Skip to content

เชียงใหม่เผชิญ “Perfect Storm” ไฟป่าพุ่ง 649 จุด พายุเพลิงวอดคุมไม่อยู่

29 มี.ค. 2569 | 16:19น.
เชียงใหม่เผชิญ “Perfect Storm” ไฟป่าพุ่ง 649 จุด พายุเพลิงวอดคุมไม่อยู่

เชียงใหม่เผชิญ “Perfect Storm” ไฟป่าพุ่ง 649 จุด พายุเพลิงวอดคุมไม่อยู่ ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งยกระดับรับมือวิกฤตฝุ่น-ไฟป่า 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่ทวีความรุนแรงขึ้นสู่ระดับวิกฤต โดยจากการตรวจสอบข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ (Warroom) พบว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (29 มีนาคม 2569) ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่สูงถึง 649 จุด ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าตกใจและส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่ทันที

พื้นที่แดงเดือด เชียงดาว-ไชยปราการ

จากการวิเคราะห์แผนที่รายอำเภอ พบว่าพื้นที่ที่มีการเผาและเกิดไฟป่าหนาแน่นที่สุดกระจุกตัวอยู่ในโซนเหนือของจังหวัด ได้แก่ อ.เชียงดาว, อ.ไชยปราการ และ อ.ฝาง นอกจากนี้ในพื้นที่ทางตะวันตกอย่าง อ.แม่แตง และ อ.แม่แจ่ม ยังคงพบกลุ่มไฟป่ากระจายตัวเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในบางจุด เช่น ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว พุ่งสูงทะลุ 160-170 มคก./ลบ.ม. ไปแล้ว

ศึกรอบด้าน: ฝุ่นข้ามพรมแดนสมทบ

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ไฟป่าภายในจังหวัดเท่านั้น แต่ข้อมูลภาพรวมภูมิภาคเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา-ลาว) มีจุดความร้อนรวมกันสูงถึง 12,230 จุด โดยทิศทางลมได้พัดพาเอาฝุ่นควันมหาศาลจากฝั่งตะวันตกและเหนือเข้ามาสะสมในแอ่งกระทะเชียงใหม่ ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดถึง 39 องศาเซลเซียส และไม่มีฝนตกลงมาช่วยระบายฝุ่น ทำให้สถานการณ์ในวันนี้ (29 มีนาคม 2569) “หนักหนา” กว่าทุกวันที่ผ่านมา

ลมแรงผิดปกติ ตัวจุดฉนวนไฟลุกลาม

ดร.เจน ชาญณรงค์ รองประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า เชียงใหม่กำลังเผชิญกับสภาวะ “Perfect Storm” หรือพายุเพลิงที่ควบคุมได้ยากที่สุดในรอบหลายปี ​โดยข้อมูลที่น่ากังวลคือ ความเร็วลมที่สนามบินเชียงใหม่ในช่วงบ่ายของวันที่ 28-29 มีนาคม มีความรุนแรงผิดปกติอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในฤดูฝุ่นที่ผ่านมา ซึ่ง “อัตราการระบายอากาศ” (Ventilation Rate) ที่สัมพันธ์กับกระแสลมใกล้ผิวพื้นนี้เอง ที่กลายเป็นปัจจัยเร่งให้ไฟกองเล็กๆ สามารถขยายตัวเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ได้ภายในเวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น

น้ำมือมนุษย์ซ้ำเติมวิกฤต

ดร.เจน กล่าวต่อว่านอกจากปัจจัยทางธรรมชาติแล้ว พฤติกรรมการจุดไฟเผาโดยไม่ควบคุมจากกลุ่ม “ชายชุดดำ” ที่ฉวยโอกาสในช่วงที่ลมแรงและเชื้อเพลิงแห้งจัดออกมาสร้างสถานการณ์ ยิ่งมีไฟป่าที่คุมไม่อยู่มากเท่าไร ยิ่งกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการเผาตามมากขึ้น จนสถานการณ์ลุกลามเกินกว่ามาตรการปกติจะรับมือได้

ล่าสุด นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งยกระดับรับมือวิกฤตฝุ่น-ไฟป่า โดยออกประกาศคำสั่งอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2569) ถึงทุกหน่วยงานให้ปฏิบัติงานเชิงรุก ดังนี้

1.โยกกำลังเจ้าหน้าที่จากพื้นที่เสี่ยงต่ำไปสบทบพื้นที่เกิดไฟต่อเนื่อง เน้นเดินเท้า-ใช้โดรนตรวจซ้ำป้องกันไฟปะทุ

2.สั่งให้เขตก่อสร้างและถนนทุกสาย ฉีดพ่นน้ำลดฝุ่นอย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้ง 3.เร่งพัฒนา “ห้องลดฝุ่น” ร่วมกับภาคเอกชน (โรงแรม/ร้านอาหาร/คาเฟ่) เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้บริการได้ฟรี 5.ส่งทีมสาธารณสุขและ อสม. เคาะประตูบ้านแจกหน้ากากอนามัย N95 และแนะนำการดูแลสุขภาพในพื้นที่ค่าฝุ่นวิกฤต 6.ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประกาศเสียงตามสายทุกวันย้ำเรื่องบทลงโทษผู้ลักลอบเผา และประชาสัมพันธ์การจับกุมเพื่อป้องปราม

กล่าวได้ว่า สถานการณ์ในวันนี้ (29 มีนาคม) เป็นเครื่องตอกย้ำว่ามาตรการควบคุมไฟป่าของภาครัฐกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุด ทั้งจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการลุกลาม และปัจจัยลบภายนอกที่ยากจะควบคุม หากไม่มีปาฏิหาริย์จากฝนตกลงมาช่วยในเร็ววันนี้ คาดว่าชาวเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนจะต้องเผชิญกับสัปดาห์แห่งวิบัติภัยไฟป่า ที่รุนแรงและโหดร้ายที่สุดของปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่