Skip to content

เกาฟงดัน ‘สับปะรดจ.ตราด-ระยอง’ 12,000ตัน ส่งออกจีน

23 มี.ค. 2569 | 20:26น.
เกาฟงดัน ‘สับปะรดจ.ตราด-ระยอง’ 12,000ตัน ส่งออกจีน

ห้องเย็นเกาฟง จังหวัดจันทบุรี ดัน ‘สับปะรดตราดสีทอง-ทองระยอง’ บุกตลาดจีน MOU ร่วมกับเกษตรกร 3 จังหวัดล่วงหน้า รับซื้อทุกขนาด ลดความเสี่ยงราคาผลผลิตตกต่ำ ตั้งเป้าปีนี้12,000 ตัน  

นายสมศักดิ์ เลิศสำโรง ผู้จัดการบริษัท เกาฟง จำกัด ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เปิดเผย ”ประชาชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทซื้อสับปะรดใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก (ตราด ระยอง จันทบุรี) ปริมาณ 12,000 ตัน เพื่อแปรรูปเนื้อสับปะรดแช่แข็ง ส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนผสมของอาหารและขนม โดยก่อนหน้านี้ได้มีการส่งออกเนื้อทุเรียนกวนไปทำหน้าพิซซ่าไปยังจีนซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าประมาณปีละ 5,000 – 6,000 ตัน

ทั้งนี้ปี 2569 บริษัทได้ลงนามทำข้อตกลงความร่วมมือทางการค้า(MOU) ระหว่างบริษัท เกาฟง จำกัดในฐานะผู้รับซื้อสินค้าและผู้ส่งออก กับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตาสับปะรด จังหวัดระยอง สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ จำกัด จังหวัดตราด

สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด จำกัด และเกษตรกร 3 รายจากจังหวัดตราดที่ได้รับอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GIly สับปะรดตราดสีทอง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

ณ บริษัท เกาฟง จำกัด ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน พาณิชย์จังหวัดตราด พาณิชย์จังหวัดจันทบุรี และพาณิชย์จังหวัดระยอง ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับการประกันราคารับซื้อมี 3 ขนาด ได้แก่ 1) ขนาดลูกละ 0.9 กิโลกรัมขึ้นไป กก.ละ 10 บาท 2) ขนาดลูกละ 0.6-0.89 กก.ละ 7 บาท และ3) ตั้งแต่ขนาดลูกละ 0.59 กิโลกรัมลงมา กก.ละ 4 บาท

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า การทำ MOU จะช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านราคาให้กับชาวสวน ลดความเสี่ยงด้านราคาผันผวนในตลาด โดยเฉพาะในบางช่วงที่ราคาตกต่ำเหลือเพียง 5-6 บาท/กก. แต่เกษตรกรยังขายได้ในราคาประกัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตสับปะรดเฉลี่ย 6-7 บาท/กก.

นอกจากนี้ หากผลผลิตมีปริมาณมากสามารถทำสัญญาเพิ่มได้ปีต่อปี โดยจำนวนผลผลิต 12,000 ตันครั้งนี้เป็นปีแรกที่บริษัทส่งออกทำสัญญากับกลุ่มเกษตรกร มีการประกันราคาตามขนาด

อย่างไรก็ตาม การรับซื้อยังจำกัดที่เฉพาะพันธุ์ตราดสีทอง  นิยมปลูกมากที่จังหวัดตราด ให้ผลผลิตเฉลี่ย 50,000 ตัน/ปี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่นิยมแช่แข็งส่งออก ใช้ทำไส้ขนม หน้าพิซซา ไม่ได้บริโภคสดเหมือนทุเรียนแข็ง และที่จังหวัดระยองนิยมปลูกสายพันธุ์ทองระยอง

ทางด้านนายเสกสรร คำปลิว ผจก.สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ จำกัด จ.ตราด จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกสับปะรดตราดสีทองมีแนวโน้มลดลง เพราะเกษตรกรนิยมหันไปปลูกผลไม้ และยางพารา โดยปลูกสับปะรดปลูกเป็นพืชเสริมเท่านั้น

ขณะนี้ สหกรณ์มีสมาชิก 20 กว่าคน มีพื้นที่ปลูก 400-500 ไร่ ผลผลิต 1.6-2 ล้านลูก/ปี เชื่อว่าการทำสัญญาครั้งนี้จะเปิดโอกาสเกษตรรกรวางแผนการผลิตล่วงหน้าได้

โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฏาคม-เดือนกันยายน มักไม่มีพ่อค้ารับซื้อ ต้องปล่อยทิ้งในสวน แต่การทำสัญญาราคาเป็นประกันอัตราความเสี่ยง ส่งขายได้ทุกขนาด

อย่างไรก็ตาม ตลาดสับปะรดยังเป็นที่ต้องการเพราะมีปริมาณน้อย แต่ปัจจุบันมีความเสี่ยงด้านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น จากผลกระทบราคาปุ๋ย น้ำมันที่ขึ้นราคา ซึ่งปี 2569 ถือเป็นปีแรกของการทำสัญญาและเป็นการทดสอบตลาด การบริหารความเสี่ยงราคาในตลาด หากผลตอบรับดี อาจมีการขยายความร่วมมือในอนาคตต่อไป