เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐฯ-จีน ถกตั้งระบบเตือนภัย AI “ทรัมป์” ยันต้องชนะศึก AI ขณะจีนปัดกระแสชะลอพัฒนา
World สหรัฐฯ-จีน ถกตั้งระบบเตือนภัย AI “ทรัมป์” ยันต้องชนะศึก AI ขณะจีนปัดกระแสชะลอพัฒนา
ด่วน! ครม.เคาะแล้วโยกย้าย 8 ข้าราชการคลัง “สลักจิต” ผงาดอธิบดีสรรพากร – “ธีรลักษ์” นั่งธนารักษ์
Finance ด่วน! ครม.เคาะแล้วโยกย้าย 8 ข้าราชการคลัง “สลักจิต” ผงาดอธิบดีสรรพากร – “ธีรลักษ์” นั่งธนารักษ์
ครม.ไฟเขียวตั้ง 6 บิ๊ก กระทรวงยุติธรรม ‘ปิยะ’ คุม DSI
Politics ครม.ไฟเขียวตั้ง 6 บิ๊ก กระทรวงยุติธรรม ‘ปิยะ’ คุม DSI
THRE เปิดเทนเดอร์แลกหุ้น 1:1 ตั้งโฮลดิ้งส์ THREH จ่อเข้าเทรดแทนปลายปี
Finance THRE เปิดเทนเดอร์แลกหุ้น 1:1 ตั้งโฮลดิ้งส์ THREH จ่อเข้าเทรดแทนปลายปี
รัฐบาลเผยหลัง 1 ต.ค. แก้ปม “เงิน กยศ.สะดุด” หลังเริ่มงบ 70-หนุนเพิ่ม 9 พันล้าน
Politics รัฐบาลเผยหลัง 1 ต.ค. แก้ปม “เงิน กยศ.สะดุด” หลังเริ่มงบ 70-หนุนเพิ่ม 9 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดทำเวลา 46 วินาทีบน ‘เป๋าตัง’
Finance หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดทำเวลา 46 วินาทีบน ‘เป๋าตัง’
ROH ค้านเปิดประมูล “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ยันสิทธิซื้อคืนยังอยู่ จับตาผู้ถือหน่วยโหวต 28 ต.ค.
Finance ROH ค้านเปิดประมูล “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ยันสิทธิซื้อคืนยังอยู่ จับตาผู้ถือหน่วยโหวต 28 ต.ค.
กสิกรไทย เกาะกระแส BTS คัมแบ็ก ส่งบัตร “ARIRANG” ลิมิเต็ด รุกฐาน ARMY
Finance กสิกรไทย เกาะกระแส BTS คัมแบ็ก ส่งบัตร “ARIRANG” ลิมิเต็ด รุกฐาน ARMY
พิพัฒน์ ยัน ภท.ไม่แตกแยก-รักกันดี ​โนคอมเม้นต์ข่าว ‘กล้าธรรม’ เล็งซบรัฐบาล
Politics พิพัฒน์ ยัน ภท.ไม่แตกแยก-รักกันดี ​โนคอมเม้นต์ข่าว ‘กล้าธรรม’ เล็งซบรัฐบาล
ดูทั้งหมด

ปลุกท้องถิ่นตั้งแนวรบแก้ไฟป่าเหนือ จี้รัฐเปลี่ยนวิธีคิด-เลิกปลูกพืชเชิงเดี่ยว

04 มิ.ย. 2563 | 11:24น.

ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าของภาคเหนือในปีนี้ (2563) หนักหน่วงรุนแรง และวิกฤตสูงสุดในรอบ 14 ปีมีปฏิกิริยาที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกมิติ ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตผู้คนและเศรษฐกิจ ระยะเวลาอีกเพียง 8 เดือน ฝุ่นควันจะวนกลับมาอีกครั้ง

“สภาลมหายใจเชียงใหม่” องค์กรเล็ก ๆ ที่หลอมรวมบุคคลจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคสาธารณสุข ภาควิชาการ ภาคเอกชน (กกร.) และภาคประชาชน ตระหนักถึงปัญหาฝุ่นควันและไฟป่า เป็นพลังที่กำลังขับเคลื่อนผลักดันการแก้ปัญหาในทุกระดับ โดยมีเป้าหมายให้ทุกชีวิตในสังคมมี “อากาศสะอาด”

“บัณรส บัวคลี่” กรรมการสภาลมหายใจเชียงใหม่ ฝ่ายสื่อมวลชน บอกว่าปีหน้า (2564) จะครบ 15 ปีของปัญหามลพิษฝุ่นควันเชียงใหม่และภาคเหนือ แต่รัฐยังคงเคยชินการแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ และประเมินศัตรูที่ต่อกรด้วยต่ำเกินไป จึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ด้วยเพราะมีปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะภูมิอากาศโลกเข้ามาหนุนเสริม ต้องมีการเตรียมพร้อมตั้งรับ ซึ่งตลอดระยะ 14 ปี เป็นบทสะท้อนว่า การจัดทัพของรัฐดูเบาและไม่ทันสถานการณ์

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โครงการ Medical Hub ของรัฐถือว่าล้มเหลว โครงการลงทุนขนาดใหญ่ในกลุ่ม long stay ต่างถอนตัวไม่มาลงทุน กล่าวได้ว่าปัญหามลพิษฝุ่นควันไฟป่าที่เกิดเป็นประจำตลอด 14 ปีได้ทำลายภาพลักษณ์ของภาคเหนือและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองน่าอยู่ น่าลงทุน เมืองที่ถูกวางตำแหน่งเป็นที่พำนักระยะยาว ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Health Hub)ล้มเหลวพังทลาย ซึ่งมูลค่าผลกระทบและความเสียหายไม่ใช่แค่ด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ เพียงระยะ 3 เดือนที่เกิดปัญหาฝุ่นควันไฟป่าเท่านั้น

ล่าสุด สภาลมหายใจเชียงใหม่ได้ขับเคลื่อนเสนอหลักการสำคัญผ่านจังหวัดเชียงใหม่ และขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดดำเนินการในกลไกของรัฐอย่างจริงจัง ในหลายประเด็น 1.กระบวนการให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม อาทิ รวมพลังทุกภาคส่วน กันเขตชุมชนและที่ทำกินออกจากป่าธรรมชาติให้แล้วเสร็จ นำร่องในนาม “เชียงใหม่โมเดล” เสนอให้ อปท.เป็นแกนประสานการทำงานในระดับพื้นที่ ร่วมกับท้องที่และชุมชน 2.พัฒนาระบบความรู้และฐานข้อมูล โดยเสนอให้เร่งทำแผนที่ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง-ชื้น รวมทั้งแนวกันไฟในแต่ละเขตพื้นที่ให้ชัดเจน สามารถบริหารเชื้อเพลิงได้เหมาะสมกับระบบนิเวศของป่า

3.ความร่วมมือให้เกิดภาคีในการทำงานแก้ปัญหาฝุ่นควัน โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนในป่าเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ป่า สร้างแรงจูงใจด้วยสวัสดิการบางอย่างหรือตั้งเป็นกองทุนชุมชน ขณะที่ภาคธุรกิจจะทำ blockchain สนับสนุนชุมชนดูแลและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน สนับสนุนการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ปลอดไฟเพื่อลดการเผา 4.การสร้างแหล่งรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่น จัดเก็บภาษีท้องถิ่นจากนักท่องเที่ยว สร้าง “กองทุนเชียงใหม่ยั่งยืน” เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเมือง

5.เปลี่ยนแปลงพืชเชิงเดี่ยวที่ใช้ไฟ และพื้นที่ป่า โดยจัดทำโซนนิ่งพืชเกษตรที่ต้องใช้ไฟ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่สูงต้นน้ำ 6.การจัดการพื้นที่เมือง อาทิ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน และเมือง 7.การบริหารปัญหาระดับนโยบาย โดยรัฐบาลต้องประกาศนโยบายอากาศสะอาดและเร่งรัดให้มีกฎหมายอากาศสะอาด พร้อมหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย และในช่วงรอกฎหมาย ให้รัฐบาลจัดให้มีคณะกรรมการบริหารอากาศแห่งประเทศไทยรับผิดชอบการควบคุมค่าอากาศให้มีคุณภาพเหมาะสมกับการดำรงชีวิต

“ระบบการเมืองไทย อำนาจอยู่ที่ส่วนกลางหมดเลย ต่อจากนี้จะไม่มีการทำงานแค่ระยะ 3 เดือนอีกแล้ว ต้องทำระดับท้องถิ่น”

บัณรสกล่าวว่า ภาพฝันที่เราตั้งไว้จะมี 2 track ในการดับไฟ คือ 1.ระดับชาติ ด้วยการยกระดับศักยภาพในการดับไฟภายใต้สภาวะอากาศโลกที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง 2.ระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นนิมิตหมายใหม่ โดยจะใช้ศักยภาพพลังแผ่นดินเชียงใหม่ ก็คือ “ท้องถิ่น” เข้ามาช่วยดับไฟ

“ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน ถ้ามีการบริหารจัดการเหมือนโควิดจะดีที่สุด ช่วงเวลา 8 เดือน แนวรบสำคัญ คือ การให้ศักยภาพท้องถิ่น ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยรัฐบาลต้องปลดล็อก” บัณรสกล่าว

วิทยา ครองทรัพย์ กรรมการสภาลมหายใจเชียงใหม่ ฝ่ายเอกชน กล่าวว่า เชียงใหม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง แต่ปัจจุบันแบรนด์นี้ถูกทำลายด้วยฝุ่นควัน ส่งผลให้มูลค่าของแบรนด์ลดลง หากรัฐบาลยังไม่มีการแก้ปัญหาให้เด็ดขาดและสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จะไม่มีใครมาลงทุน โดยปี 2561 ความเสียหายเกิดขึ้นทั้งคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่ามีต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ต้องใช้จ่ายอันเนื่องมาจากผลกระทบของมลพิษฝุ่นควัน รวมทั้งสิ้น 163,313 ล้านบาท เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 48,431 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อโฟกัสพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2559/2560 ทั้งประเทศมีพื้นที่รวม 7.03 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เพาะปลูกในภาคเหนือมากถึง 4.51 ล้านไร่ ซึ่งการปลูกในพื้นที่ป่าย่อมกระทบกับป่าต้นน้ำและสิ่งแวดล้อมเสียหาย หากประเด็นปัญหานี้ไม่มีใครสนใจ อะไรจะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า

“เราจึงต้องการการแก้ไขทั้งระบบ ต้องหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ ต้องมีกฎหมายเข้ามาจัดการปัญหา โดยในระดับนโยบาย ระหว่างที่รอการพิจารณาการออกกฎหมายอากาศสะอาด รัฐบาลต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารอากาศแห่งประเทศไทย หรือบอร์ดอากาศสะอาด ขึ้นมาก่อน เพราะกฎหมายจะเป็นทางออกทางเดียวของการแก้ปัญหานี้”

คือ บริบทที่ตอกย้ำชัดว่า “ท้องถิ่น-ชุมชน” เป็นพลังสำคัญ เป็นแนวรบแก้ฝุ่นควันไฟป่าตัวจริง และเป็นมุมมองที่รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการแก้ปัญหาใหม่