เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 6.43% อยู่ที่ 86,477 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 6.43% อยู่ที่ 86,477 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
จับตา! ครม.ต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” จัดทัพบิ๊ก ขรก.คลัง ปรับแผนท่าเรือมาบตาพุด 
Politics จับตา! ครม.ต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” จัดทัพบิ๊ก ขรก.คลัง ปรับแผนท่าเรือมาบตาพุด 
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึก มูลนิธิชัยพัฒนา ต่อยอด ‘น้ำมันเมล็ดคามิเลีย’ สู่ ‘Sustainable Lifestyle’
Biz Movement เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึก มูลนิธิชัยพัฒนา ต่อยอด ‘น้ำมันเมล็ดคามิเลีย’ สู่ ‘Sustainable Lifestyle’
เปิดตัว “เตนล์ – เอส” 2 ตัวแทนแคมเปญ “#มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES”
Biz Movement เปิดตัว “เตนล์ – เอส” 2 ตัวแทนแคมเปญ “#มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES”
Lenskart โตขึ้น 250% เผยแคมเปญ “วิ่งแลกแว่น” โดนใจไลฟ์สไตล์ผู้คน
Biz Movement Lenskart โตขึ้น 250% เผยแคมเปญ “วิ่งแลกแว่น” โดนใจไลฟ์สไตล์ผู้คน
ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
Tech ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน กฟผ. สร้างโอกาสไทยสู่ Regional Digital Hub: Green Digital Infrastructure สำหรับ Data Center ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
Tech ห่วงสุญญากาศ กสทช. หวั่น 8 ล้านครัวเรือนจอดำ เร่งตั้งทีมเปลี่ยนผ่าน C-Band
โพล มช. ชี้ “คนละครึ่ง – ไทยช่วยไทย” สอบผ่านพยุงค่าครองชีพ แต่ไร้กระตุ้นใช้จ่ายใหม่
เศรษฐกิจภูมิภาค โพล มช. ชี้ “คนละครึ่ง – ไทยช่วยไทย” สอบผ่านพยุงค่าครองชีพ แต่ไร้กระตุ้นใช้จ่ายใหม่
แบงก์แห่ขายบ้านมือสองพุ่ง 122.9% บ้านหรูต่ำ 10 ล้านขายไม่ออก “โคราช” โอนคึก “ภูเก็ต” ตลาดชะลอตัว
Real Estate แบงก์แห่ขายบ้านมือสองพุ่ง 122.9% บ้านหรูต่ำ 10 ล้านขายไม่ออก “โคราช” โอนคึก “ภูเก็ต” ตลาดชะลอตัว
ดูทั้งหมด

“บ้านทิวธารา” ซีฟู้ดตะวันออก อึดสู้พิษโควิด-19 ได้อีก2เดือน

16 พ.ค. 2563 | 09:20น.

ถ้าใครมาจังหวัดตราด น้อยคนที่ไม่รู้จักร้านอาหารทะเล “บ้านทิวธารา” ที่บ้านปากคลองน้ำเชี่ยว ต.หนองโสน อ.เมืองตราด จ.ตราด เพราะเป็นร้านอาหารทะเลท้องถิ่นบรรยากาศแบบบ้าน ๆ ที่ขึ้นชื่ออาหารทะเลสด ๆ มากมาย โดยเฉพาะเมนูเด็ด “ปูดำ” นึ่งจิ้มน้ำพริกเกลือสูตรเด็ดของจังหวัดตราด (น้ำพริกซีฟู้ด) ชนิดที่มีลูกค้าจาก กทม. ต่างจังหวัด และกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงประเภทนั่งเครื่องบินไป-กลับเพื่อมาทานโดยเฉพาะ รวมถึงลูกค้าต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่ขับรถข้ามมาโดยตรง แต่กว่า 2 เดือนนี้พิษไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจรับผลกระทบเต็ม ๆ แม้จะปรับตัวขายแบบออนไลน์ ดีลิเวอรี่ และขนส่งด่วนข้ามจังหวัด แต่ยอดขายเหลือเพียง 10% จนไม่มั่นใจว่าอีก 1-2 เดือนจะอึดสู้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ตลอด 9 ปี ลูกค้าจองแน่น

“บรรเทา บุญธรรม” เจ้าของร้านอาหารบ้านทิวธาราเล่าว่า เดิมตัวเองกับสามี “ศักดิ์ชัย สุริยวงศ์” รับซื้อปูดำจากชาวบ้านที่จับจากทะเลในตำบลหนองโสน และใกล้เคียงขายส่งไปร้านอาหารใหญ่ ๆ ที่อ่างศิลา สัตหีบ พัทยา และตลาดต่างจังหวัดแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมาทำฟาร์มเลี้ยงปูนิ่มส่งขายเช่นกัน ปี 2554 ได้เปิดกิจการร้านอาหารบ้านทิวธาราให้ลูกค้ามารับประทาน มีวัตถุดิบสด ๆ ทั้งปู กุ้ง หอย ปลาหมึก ประกอบกับตัวเองชอบทำอาหาร

โดยสถานที่ตั้งของร้านติดคลองน้ำเชี่ยว มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ร่มรื่น มีนกเหยี่ยวแดงมาบินโฉบอาหารกว่า 100 ตัวทุกวัน เหมาะกับการมาพักผ่อนนั่งทานอาหาร ระยะเวลา 9 ปีเต็มกิจการเติบโตขึ้นด้วยการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป มามีชื่อเสียงมากเมื่อองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสนได้สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก จึงพัฒนาร้านให้ลูกค้าสะดวกสบาย ทุกวันนี้สามารถรับลูกค้าได้ทั้งหมด 200-300 คน มีทั้งกลุ่มเล็ก ๆ 2-3 คน และกลุ่มใหญ่ที่นัดเลี้ยงสังสรรค์ 20-30 คน

ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวหรือเสาร์-อาทิตย์มีลูกค้าใช้บริการหนาแน่นมาก บางครั้งต้องให้ลูกค้าโทร.มาจองก่อน ไม่ต้องรอคิว ลูกค้าเกือบ 100% จะมาทานปูดำนึ่งสด ๆ มีลูกค้า VIP สั่งจองและนั่งเครื่องไฟลต์เช้ากลับเย็นให้นำรถไปรับเพื่อมาทานปูและอาหารทะเลอื่น ๆ รวมทั้งเพื่อนบ้านขับรถยนต์ข้ามชายแดนเข้ามาทานและซื้อกลับจำนวนมากโดยไม่สนใจแหล่งท่องเที่ยวแต่อย่างใด เพราะปูที่ให้บริการลูกค้าในร้านเป็นปูธรรมชาติ 100% รับซื้อจากชาวบ้านมาจะคัดไซซ์แยกประเภท เลือกปูแน่น ๆ มีทั้งปูไข่ ปูเนื้อ ปูมันไว้บริการลูกค้าโดยเฉพาะ ให้ลูกค้าประทับใจคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เชื่อมั่นว่ามาร้านนี้ต้องได้ทานของดี ของสด อร่อยตามที่บอก มีการันตีให้ลูกค้า

ดีลิเวอรี่ฝ่าวิกฤตอุ้ม 40 คนงาน

นางบรรเทาเล่าว่า หลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ได้ปรับกลยุทธ์ทางการค้า เนื่องจากจังหวัดตราดมีประกาศล็อกดาวน์ คนตราดเก็บตัวอยู่บ้าน ส่วนนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางมาจากจังหวัดอื่น แม้แต่คนจันทบุรีก็มาทานไม่ได้ แม้ทางร้านได้ทำตามมาตรการของสำนักงานสาธารณสุข เพื่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน แต่มีลูกค้าเพียงวันละ 1-2 โต๊ะ บางวันไม่มีเลยหายไปเกือบหมดหรือ 90% ในขณะที่ร้านมีพนักงาน 40 คนที่ต้องดูแล ตั้งแต่เดือนมีนาคมร้านจึงปรับกลยุทธ์มาขายออนไลน์และดีลิเวอรี่บริการส่งถึงบ้าน และจัดโปรโมชั่นปูนึ่งปรับลดราคาลงเกือบ 50% ในขณะที่รักษาคุณภาพ ความสดใหม่ ร้านไม่มีลูกค้า แต่ยังคงรับซื้อปูเพราะมีชาวประมงในท้องถิ่นยังจับปูดำมาขายต้องช่วยรับซื้อเพื่อให้ชาวประมงมีอาชีพมีรายได้ แต่พูดคุยถึงจำเป็นต้องลดราคา เช่น ปกติปูใหญ่ กก.ละ 800-1,000 บาท เหลือ กก.ละ 500-600 บาท ปูก้ามจาก 550 บาท เหลือ 270 บาท

กว่า 2 เดือนที่ผ่านมาปรับขายทางออนไลน์และดีลิเวอรี่ ให้พนักงานช่วยกันทำอาหารส่งให้ลูกค้าในตัวเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงโดยไม่คิดค่าขนส่ง วันละ 2 รอบได้ลูกค้าประมาณ 10% วิธีขายทำโปรโมชั่นปูนึ่งลดราคา 50% จากเดิมกิโลกรัมละ 600-800 บาท เหลือเพียง 350 บาทจะขายดี ส่วนรายการอาหารอื่น ๆ ตามเมนูร้านจะใช้วิธีเพิ่มปริมาณ จริง ๆ แล้วลูกค้าออนไลน์ 50% จะสั่งจาก กทม.และต่างจังหวัดมากกว่าในจังหวัดตราด เมื่อรับออร์เดอร์แล้วจัดแยกใส่ในตู้ฟรีซอุณหภูมิลบ 17 องศาเซลเซียส แพ็กลงกล่องโฟมแช่น้ำแข็ง จัดส่งวันรุ่งขึ้นกับบริษัทขนส่งอาหารสดแช่เย็นโดยเฉพาะภายใน 1-2 วัน ได้รับอาหารสดรสชาติคงเดิมเหมือนใส่ตู้เย็นไว้

“เรามีพนักงานทั้งหมดร่วม 40 คนที่เราต้องดูแลที่พัก อาหาร และเงินเดือนที่ยังคงจ่ายให้ตามปกติ ส่วนใหญ่พนักงานเป็นคนในพื้นที่ที่อยู่ด้วยกันมานาน มีบางส่วนเป็นคนกัมพูชายังคงต้องการทำงานและมีรายได้ส่งไปช่วยเหลือครอบครัว จึงต้องฮึดสู้ไปด้วยกันเพราะวิกฤตนี้ยังส่งผลถึงชุมชนในหมู่บ้านทั้งที่ขายปู รับบริการจอดรถ แปรรูปอาหารทะเล ปลาเค็ม กุ้งแห้ง หมึกแห้ง กะปิ ที่เป็นลูกค้าของบ้านทิวธาราตอนนี้ต้องหยุดทำ”

อีก 3 เดือนไม่ดีขึ้นต้องปิดร้าน

บรรเทากล่าวว่า ร้านอาหารบ้านทิวธาราเคยมีรายได้วันละหลักแสนบาทต่อวัน ตอนนี้เหลือเพียงหลักหมื่นหรือลดเหลือ 5-10% ยังมีค่าใช้จ่าย ไฟฟ้า น้ำประปา พนักงานทั้งหมด 40 คน ต้องจ่ายเงินเดือนให้คนละ 12,000-20,000 บาท บางคน30,000 บาท เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมารายรับขาดทุนแต่ละเดือนกว่า 400,000 บาท เมื่อไม่ได้ปิดร้านไม่มีเงินประกันสังคมมาช่วย ต้องรับเต็ม ๆ

ตอนนี้ได้ธนาคารช่วยลดภาระหยุดส่งเงินต้น งดดอกเบี้ย 6 เดือนช่วยพยุงกิจการ เปิดร้านมาครบ 9 ปีพอดี พนักงานทุกคนอยู่ด้วยกันแบบครอบครัว ไม่สามารถตัดใจปิดร้าน เลิกจ้างพนักงานได้ คิดว่าถ้าอยู่ก็อยู่ด้วยกัน ล้มก็ล้มด้วยกัน หากครบ 3 เดือน ประมาณกลางเดือนมิถุนายนสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องปิดร้าน หยุดกิจการแบบถาวร เพราะคงหมดทุน หมดความหวังที่จะสู้ต่อไป

หวังว่าวิกฤตนี้จะไม่เกิน 3 เดือน ทุกอย่างน่าจะกลับมาค่อย ๆ ดีขึ้น จากรายได้ที่เหลือไม่ถึง 10% พอจะทำให้ร้านอาหารบ้านทิวธาราเปิดบริการต่อไปได้หรือไม่…นี่คืออีกหนึ่งธุรกิจในท้องถิ่นที่นับเวลารอให้ภาวะวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย…เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนกลับมาทำมาหากินฟื้นเศรษฐกิจชุมชน