Skip to content

“ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว” ศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดน มูลค่าหมื่นล้าน

23 ธ.ค. 2568 | 23:34น.
“ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว” ศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดน มูลค่าหมื่นล้าน

ตลาดโรงเกลือ หรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนที่สำคัญของประเทศ มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการค้า การจ้างงาน และการท่องเที่ยวของจังหวัด

ตลาดโรงเกลือตั้งอยู่ติดด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรหลักระหว่างไทย–กัมพูชาของจังหวัดสระแก้ว ตรงข้ามกับเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นจุดค้าขายเกลือเล็ก ๆ ก่อนจะขยายตัวอย่างรวดเร็วภายหลังสงครามกัมพูชาหลังปี 2530 และพัฒนาเป็นตลาดการค้าอย่างเป็นทางการในปี 2534 จนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนสำคัญ และเป็นพื้นที่กระจายรายได้ไปสู่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และภาคบริการโดยรอบ

ปัจจุบัน ตลาดโรงเกลือ มีทั้งหมด 5 โซน ได้แก่ ตลาดโกลเด้นเกต จำหน่ายสินค้าทั่วไปมือหนึ่งและมือสอง, ตลาดโรงเกลือใหม่ ขายกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าถือ กระเป๋าแบรนด์เนมที่หลากหลาย, ตลาดโรงเกลือเก่า ขายสินค้ามือสอง, ตลาดเดชไทย ขายรองเท้าใหม่และเก่า และสินค้าต่างๆอีกมากมาย ทั้งราคาปลีกและราคาส่ง, ตลาดเบญจวรรณ ขายสินค้ามือหนึ่ง ราคาส่งจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเป้ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า สินค้าส่วนใหญ่

ด้วยความหลากหลายของสินค้า ทำให้ตลาดแห่งนี้ตอบโจทย์ทั้งผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง และนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นแหล่งสินค้านำเข้า–ส่งออกไปยังกัมพูชาและประเทศใกล้เคียง ถือเป็นหัวใจของการค้าไทย–กัมพูชา โดยกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยถึงมูลค่าการค้าผ่านด่านพรมแดนบ้านคลองลึกในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.–มิ.ย.) ระบุว่า ในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 60,432 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 43,829 ล้านบาท และการนำเข้า 16,603 ล้านบาท สร้างรายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจัดเก็บภาษีให้แก่รัฐอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้ค้าและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ตลาดโรงเกลือส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ส่งผลให้ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งจ้างงานขนาดใหญ่ รวมถึงแรงงานจากฝั่งกัมพูชาเดินทางเข้ามาค้าขายและทำงานจำนวนมาก ทำให้ตลาดโรงเกลือเป็นฐานรายได้สำคัญของครัวเรือนจำนวนมากในอำเภออรัญประเทศและพื้นที่ใกล้เคียง

ภายหลังเกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนช่วงกลางปีที่ผ่านมา ไทยได้ใช้มาตรการตอบโต้ด้วยการปิดด่านและงดการนำเข้า–ส่งออกสินค้า ส่งผลให้มูลค่าการค้าชายแดนในเดือนตุลาคม 2568 หดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 99.9% กระทบต่อระบบเศรษฐกิจชายแดนโดยตรง

แรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากอพยพกลับประเทศ ทำให้ตลาดโรงเกลือต้องปิดให้บริการชั่วคราว ก่อนที่ในช่วงเดือนสิงหาคมจะเริ่มเห็นสัญญาณบวก เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่ไม่ได้อพยพกลับประเทศ เริ่มทยอยกลับมาเปิดร้านค้าอีกครั้ง

เหตุการณ์เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 บรรยากาศที่ด่านชายแดนบ้านคลองลึก ชาวกัมพูชาในไทย ต่างเดินทางกลับประเทศอย่างหนาแน่น

แรงงานชาวกัมพูชารายหนึ่งเปิดเผยว่า รู้สึกสะเทือนใจที่ต้องเดินทางกลับประเทศก่อนกำหนดเพื่อดูแลครอบครัว หลังจากทำงานในประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี และมีความผูกพันกับนายจ้างชาวไทย พร้อมยืนยันว่าจะกลับมาทำงานในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากจัดการภาระครอบครัวเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่ยุติลงทั้งหมด วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เกิดเหตุปะทะอีกระลอก บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะขยายผลกระทบมายังพื้นที่ชายแดนหลายจังหวัด รวมถึงสระแก้วและฝั่งปอยเปต ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงหรือพื้นที่ปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนเลือกไม่อพยพ เนื่องจากกังวลว่าจะต้องหยุดการค้าขาย และเกรงว่า เงินทุนที่ลงทุนไปจะสูญเปล่า

ทั้งนี้ จากมูลค่าการค้ากว่า 60,000 ล้านบาท และการหดตัวลงอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบกับหลายจังหวัดในพื้นที่ชายแดน แสดงให้เห็นว่า ตลาดโรงเกลือไม่ใช่เพียงตลาดค้าขายทั่วไป แต่เป็นเสาหลักเศรษฐกิจชายแดน สะท้อนความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดสระแก้วอย่างแท้จริง

บรรยากาศบริเวณตลาดโรงเกลือ ร้านค้าปิดบริการ ภายหลังที่มีการแจ้งอพยพคนออกจากพื้นที่ เมื่อ 21 ธันวาคม 2568
บรรยากาศบริเวณตลาดโรงเกลือ ภายหลังที่มีการแจ้งอพยพคนออกจากพื้นที่ เมื่อ 21 ธันวาคม 2568