ท่องเที่ยวเดินป่าภาคใต้คึกคัก นทท. แห่พิชิตเทือกเขาบรรทัด โต 10%
การท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติภาคใต้คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่เยือน “เขาหลัก” เทือกเขาบรรทัด จ.พัทลุง-ตรัง สร้างรายได้ในพื้นที่ราว 3 ล้านบาทต่อปี
นายเจริญชัย ช่วยชู มัคคุเทศก์เดินป่า จ.พัทลุง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท พัทลุงอีโคทัวร์ จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2568 การท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 10% โดยเฉพาะเส้นทางเดินป่าในภาคใต้ “เขาหลัก” บนเทือกเขาบรรทัด จ.พัทลุง-ตรัง กลายเป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวสายป่า
เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ “เขาหลัก” เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวสายผจญภัย เนื่องจากมีภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งความชัน สายน้ำ น้ำตก ภูผาสูง และสายหมอกตลอดเส้นทาง อีกทั้งยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยในอดีตมีคณะสำรวจนำเจ้าเมืองจังหวัดพัทลุงและตรังขึ้นไปสำรวจแนวเขตแดน และได้สลักข้อความไว้บนเสาหินด้านทิศตะวันตก ระบุว่า “ปี ป.ส. ๒๔๗๘” ต่อมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยนายปรีชา นิ่มดำ และนายบุญลาบ นิ่มดำ ชาวบ้านในพื้นที่
สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยว เส้นทางเขาหลักเปิดตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมถึงเดือนตุลาคม โดยช่วงไฮซีซั่นอยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน และจะพีกสูงสุดในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ขณะที่ช่วงโลว์ซีซั่นเป็นฤดูฝนราว 2 เดือน
ล่าสุดกลุ่มนักท่องเที่ยวสายเดินป่า นำโดย น.ส.สุภัสสรา พินจงสกุลดิษฐ์ พร้อมคณะ มีกำหนดเดินป่าศึกษาธรรมชาติขึ้นยอด “เขาหลัก” ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเทือกเขาบรรทัด ใช้ระยะเวลาเดินทาง 5 วัน โดยเริ่มเดินเท้าจากฝั่ง จ.ตรัง และเดินทะลุป่าออกมาทางฝั่ง จ.พัทลุง
สำหรับไทม์ไลน์การเดินป่า วันที่ 1 นักท่องเที่ยวจะเดินตามสายน้ำขึ้นไปยังบริเวณเหนือน้ำตกหนานบิน ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนตั้งแคมป์ที่แคมป์ 1 บริเวณเหนือน้ำตกหนานบินหลา ซึ่งเป็นจุดพักแรม 2 คืน ท่ามกลางสายน้ำและน้ำตกธรรมชาติ
วันที่ 3 จะเดินทางต่อไปยังสุดน้ำตกผาแตก และเริ่มไต่ขึ้นยอดเขาหลัก ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยเมื่อถึงแคมป์ นักท่องเที่ยวจะผูกเปลตั้งแคมป์พักแรม เพื่อชมบรรยากาศตามอัธยาศัย โดยมีทีมสตาฟดูแลอำนวยความสะดวกด้านอาหารและความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
เช้าวันที่ 4 นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มกาแฟท่ามกลางสายหมอก และเยี่ยมชม “เขาหลัก” ซึ่งเป็นแท่งหินขนาดใหญ่สูงประมาณ 15 เมตร กว้างราว 15 คนโอบ ตั้งอยู่บนแนวเขตแดนระหว่างจังหวัดพัทลุงและตรัง ก่อนเก็บแคมป์และเดินทางต่อไปตั้งแคมป์บริเวณค่ายคอมมิวนิสต์ในปี 2516 ผ่านทุ่งหญ้าดอกข้าวก่ำและป่าโบราณบริเวณตีนเขาหลัก ส่วนวันที่ 5 เป็นการเดินออกจากป่าถึงจุดรับส่งรถ เพื่อเดินทางกลับ
นายเจริญชัยกล่าวต่อว่า เส้นทางเดินป่าเขาหลักมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการประมาณ 1,500-2,000 คนต่อปี อัตราค่าทริปเฉลี่ยประมาณ 3,900 บาทต่อคน ส่งผลให้การท่องเที่ยวเดินป่าสร้างรายได้ให้สตาฟและมัคคุเทศก์ในพื้นที่ราว 3 ล้านบาทต่อปี โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวกว่า 90% เป็นชาวไทยในวัยทำงาน ส่วนชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวยุโรป คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10%
ทั้งนี้ ในปี 2568 พบว่าแนวโน้มการเดินป่าศึกษาธรรมชาติเพิ่มขึ้น 10% โดยนักท่องเที่ยวนิยมเดินป่าต่อเนื่องจากภาคเหนือและภาคอีสาน ก่อนมาสิ้นสุดเส้นทางในภาคใต้ และคาดว่าในปี 2569 กระแสการท่องเที่ยวเดินป่าจะยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
