Skip to content

3 จังหวัด ของบประมาณ 350 ล้าน ป้องกันน้ำท่วม ขุดลอกร่องน้ำปัตตานีฟื้นท่าเรือชายฝั่ง

19 ต.ค. 2568 | 09:30น.
3 จังหวัด ของบประมาณ 350 ล้าน ป้องกันน้ำท่วม ขุดลอกร่องน้ำปัตตานีฟื้นท่าเรือชายฝั่ง

หอการค้า 3 จังหวัดชายแดนใต้ ชงของบประมาณ 350 ล้านบาท ขุดลอกร่องน้ำแม่น้ำปัตตานี เชื่อมปัตตานี-ยะลา หวังพลิกฟื้นท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า-เรือประมงมาจอดเทียบท่า ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน-ป้องกันน้ำท่วมใหญ่ไม่ให้ซ้ำรอยบทเรียนปี 2567

นายณัฐนนท์ พงษ์ธัญญะวิริยา ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดชายแดน (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทางกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ จ.นราธิวาส ปัตตานี และ จ.ยะลา มีความกังวล เนื่องจากช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เกิดภาวะอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่หนักขึ้นทุกปี และมีความถี่มากขึ้นคราวละหลายรอบ โดยบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ทำให้สร้างความสูญเสียจำนวนมาก

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนบริหารจัดการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากน้ำท่วม เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ผ่านทางคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหากลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กรอ.จังหวัด) หอการค้ากลุ่มจังหวัดชายแดน ได้นำเสนอต่อจังหวัด และเสนอของบประมาณสนับสนุน 350 ล้านบาทไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความก้าวหน้า

“สำหรับแผนป้องกันน้ำท่วม เช่น การขุดลอกเส้นทางระบายน้ำ ระบบชลประทาน และให้ประชาชนเจ้าของพื้นที่สร้างแก้มลิงกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน โดยภาครัฐจะต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น ลดเรื่องภาษีที่ดินให้”

การขุดลอกร่องน้ำในแม่น้ำปัตตานี ซึ่งเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมกันระหว่างปัตตานี ยะลา ให้ลึกขนาด 5 เมตร เพื่อเป็นร่องน้ำรองรับน้ำในฤดูฝน และประการสำคัญยังอำนวยความสะดวกเรือประมง เรือขนส่ง เดินทางเข้าออกจอดเทียบท่าเรือชายฝั่ง เพราะเดิมเมื่อปี 2539 ได้ขุดร่องน้ำ พร้อมกับมีการถมดินปากแม่น้ำปัตตานี แต่ได้ยุติไป ต่อมาได้งบประมาณเพียง 135 ล้านบาท/ปีมาดำเนินการต่อ แต่ถือเป็นงบประมาณที่น้อยมาก ไม่เพียงพอกับการดำเนินโครงการ และที่สำคัญมาก หากมีการขุดลอกแม่น้ำปัตตานี จะทำให้เรือประมง เรือขนส่งสินค้าเข้ามาเทียบท่าได้เหมือนในอดีต

ในช่วง 6 เดือนมีเรือเข้าออกเทียบท่าประมาณ 150 ลำ แต่ปัจจุบันเรือได้หายไปหมด ต้องแล่นไปจอดที่ท่าเรือ จ.สุราษฎร์ธานีแทน ในอดีตตอนที่เรือสามารถเข้าออกแม่น้ำปัตตานีได้ เกิดการจ้างงานในพื้นที่ประมาณ 10,000 คน สามารถสร้างรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ตอนนี้ได้หดหายไปในที่สุด ถ้ามีเรือแล่นเข้าออกจะเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้จำนวนมาก ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบางในพื้นที่” นายณัฐนนท์กล่าว

รายงานข่าวจากจังหวัดยะลา แจ้งว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกับกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการจัดประชุมชี้แจง และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะที่ 2 ที่ อ.เมือง จ.ยะลา ประกอบด้วย 3 โครงการ 1.โครงการระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมสำหรับพื้นที่ชุมชนเทศบาลเมืองเบตงและชุมชนต่อเนื่อง ระยะที่ 2, 2.โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปัตตานี พื้นที่บันนังสาเรงและพื้นที่ต่อเนื่อง ระยะที่ 2 และ 3.โครงการพัฒนาพื้นที่รอบบึงบาโระยามู เพื่อพื้นที่สันทนาการและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา มูลค่าก่อสร้างรวมไม่น้อยกว่า 240 ล้านบาท

สำหรับโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปัตตานี พื้นที่บันนังสาเรงและพื้นที่ต่อเนื่อง ระยะที่ 2 งบประมาณเบื้องต้น 120 ล้านบาท จากการศึกษา วิเคราะห์พื้นที่โครงการ ปัญหา รวมทั้งแนวทางการพัฒนา ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า พื้นที่แม่น้ำปัตตานี เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมขังบ่อย เกิดการพังทลายของหน้าดินได้ง่าย และในเวลาเดียวกัน คือ พื้นที่ Oxbow Lake ในฤดูน้ำหลากของทุกปี ปริมาณน้ำจะไหลหลากมากเกินกว่าที่ร่องน้ำโค้งตวัดจะรับได้ และมีความเสี่ยงต่อการถูกตัดขาดมากที่สุด เนื่องจากบริเวณคอคอดด้านล่างมีขนาดที่เล็ก พื้นที่มีความเสี่ยงหลายด้าน

โดยเฉพาะหากน้ำกัดเซาะต่อเนื่อง โค้งน้ำอาจถูกตัดขาด ทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทางใหม่ และพื้นที่บางส่วนถูกตัดขาดจากการใช้ประโยชน์ ทำให้กลายเป็นพื้นที่รกร้างเข้าถึงหรือพัฒนาต่อได้ยาก และอาจจะสูญเสียเอกลักษณ์ของพื้นที่ไปได้โดยง่าย จึงได้มีการชี้แจงและประชาสัมพันธ์ รับฟังการมีส่วนร่วมในความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ ให้มีความเหมาะสม และสามารถนำไปปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นต่อไป