รู้จัก “ICOMOS” ด่านตรวจสุดหิน ชี้ชะตา “เชียงใหม่ มรดกโลก”
ในขณะที่ชาวเชียงใหม่และคนไทยทั่วประเทศกำลังนับถอยหลังสู่ช่วงเวลาสำคัญในการผลักดัน “เชียงใหม่” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
บทบาทหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการอนุรักษ์ระดับสากลคือ องค์กรที่ชื่อว่า “ICOMOS” (อิโคโมส) ซึ่งเปรียบเสมือน “กรรมการตัวจริง” ผู้ถือด่านตรวจสุดหินก่อนส่งผลสรุปให้ยูเนสโก (UNESCO)
หลายคนอาจเข้าใจว่า ยูเนสโกคือผู้ลงพื้นที่ตรวจประเมินเมืองด้วยตัวเอง แต่ในกระบวนการทำงานจริงนั้น ยูเนสโกจะมอบหมายให้องค์กรที่ปรึกษาอิสระด้านมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกอย่าง ICOMOS (International Council on Monuments and Sites) หรือ สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ เป็นผู้รับหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ภาคสนามอย่างเป็นทางการ
นายศุภฤกษ์ ภาวิไล ประธานสภาเมืองเจียงใหม่ และคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะผู้ประเมินที่จะลงพื้นที่ตรวจประเมินแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ ยูเนสโกได้ส่ง ศาสตราจารย์ ดร.ชาริฟ ชัมส์ อิมมอน (Prof. Dr. Sharif Shams Imon) เป็นสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์และจัดการมรดกทางวัฒนธรรมและเมือง (Urban Conservation) ชาวบังกลาเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและมีบทบาทสำคัญในแวดวงวิชาการและการอนุรักษ์มรดกโลก และถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape Architecture)
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ ประเทศบังกลาเทศ (ICOMOS Bangladesh) และเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยในบังกลาเทศ และฮ่องกง โดยเดินทางมาเชียงใหม่ครั้งนี้เพียงคนเดียว
“โดยปกติแล้ว ตัวแทนอิโคโมสมักแบ่งเวลาตรวจพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ด้วย แต่ในครั้งนี้ ผู้ตรวจการฯ ร้องขอพำนักและลงพื้นที่ตระเวนตรวจ ณ จังหวัดเชียงใหม่เพียงแห่งเดียวตลอดทั้งโปรแกรม สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดและความใส่ใจในรายละเอียดของพื้นที่อย่างสูงสุด”

เอ็กซเรย์ความเนี้ยบ ICOMOS
นายศุภฤกษ์ กล่าวว่า กำหนดการลงพื้นที่ประเมินเมืองเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 3 – 8 สิงหาคม 2569 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก ICOMOS จะไม่ใช่แค่การเดินชมความงดงามของวัดวาอารามหรือเขตเมืองเก่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการ “เอ็กซเรย์” โครงสร้างบริหารจัดการเมืองในทุกมิติ ตามเกณฑ์วิชาการสากลที่เข้มงวด ได้แก่
1.ประเมิน “มรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต” (Living Heritage) โดยประเด็นนี้ ICOMOS ไม่ได้มองเพียงความเก่าแก่ของอิฐปูนหรือสถาปัตยกรรม แต่เน้นย้ำเรื่อง “คน” ในมิติที่ว่า วิถีชีวิต ประเพณี และชุมชนในพื้นที่เขตเมืองเก่ายังคงสืบทอดและอยู่ร่วมกับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างแท้จริงหรือไม่
2.ความสมบูรณ์และความแท้จริง (Integrity & Authenticity) ตรวจสอบว่าพื้นที่โบราณสถานถูกรบกวนจากการพัฒนาเมือง การสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ หรือตึกสูงที่ขัดต่อทัศนียภาพเดิมมากน้อยเพียงใด
3.แผนการบริหารจัดการและการรับมือท่องเที่ยวยั่งยืน ตรวจวัดความพร้อมของแผนผังเมือง การจัดการขยะ การจราจร และการรับมือนักท่องเที่ยวในระยะยาว เป็นต้น
ซักซ้อมเสมือนจริง
นายศุภฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ทางทีมสภาเมืองเจียงใหม่ และคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก ได้ลงพื้นที่ซักซ้อมจุดตรวจตามจุดสำคัญต่างๆ (เช่น ประตูเมือง คูเมือง และวัดสำคัญทั้ง 8 แห่ง) เพื่อสำรวจจุดบอดทางเทคนิค เก็บรายละเอียดเรื่องภูมิทัศน์ และเตรียมความพร้อมของสถานที่ โดยซักซ้อมการประสานงานและจังหวะเวลา ขั้นตอนการนำตรวจ เพื่อให้ขบวนตรวจมีความเงียบสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่ให้มีผู้ติดตามที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปรบกวนการทำงานของผู้ตรวจการ รวมถึงการเตรียมข้อมูลของหน่วยงาน-ชุมชนในพื้นที่ในการตอบคำถามของ ICOMOS

หากเจาะลึกไปที่ประเด็นคำถามที่แต่ละพื้นที่ 8 แหล่ง ต้องเตรียมพร้อมในการตอบ ICOMOS จะเน้นหนักไปที่ 3 ด้านหลักคือ
1.การบริหารจัดการและการอยู่ร่วมกัน (Living Heritage) สิ่งที่พื้นที่ต้องตอบให้ได้คือ วิธีการดูแลรักษาพื้นที่โบราณสถานควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในชุมชน การจัดการขยะ ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในชีวิตประจำวัน การจัดการนักท่องเที่ยวและการจราจรในพื้นที่ ไม่ให้ส่งกระทบต่อโครงสร้างโบราณสถานและวิถีชีวิตดั้งเดิม
2.ความสมบูรณ์แท้จริงและการอนุรักษ์ (Authenticity & Integrity) สิ่งปลูกสร้าง ภูมิทัศน์ หรือสิ่งใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา กระทบต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์หรือไม่ โดยสิ่งที่พื้นที่ต้องเตรียมข้อมูลในการตอบคำถาม อาทิ การควบคุมอาคาร สิ่งปลูกสร้างใหม่ หรือป้ายต่างๆ ในเขตเมืองเก่าและรอบๆ 8 แหล่งมรดก ไม่ให้รบกวนสายตาหรือบังภูมิทัศน์ดั้งเดิม ประวัติศาสตร์และความเป็นมา 730 ปีของจุดนั้นๆ รวมถึงความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ถูกต้อง
3.การมีส่วนร่วมและความตระหนักรู้ของคนในพื้นที่ (Community Participation) สิ่งที่พื้นที่ต้องเตรียมข้อมูลในการตอบคำถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผูกพันของชุมชนกับแหล่งมรดก และบทบาทของคนท้องถิ่นในการช่วยดูแลรักษา (ไม่ใช่แค่หน้าที่ของรัฐอย่างเดียว) และการถ่ายทอดองค์ความรู้ท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นหลัง เป็นต้น
“ผู้ตรวจการอิโคโมส ไม่ได้ต้องการคำตอบที่ท่องจำมาจากตำราทางวิชาการ แต่ต้องการคำตอบที่สะท้อนถึงความเป็นจริง ความเข้าใจ และความรักความผูกพันของคนในพื้นที่ ที่มีต่อแหล่งมรดกนั้นๆ”
ก้าวต่อไปหลังการตรวจสนาม
หลังสิ้นสุดการตรวจประเมินในเดือนสิงหาคมนี้ ICOMOS จะนำข้อมูลภาคสนามไปวิเคราะห์และจัดทำรายงานข้อเสนอแนะส่งกลับมายังประเทศไทย เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการชี้ชะตาและลงมติอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Committee) ในช่วงกลางปี 2570 ต่อไป
การมาเยือนของ ICOMOS ในเดือนสิงหาคมนี้ จึงถือเป็น “การสอบภาคสนามครั้งใหญ่” ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น ทว่า ถือเป็นบททดสอบสำคัญของคนเชียงใหม่ทุกคน ในฐานะเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่จะอวดสายตาคนทั้งโลก
