เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
Business MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
Business ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
เศรษฐกิจภูมิภาค 140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
Business ‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Economic กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
Finance Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
ดูทั้งหมด

เส้นทางชีวิต สุพันธุ์ มงคลสุธี CEO นักยุทธศาสตร์ไทย

01 เม.ย. 2565 | 11:00น.
กษมา ศิริกุล : เรื่อง

สุพันธุ์ มงคลสุธี ที่ใครหลายคนรู้จักถึงบทบาทและความสามารถในตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนที่ 15 ครองตำแหน่งอยู่ถึง 3 สมัย รวมถึงการเป็นนักธุรกิจ เจ้าของตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) และประธานกรรมการ บมจ. ที.เค.เอส. เทคโนโลยี ชื่อที่แปลงมาจาก “แต้เกียงเซ้ง” กิจการแรกของครอบครัวเมื่อครั้งย้ายภูมิลำเนาจากจีนมาลงหลักปักฐานที่เมืองไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2497 เริ่มต้นจากกิจการขายเครื่องเขียน

วันนี้นักธุรกิจผู้ผ่านประสบการณ์ล้ำค่าถ่ายทอดเรื่องราวเส้นทางชีวิตผ่านปลายปากกาเป็นหนังสือ เส้นทางชีวิต CEO นักยุทธศาสตร์ไทย “สุพันธุ์ มงคลสุธี” โดยมีคำปรารภจาก “อานันท์ ปันยารชุน” และคำนิยม 2 ท่านคือ “ชวน หลีกภัย” และ “พลเอกมงคล อำพรพิสิฏฐ์”

จากเอสเอ็มอีสู่บิ๊กธุรกิจ

สุพันธุ์เล่าถึงเป้าหมายและที่มาของหนังสือว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่เขียนขึ้นมา มีความตั้งใจจะให้ผู้อ่านได้ประโยชน์มากที่สุด และตั้งใจจะมอบให้เป็นวิทยาทาน และเป็นแรงบันดาลใจ

“ผมเองก็เกิดมาจากการเป็นคนตัวเล็ก ๆ ทำบริษัทมาเล็ก ๆ วันนี้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร มีวิธีการอย่างไร ขณะเดียวกันเราก็มองว่าเราเกิดจากเอสเอ็มอี และเอสเอ็มอียังต้องการความช่วยเหลืออีกเยอะมาก

ตอนผมรับช่วงพ่อมา ตอนนั้นเป็นธุรกิจเครื่องเขียนขายส่ง เราก็ถือว่าเป็นธุรกิจขนาดกลางไม่ใหญ่ แต่ถือว่ามีระดับปีหนึ่ง ๆ 20 กว่าล้านยอดขาย ส่วนยอดขาย ณ ปัจจุบันเรามี 30,000 เกือบ 40,000 ล้านบาท เป็นในส่วนของซินเน็ค 30,000 กว่าล้านและในเครือ ซึ่งผมว่าปีหน้า 40,000 ล้านบาทได้ ผมเชื่อว่าถ้ามีเอสเอ็มอีอย่างผมเยอะ ๆ ประเทศก็จะแข็งแรง ไม่จำเป็นจะต้องมีแค่ไม่กี่บริษัทใหญ่ แต่ถ้าเรามีบริษัทขนาดกลางเพิ่มมากกว่า 20-30 เท่าอย่างไต้หวันเกิดขึ้นมาแบบนี้ มาจากเอสเอ็มอีจะทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง”

ดีเอ็นเอ “นักธุรกิจ”

แน่นอนว่าการเติบโตในเส้นทางชีวิตซีอีโอไม่ใช่เรื่องง่าย การฝ่าฟันมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนสำคัญมาจากเบ้าหลอมคุณพ่อเกียงบั๊ก แซ่แต้ และคุณแม่สุชาดา ที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก

“ผมเกิดมาเป็นลูกคนเดียว คุณแม่ก็รัก ไปไหนเอาไปด้วย จริง ๆ แล้วธุรกิจที่สร้างมาคุณแม่และคุณพ่อเป็นจิ๊กซอว์ที่มาต่อกัน คุณพ่อทำธุรกิจต้องไปรับอะไรมาจากข้างนอกคุณพ่อผมก็เป็นคนหนึ่งที่ดุมากเท่าที่เคยเจอมา คุณแม่เป็นคนละเอียด ประหยัดมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในโลกนี้ก็ว่าได้ ดูแลช่วยเรื่องบัญชี ทำให้ธุรกิจมีกำไร ผมก็มีโอกาสอยู่ใกล้คุณแม่ ทำให้เราเห็นข้อแตกต่างและสิ่งที่เคยได้รับการสอนสั่งจากทั้งสองท่านมาปรับ เพราะทั้งคู่อยากให้เราออกมาทำธุรกิจ ฝึกเราตั้งแต่เด็ก ผมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ปิดเทอมก็ต้องมาช่วยที่บ้าน เราเป็นโรงงานทำสมุดเล็ก ๆ ก็ต้องมาทำเข้าเล่ม นับกระดาษทำสมุด วิธีการดูแลเรา ท่านให้ค่าขนม วันละ 5 บาท 10 บาท เราก็อยากได้เงิน เราก็อินกับมัน และเจอลูกจ้าง ก็ทำให้เข้าใจอารมณ์คนทำงานด้วย ต่อมาเราก็ลองไปเป็นเซลส์เองซึ่งเราก็ชอบด้วย”

เป็นคน “รักการเรียน”

เรื่องหนึ่งที่เปิดเผยในหนังสือเล่มนี้ “ผมเป็นคนรักการเรียน แต่ตอนแรกคุณพ่อไม่สนับสนุนให้ลูกเรียนต่อ อยากให้ออกมาช่วยงาน แต่คุณแม่เท่านั้นที่สนับสนุนจนทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนต่อสมใจ แต่ผมก็ต้องช่วยงานที่บ้านชนิดที่ว่าห้ามขาดตกบกพร่องเลย”

“ผมชอบไปลงคอร์สต่าง ๆ มาก ผมเรียนทุกเรื่อง เพราะไม่ได้จบบัญชี เราจบด้านการขายมาก็ไปเรียนบัญชี เรียนเกี่ยวกับโรงงาน หลักสูตรไหนเปิดเราก็ไปเรียน โดย 1) เราได้ความรู้มา และ 2) เราได้เพื่อน พอเรามาทำเรื่องสังคม (ส.อ.ท.) ก็ทำให้เราสามารถที่จะเข้าใจ แล้วก็พอเราเริ่มโต เราก็รู้ว่าคอขวดของธุรกิจมันคืออะไร ตอนที่เราเล็ก ๆ เราลำบากอย่างไร อะไรเป็นส่วนสำคัญ”

3 คีย์เวิร์ด ซื่อสัตย์-ยุติธรรม-นวัตกรรม

ด้วยระบบคิดและนิสัยส่วนตัวที่เป็นขาลุย กล้าตัดสินใจ กล้าได้กล้าเสีย บวกกับความรักเรียน ทำให้ได้เริ่มทำธุรกิจค้าขายตั้งแต่วัยเรียน ทำแหวนรุ่นขายจนมีกำไรหลักหมื่น เป็นเซลส์ขายสมุดให้ที่บ้านจนนำมาสู่การพัฒนาต่อยอดจากธุรกิจเครื่องเขียนเป็นโรงงานทำสมุด และด้วยความใฝ่ฝันที่จะทำธุรกิจกับต่างชาติ ทำให้เขากล้าจะดีลธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่าย “หมึกพิมพ์” ให้กับบริษัทสิงคโปร์ด้วยตัวเอง

หลังจาก “เสียรู้” คนโกงครั้งแรก ให้บทเรียนกับเขาว่า “ความซื่อสัตย์” เป็นหลักคิดที่นักธุรกิจต้องยึดถือ และสิ่งสำคัญต้องมี “ความยุติธรรม” ด้วย ในการดูแลองค์กรเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

สตาร์ตอัพยุคแรก

“ผมก็เป็นคนยุคแรก ๆ ที่เอาคอมพิวเตอร์มาใช้เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ยอมลงทุน ซึ่งคุณพ่อก็เชื่อว่าซื้อมาแสนกว่าบาทมาใช้งานเราก็รู้สึกว่ามันดีเพราะก่อนหน้านั้นเราก็ศึกษา ผมก็ทำอะไรคล้าย ๆ สตาร์ตอัพสมัยนี้ อะไรที่ใหม่ ๆ ก็มาดู ซึ่งผมคิดว่าคอมพิวเตอร์มีบทบาทแน่ ๆ ในอนาคต ดูแล้วว่าถ้าคอมพิวเตอร์สะดวกแล้วคนจะหันมาใช้มากขึ้น ทำกิจการอะไรที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น”

นั่นจึงทำให้เขาต่อยอดจากธุรกิจเครื่องเขียน สมุดนักเรียน ต่อมาอาจจะเป็นการ disruption สมุดในยุคแรก หลังจากคอมพิวเตอร์เข้ามาเราเห็นว่าสมุดจะหายไป จึงเริ่มทำ “กระดาษคอมพิวเตอร์” ลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์เก่ามาลองทำ มาสู่การใช้คอมพิวเตอร์ และมองข้ามชอตมาถึงธุรกิจ accessories ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือแก็ดเจตในปัจจุบัน ซึ่งเขาน่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่ทำเรื่องนี้ในประเทศไทย โดยเริ่มศึกษาวิธีการเรียนรู้เรื่องการนำเข้าจากผู้ที่เป็นผู้ค้าอยู่แล้ว เรียนรู้จากบริษัทใหญ่จนทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นได้

ประธาน ส.อ.ท.ช่วยสังคม

หลังจากประสบความสำเร็จในธุรกิจ “สุพันธุ์” ได้ก้าวสู่บทบาทด้านสังคม รับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี เพราะขณะนั้นต้องขยายโรงงานไปยัง จ.เพชรบุรีเมื่อปี 2540-2541 เพื่อให้โรงงานรับสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้น

“ตอนนั้นผมไม่รู้จักเลย ส.อ.ท.คืออะไร และการทำงานด้านสังคมอย่าง ส.อ.ท.ไม่มีใครอยากเป็น เพราะไม่มีบทบาทและต้องควักเงินเยอะ”

เขารับหมวกประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดถึง 2 สมัย ก่อนจะเข้าสู่การทำงานใน ส.อ.ท.ส่วนกลาง ซึ่ง ณ ขณะนั้นกำลังขัดแย้งกันอย่างดุเดือดจนสร้างปรากฏการณ์ “ส.อ.ท.แตกเป็น 2 สภาครั้งแรก” ก่อนจะเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคสุพันธุ์ 1 สลับกับ “เจน นำชัยศิริ” และกลับมาสู่มือ “สุพันธุ์” อีก 2 สมัย จนถึงปัจจุบันที่ ส.อ.ท.มีความกลมเกลียวไร้ภาพความขัดแย้งเช่นในอดีต

“ในช่วงหนึ่งเราคิดว่าจะมาช่วยเหลือสังคมบ้าง พอทำไปเรื่อย ๆ ก็อินเพราะมีพรรคพวกเยอะขึ้น และเราเห็นว่ามีหลายอย่างที่เคยเรียนรู้มา สามารถเรียนรู้จากคนอื่น ทำให้เราสามารถที่จะช่วยเหลือสังคมมากขึ้น”

“ผมมองว่าทุกอย่างเป็นยุทธศาสตร์การทำงาน เราจะทำอะไรต้องมียุทธวิธี และยุทธวิธีต้องมีเป้าหมายให้เกิดความสำเร็จ ถ้ามียุทธวิธีแต่ไม่มีเป้าหมายผลักดันให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ แต่ถ้าไปโดยไม่มียุทธวิธีก็ไม่ได้ ผมเลยบอกว่ายุทธศาสตร์มีความสำคัญในทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือ ส.อ.ท.”

ซีอีโอแจกลายเซ็น

เจ้าของผลงาน เปิดเส้นทางชีวิต CEO นักยุทธศาสตร์ไทย “สุพันธุ์ มงคลสุธี” จะไปแจกลายเซ็นให้ผู้ร่วมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 ที่บูทสำนักพิมพ์มติชน A16 สถานีกลางบางซื่อ ชั้น 1 (G-Floor) ใกล้กับประตูทางออก และทางเชื่อมต่อ MRT วันที่ 3 เม.ย.นี้ เวลา 14.00-15.00 น.