ภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย และเกษตรกรกว่า 1,000 คน รวมตัวที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คัดค้านร่างหลักเกณฑ์จัดสรรสิทธิ “นมโรงเรียน” หลังเตรียมปรับสัดส่วนโควตาเอกชนเหลือไม่เกิน 30% หวั่นสร้างความไม่เป็นธรรมและทำลายอาชีพเกษตรกรไทย
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ สมาคมโคนมก้าวหน้า สมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ สมาคม SME ผู้รวบรวมน้ำนมดิบและแปรรูป พร้อมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 1,000 คน รวมตัวยื่นหนังสือต่อนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อคัดค้านร่างหลักเกณฑ์จัดสรรสิทธิ “นมโรงเรียน” ที่สร้างความไม่เป็นธรรมและทำลายอาชีพเกษตรกรไทย
นายนที โดดสูงเนิน นายกสมาคมโคนมก้าวหน้า และเจ้าของอำพันฟาร์ม (นครราชสีมา) ในฐานะตัวแทนภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย กล่าวว่า ร่างหลักเกณฑ์จัดสรรสิทธิ “นมโรงเรียน” ได้มีการปรับเปลี่ยนการจัดสรรสิทธิจำหน่ายในส่วนของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมภาคอื่น ๆ (ภาคเอกชน) ไม่เกิน 30% จากเดิม 42% มีผลกระทบโดยตรงห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ โรงงานแปรรูปนมและโครงการนมโรงเรียน อาจทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมล่มสลาย
สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อทางออกที่ยั่งยืน ทางภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ได้มีขอเรียกร้องให้คณะกรรมการปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยยึดหลัก “นมทุกลิตรต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน” นมทุกลิตรที่มาจากแม่โคนมของเกษตรไทยต้องสามารถเข้าถึงโครงการนมโรงเรียนได้โดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นหรือใช้ระบบโควตาเพื่อให้การบริหารโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนมีประสิทธิภาพและให้นักเรียนได้ดื่มนมทันเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 นี้
พร้อมขอให้ยกเลิกการจัดชั้นผู้ประกอบการ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม แต่โปรดพิจารณาว่าผู้ประกอบการรายใด ซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยมาก สามารถได้รับการจัดสรรสิทธิมาก เพื่อให้เกษตรกรทุกภาคส่วนสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ ตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการอย่างแท้จริง จึงขอความอนุเคราะห์โปรดช่วยดำเนินการป้องกันก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น
“หากข้อเรียกร้องตามแถลงการณ์ฉบับนี้ไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรม ภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย พร้อมด้วยพี่น้องผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศที่มารวมตัวกันในวันนี้ มีความจำเป็นต้องยกระดับความเคลื่อนไหวและดำเนินมาตรการกดดันขั้นสูงสุดในทุกมิติต่อไป จนกว่าความยุติธรรมและการจัดสรรสิทธิที่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นจริงต่อเกษตรกรโคนมไทยทุกคน” นายนทีกล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็ก และเยาวชน กล่าวว่า ปัจจุบันร่างหลักเกณฑ์จัดสรรสิทธิ “นมโรงเรียน” อยู่ระหว่างขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งข้อเสนอวันนี้จะนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 18 พฤษภาคมนี้
ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด จะเร่งเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งตลอด 1 เดือนนี้ ได้เจรจากับผู้ประกอบการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีม นม และนมผง เพื่อจัดการปริมาณน้ำนมที่ล้นตลาด ส่วนองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) ต้องปรับรูปแบบตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อรองรับระบบธุรกิจของภาครัฐให้ได้ อย่างไรก็ตามขอให้เกษตรกรรักษาคุณภาพน้ำนมดิบไว้ให้ดีที่สุด
“ผมอยู่กับพี่น้องเกษตรกรมาตลอด ผมตรงไปตรงมาเพราะผมไม่มีประโยชน์อยู่แล้ว และเป็นปีสุดท้ายที่ผมจะเกษียณ จึงอยากทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด” นายวิณะโรจน์กล่าว