ผู้เขียน : ปนัดดา ฤทธิมัต
ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีหอสมุดมากมาย ให้นักอ่านได้เดินทางไปท่องโลกหนังสือหลากหลายประเภท ซึ่งหากใครเคยผ่านถนนสุรวงศ์ คงได้พบเห็นอาคารหลังหนึ่งที่เป็นสไตล์นีโอคลาสสิก ซึ่งนอกจากสถาปัตยกรรมจะงดงามแล้ว ยังแลดูมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนานแฝงอยู่ ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของ “หอสมุดเนียลเซน เฮส์”
“หอสมุดเนียลเซน เฮส์” จดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2412 โดยสมาชิกสมาคมสตรีชาวต่างชาติที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ที่นำรายได้จากการขายของของสมาคมมาจัดตั้งสมาคมหอสมุดสตรีกรุงเทพ เพื่อให้บริการแก่ชาวต่างชาติผู้อาศัยในกรุงเทพมหานคร
โดยมีข้อบังคับว่าการบริหารงานต้องประกอบด้วยกรรมการสมาคมที่เป็นสตรีไม่เกิน 12 คน ซึ่งนายกสมาคมคนแรก คือ “ซาราห์ บรัคลีย์ แบรดลีย์” (Sarah Blachley Bradley) ภรรยาของหมอบรัดเลย์ (Dr.Dan Beech Bradley)

โดยแรกเริ่มหอสมุดเปิดให้บริการสัปดาห์ละครั้ง พนักงานส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ได้ขยายเวลาทำการเป็นทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ โดยจัดจ้างบรรณารักษ์มาดูแลความเรียบร้อย เดิมหอสมุดตั้งอยู่ในบ้านส่วนตัว ไม่เสียค่าเช่าที่
ต่อมาในปี พ.ศ. 2454 ได้เปลี่ยนชื่อ “สมาคมหอสมุดสตรีกรุงเทพ” เป็น “สมาคมหอสมุดกรุงเทพ” และสร้างอาคารหอสมุดโดยซื้อที่ดินใกล้กับถนนสุรวงศ์เมื่อปี พ.ศ. 2457

ของขวัญจากความรัก
หอสมุดเนียลเซน เฮส์ มาจากชื่อของ เจนนี เนียลเซน เฮส์ สตรีชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นภรรยาของ ดร.โทมัส เฮย์เวิร์ด เฮส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ และอาจารย์สอนวิชาแพทย์คนแรกของโรงพยาบาลศิริราชในยุคนั้น
นางเนียลเซน เฮส์ เข้ามาทำงานให้กับสมาคมหอสมุด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2438 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เธอมีชีวิตอยู่ ได้อุทิศตนเองและเวลาเพื่อให้กิจการหอสมุดสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยเธอทำงานให้กับหอสมุดเป็นเวลา 25 ปี
ก่อนเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาตกโรคในเดือนเมษายน พ.ศ. 2463 ด้วยเหตุนี้ ดร.เฮส์ จึงสร้างหอสมุดแห่งใหม่ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักของเขากับภรรยา รวมถึงให้เกียรติการอุทิศตนของภรรยาในการทำงานกับสมาคมหอสมุด
งดงามราวพระราชวังขนาดย่อม
สำหรับอาคารหอสมุดแห่งใหม่สร้างบนพื้นที่ใกล้กับหอสมุดเก่าบริเวณถนนสุรวงศ์ โดย ดร.เฮส์ได้ว่าจ้าง “มารีโอ ตามัญโญ” สถาปนิกชาวอิตาลี ผู้อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมของพระที่นั่งอัมพรสถาน สะพานมัฆวานรังสรรค์ พระที่นั่งอนันตสมาคม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บ้านนรสิงห์ (ทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน) มิวเซียมสยาม และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้มาออกแบบอาคารถาวรเพื่อเก็บรักษาหนังสือและเป็นที่ทำการ จากนั้นสมาคมหอสมุดกรุงเทพ
จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “หอสมุดเนียลเซน เฮส์” พร้อมกับอาคารใหม่ที่สร้างเสร็จ และเริ่มเปิดทำการในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2465
มารีโอ ตามัญโญ ได้ออกแบบอาคารหอสมุดเนียลเซน เฮส์ ในสไตล์นีโอคลาสสิก มีความสมมาตรกลมกลืน ผสานคุณลักษณะให้สามารถใช้งานได้จริง เช่น โครงสร้างผนังสองชั้นที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี รวมถึงแสดงลวดลายคลาสสิกแฝงอยู่ในตัวอาคาร
ทั้งลวดลายปูนปั้น เสา ไม้สัก และอุปกรณ์ตกแต่ง โดยรายละเอียดดั้งเดิมมากมายยังคงมีอยู่ให้ได้ใช้งานกระทั่งปัจจุบัน
อีกจุดเด่นของหอสมุดเนียลเซน เฮส์ คือ โดมสไตล์อิตาเลียน ที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและงดงาม จนนิตยสาร The Bangkok Time กล่าวถึงว่า หอสมุดแห่งนี้เป็นเหมือนพระราชวังขนาดย่อม รวมทั้งอาคารแห่งนี้ยังได้รับรางวัล “แลนด์มาร์กประวัติศาสตร์” ในปี พ.ศ. 2529 จากสมาคมสถาปนิกสยามอีกด้วย
หอสมุดเนียลเซน เฮส์ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พบว่าหนังสือส่วนใหญ่ถูกขโมยหายไป แต่ต่อมาได้รับการส่งคืนเป็นบางส่วนจากประเทศญี่ปุ่น และเมื่อ ดร.เฮส์ เสียชีวิตก็ได้ทำพินัยกรรมส่งมอบหนังสือส่วนตัวทั้งหมดให้กับหอสมุดเนียลเซน เฮส์ และบริจาคตำราการแพทย์ให้ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เนียลเซน เฮส์ ในปัจจุบัน
ปัจจุบันหอสมุดเนียลเซน เฮส์ มีหนังสือจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 20,000 เล่ม 80% เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ 5% เป็นหนังสือภาษาไทย และที่เหลืออีก 15% เป็นหนังสือภาษาอื่น ๆ ปะปนกัน ซึ่งหมวดหมู่ของหนังสือในหอสมุดแห่งนี้แบ่งเป็น 4 หมวด ประกอบด้วย fiction, nonfiction, rare และ young adult ซึ่งมีตั้งแต่เล่มที่อัพเดตล่าสุดไปจนถึงเล่มที่เก่าแก่ที่มีอายุมากถึงหลายร้อยปี ได้แก่ หนังสือที่ถูกเขียนโดย จอห์น เบาว์ริง
นอกจากจะเป็นหอสมุดแล้ว ปัจจุบันได้เปิดให้บุคคลภายนอกสามารถเข้ามาจัดกิจกรรมได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวสินค้า การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง รวมถึงการบรรเลงดนตรีคลาสสิก และในทุก ๆ วันเสาร์ที่หอสมุดจะมีกิจกรรมการกุศลที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาฟังนิทานภาษาอังกฤษผ่านการเล่าเรื่องโดยอาสาสมัครของหอสมุด
ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในเจตนารมณ์ที่สืบต่อมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มก่อตั้งหอสมุดแห่งนี้ที่ว่า “หอสมุดสาธารณประโยชน์ของชุมชน”

นางสาวนลิน วนาสิน กรรมการหอสมุดเนียลเซน เฮส์ กล่าวว่า ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทางหอสมุดมีการจัดงานเฟสติวัล โดยเชินักเขียนมาอ่านหนังสือให้ฟัง เพื่อสร้างสีสันให้แก่วงการนักอ่านนักเขียน รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน เพราะการได้พบปะพูดคุยกับนักเขียนจะช่วยเปิดโลกให้กับนักอ่านอย่างมาก
ครบรอบ 101 ปี
เนื่องในโอกาสครบรอบ 101 ปี ของหอสมุดแห่งนี้ จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ เล่านิทานวรรณกรรมโดย “คริสติน่า สุนทรวัฒน์” นักเขียนรางวัลเกียรติยศนิวเบอรี่, ร่วมสำรวจความงดงามของหอสมุดเนียลเซน เฮส์ กับ “ฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล” สถาปนิกไทยผู้คว้ารางวัลศิลปาธร พร้อมรับชมคอนเสิร์ตจากศิลปิน “นภ พรชำนิ”
