นครชัยทัวร์เตรียมปรับลดเที่ยววิ่งโดยสาร 5 เส้นทาง หลังขาดทุนทุกวัน แบกรับภาระค่าน้ำมันแพงไม่ไหว จี้ภาครัฐเร่งออกมาตรการข่วยเหลือก่อนสงกรานต์ ก่อนผู้ประกอบการต้องหยุดการเดินรถ
นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัย 21 และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทนครชัยทัวร์ จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก จนส่งผลกระทบรุนแรงไปทั่วประเทศ ทำให้ต้องวางแผนลดเที่ยววิ่งโดยสาร 5 เส้นทาง ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่มีมาตรการแก้ไขเร่งด่วนก่อนเทศกาลสงกรานต์ ผู้ประกอบการอาจต้องพิจารณาหยุดเดินรถแทน
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด นครชัย 21 และนครชัยทัวร์ ได้ทยอยวางแผนลดเที่ยววิ่งแล้ว 5 เส้นทาง เนื่องจากจำนวนเที่ยววิ่งหลายเส้นทางทำให้อัตราขาดทุนยิ่งสูง เพราะค่าเฉลี่ยค่าโดยสารที่กำหนดให้ตอนนี้ส่งผลให้บริษัทไม่มีกำไรแม้มีผู้โดยสารเต็มคัน
ดังนั้นแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมในระหว่างรอมาตรกรช่วยเหลือจากภาครัฐ คือ หากเส้นทางไหนหรือเที่ยววิ่งใดที่มีผู้โดยสารน้อย ไม่เต็มจำนวนที่นั่งที่ก่อให้เกิดการขาดทุน ก็อาจจะต้องลดเที่ยววิ่งลง แต่ยังคงมีรถโดยสารให้บริการอย่างเพียงพอแน่นอน
ส่วนการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ทางผู้ประกอบการไม่มีสิทธิ์กำหนดราคาค่าโดยสาร ภาครัฐจะเป็นผู้กำหนดเท่านั้น ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ภาครัฐและผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาร่วมกัน ว่าประชาชนจะสามารถแบกรับค่าโดยสารที่อาจต้องปรับขึ้นได้หรือไม่ หรือรัฐจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระนี้อย่างไร แต่เบื้องต้นผู้ประกอบการพยายามรับมือด้วยการลดจำนวนเที่ยววิ่งลงก่อน
“ทุกบริษัทอยากเดินหน้าต่อ แต่ถ้าต้องวิ่งแล้วขาดทุนทุกเที่ยวทุกวัน คงไม่มีใครมีสายป่านยาวพอที่จะวิ่งต่อไปได้จนข้ามเทศกาลสงกรานต์” นายชัยวัฒน์กล่าว
นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า จริง ๆ แล้วน้ำมันไม่ได้ขึ้นแค่ 6 บาท แต่ปรับขึ้นจากฐานจริงไป 10 บาทแล้ว เพราะจากราคาเฉลี่ย 30 บวกลบ ก็ขยับขึ้นมา 50 สตางค์ และขึ้นมาอีก 3 บาทกว่า จนมาขยับอีก 6 บาท จึงกลายเป็นช่วงประมาณ 10 บาทแล้ว ไม่ใช่ขึ้นแค่ 6 บาทอย่างที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งเป็นจำนวนที่เกินต้นทุนคำนวณราคาค่าโดยสารไว้
อย่างไรก็ตาม ได้เสนอมาตรการแก้ไขเร่งด่วน ที่ต้องทำทันทีก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเสนอให้รัฐอุดหนุนค่าน้ำมันหรือมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถให้บริการได้อย่างเต็มกำลัง เพราะหากภาครัฐยังนิ่งไม่มีการช่วยเหลือที่ตรงจุด ผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องทยอย “หยุดเดินรถ” ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนจำนวนมากที่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์
