160 โรงแรมภูเก็ต-พังงาผ่านเกณฑ์เฟสแรก “โครงการโรงแรมสะอาดด้วย 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food” กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ การันตีปลอดตัวเรือด เชื้อลีจิโอเนลลา สาเหตุโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน-เชื้อไวรัสโนโร โรคทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน ในน้ำ-ครัวโรงแรม ยกระดับมาตรฐานโรงแรม ตั้งเป้า 3 ปีจะตรวจโรงแรมกว่า 200,000 ห้อง หากผ่านเกณฑ์ 60% พร้อมประกาศเป็นโรงแรมปลอดโรคลีเจียนแนร์-โรคโนโรไวรัส หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพด้านการท่องเที่ยว ระบบการจัดการสาธารณสุขที่ยั่งยืน
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ภายหลังเป็นประธานเปิด และมอบประกาศนียบัตรให้กับโรงแรมที่ผ่าน “โครงการโรงแรมสะอาดด้วย 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2568 ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ตได้จัดทำโครงการโรงแรมสะอาดฯ โดยเฝ้าระวังตัวเรือด เชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella spp) สาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน เชื้อไวรัสโนโร (Norovirus)
สาเหตุของโรคทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน ในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมและสุขลักษณะครัวของโรงแรม โดยนำร่องให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเจ้าหน้าที่โรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวระดับ 3-5 ดาว หรือโรงแรมประเภท 3-4 ตามกฎกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา และได้มีการตรวจติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเฟสแรกมีโรงแรมที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 160 แห่งและเฟส 2 อยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 40 แห่ง ดังนั้น จึงจัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับโรงแรมที่ผ่านการประเมินตามโครงการ 3C ในเฟสแรก
โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปีจะตรวจโรงแรมจำนวนกว่า 200,000 ห้อง หากตรวจได้ประมาณ 60% ของจำนวนโรงแรม จะประกาศได้ว่า เป็นฟรีของโรคลีเจียนแนร์ และฟรีโรคโนโรไวรัส โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะขยายกำลังห้องแล็บการตรวจให้ตอบสนองความต้องการ ของผู้ประกอบการและในอนาคต ระบบของน้ำ ระบบโรงแรมและระบบของแอร์ จะพัฒนาไปเรื่อย ๆ
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะทำให้เสน่ห์ของความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ มีเพิ่มเติมมากขึ้น จึงขอให้ร่วมกันผลักดันในเรื่องนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวสนับสนุนส่งเสริมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศและระบบการจัดการสาธารณสุขที่ดียิ่งขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ ได้จัดประชุมถอดบทเรียนจากการดำเนินงานเพื่อเป็นข้อมูลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในโรงแรมเพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวต่อไป
นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปี 2567 จังหวัดภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเยือน 13 ล้านคน นำรายได้สู่ประเทศไทย 5 แสนล้านบาท เป็นรอง กทม. และในเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ มาเยี่ยมเยือนจังหวัดภูเก็ต 6,759,550 คน เป็นชาวไทย 1,828,657 คน ชาวต่างชาติ 4,930,893 คน มีรายได้หมุนเวียนทั้งหมด 258,189.95 ล้านบาท มีอัตราการเข้าพักในโรงแรม 79.50%
ซึ่งโครงการโรงแรมสะอาดด้วย 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพของโรงแรมที่นักท่องเที่ยวเข้าพักเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
การประชุมในวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกันหาแนวทางเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ และพังงา เพื่อสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวปลอดภัยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืน มั่นคง และเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวตลอดไป