กรีนบัสสู้ดีเซล 6 บาททุ่ม 94 ล้าน เร่งแผนรถบัส EV 32 คัน ลงถนนเมษายนนี้ หลังต้นทุนพุ่งเดือนละ 3.6 ล้าน และวิกฤตน้ำมันขาดแคลนในเชียงราย เตรียมวิ่งนำร่อง “เชียงใหม่-ลำปาง / เชียงราย-แม่สาย” ทันที
นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ในเครือกรีนบัส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นต้นทุนที่สะท้อนความจริงที่มีต้นเหตุมาจากสงครามตะวันออกกลางอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันการยกเลิกการอุดหนุนราคาโดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนความจริงที่ผู้ประกอบการต้องยอมรับและเร่งปรับตัวให้เร็วที่สุด ซึ่งยอมรับว่าต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในครั้งนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของภาคเหนือ
แบกต้นทุนพุ่ง เดือนละ 3.6 ล้าน
นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวว่า การปรับขึ้นดีเซล 6 บาท ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับภาระต้นทุนการซื้อน้ำมันที่เพิ่มขึ้นถึง 3.6 ล้านบาทต่อเดือน การพุ่งขึ้นของราคาดีเซล 6 บาทในครั้งนี้ จึงเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อสถานะทางการเงินของบริษัท
ทั้งนี้ ปัญหาที่วิกฤตกว่า “ราคา” คือ “การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง” ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัด เชียงราย ที่พบปัญหาหนักที่สุดเมื่อเทียบกับพิษณุโลก ลำปาง หรือเชียงใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินรถในเส้นทางข้ามภาคระยะไกล เช่นแม่สาย-บึงกาฬ, แม่สาย-ภูเก็ต, พิษณุโลก-ภูเก็ตและเชียงใหม่-ภูเก็ต เนื่องจากไม่สามารถบริหารจัดการจุดเติมน้ำมันระหว่างทางได้เพียงพอ จนมีความจำเป็นต้องยกเลิกบางเที่ยววิ่งและสร้างความไม่สะดวกแก่ผู้โดยสาร จึงอยากให้ภาครัฐแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนให้เร็วที่สุด

ปรับความถี่การเดินรถ-เน้นกำไรภาพรวม
นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวต่อว่า ในระยะสั้น กรีนบัสได้ปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการรถโดยสาร โดยพยายามรักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ให้สูงกว่า 95% เพื่อรักษากำไรในภาพรวม แม้บางเส้นทางอาจต้องยอมแบกรับสภาวะขาดทุนบ้าง นอกจากนี้ จะมีการปรับลดความถี่การเดินรถในเส้นทางที่ผลประกอบการไม่เอื้ออำนวย เช่น เหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ โดยจะมีการแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนการเดินทางได้ทันท่วงที
ทุ่ม 94 ล้าน เร่งแผน “EV” เร็วกว่ากำหนด
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานฟอสซิลที่ผันผวน กรีนบัส ตัดสินใจ ปรับแผนการลงทุนรถโดยสารไฟฟ้า (EV) ให้เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ไตรมาส 4 โดยล่าสุดทุ่มงบลงทุนรวม 94 ล้านบาท (แบ่งเป็นรถ EV ใหม่ 18 คัน 89 ล้านบาท และตู้ชาร์จ 5 ล้านบาท) โดยลงทุนรถ EV จำนวน 32 คัน ประกอบด้วย 1.รถ EV ใหม่ ขนาด 12 เมตร จำนวน 6 คัน เตรียมเปิดให้บริการปลายเดือนเมษายน 2569 นี้ (ขยับขึ้นมาจากไตรมาส 4) หลังบรรลุข้อตกลงกับผู้ผลิตที่มีสต็อกพร้อมส่งมอบ 2.รถ EV ใหม่ ขนาด 8 เมตร จำนวน 12 คัน คาดว่าเริ่มให้บริการได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 3.รถเช่า EV ขนาด 8 เมตร จำนวน14 คัน เสริมทัพในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เช่นกัน
การเร่งแผนครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่เส้นทางระยะสั้น 70-100 กิโลเมตร ที่มีความถี่ในการเดินทางสูง เช่นเชียงใหม่-ลำปาง และ เชียงราย-แม่สาย ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญหลังจากรถตู้โดยสารเดิมหมดอายุการใช้งานตามกฎหมาย
เสนอรัฐฯ แยกประเภทรถดีเซล
นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวว่า ในส่วนของการปรับขึ้นค่าโดยสาร เป็นเรื่องที่ต้องหารือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด แต่ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องการเสนอคือ “การแยกประเภทการใช้ดีเซลให้ชัดเจน” โดยขอให้รัฐพิจารณาอุดหนุนหรือดูแลราคาดีเซลสำหรับรถขนส่งสาธารณะ และธุรกิจขนส่งเพื่อการพาณิชย์เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแบกรับต้นทุนและให้บริการประชาชนต่อไปได้อย่างยั่งยืน