมาตลอดอยู่แล้ว … ถ้าเราย้อนกลับไปดู คุณประยุทธ์พยายามบิดเบือนประเด็นทุกครั้งที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานที่ผิดพลาดของเขา คุณประยุทธ์ยกสถาบันฯ มากลบเกลื่อนความผิดพลาด ความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานของตัวเองมาตลอด … และกรณีนี้เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ชัดเจน คนที่ดึงสถาบันมาเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนไม่ใช่ผมนะครับ ก็คือคุณประยุทธ์นั่นเอง” ธนาธรกล่าว

เราเคยได้ยินคำกล่าว-คำเตือนที่ว่า “อย่างฟังความข้างเดียว” หรืออย่าตัดสินอะไรจากข้อมูลของฝ่ายเดียวกันอยู่บ่อย ๆ และที่ว่ามาทั้งหมดนี้ คือ “ความ 2 ข้าง” ที่ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” เก็บมานำเสนออย่างไม่มีบิดเบือนจากคำพูดของทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อให้คุณผู้อ่านได้เปรียบเทียบ พิจารณา และวิเคราะห์ข้อมูลกันเอง