นักวิจัย มช.ใช้นาโนนำ “ขมิ้นชันไทย-ครีมสมุนไพร” คว้า 4 เหรียญทองด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีเด่นจากงาน EUROEVENT 2020 และแคนาดา เผยจุดเด่น “ครีมสมุนไพร” แก้อักเสบ สามารถซึมลึกลงใต้ผิวหนังได้นานถึง 24 ชั่วโมง ขณะที่ขมิ้นละลายในน้ำได้เป็นรายแรกในไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “รวมพลังวุฒิอาสาธนาคารสมองภาคเหนือ” ที่ จ.เชียงราย ซึ่งจัดโดยมูลนิธิพัฒนาไทร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และวุฒิอาสาธนาคารสมองภาคเหนือ
พบว่ามีผลิตภัณฑ์ครีมนวดแก้ปวดจากสมุนไพรและขมิ้นชันไปคว้ารางวัล 2 เหรียญทอง ด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีเด่นจากงาน EUROEVENT 2020 ทวีปยุโรปเมื่อเดือน พ.ค.2563และรางวัล 2 เหรียญทอง จากการประกวดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมดีเด่น เมื่อเดือน ส.ค.2563 ที่ประเทศแคนาดา
ผศ.ดร.ภญ.รัตติรส คนการณ์ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชศาสตร์, สมุนไพร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือเป็นพื้นที่ที่มีสมุนไพรที่มีคุณค่ามากมายและมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
แต่การนำมาพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกยังต้องทำกันต่อไป ล่าสุดจึงได้ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการนำขมิ้นชันมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เพราะสรรพคุณเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก เช่น บรรเทาโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน ลดไขมันในเส้นเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ลดข้อเสื่อม ป้องกันโรคมะเร็ง ฯลฯแต่ที่ผ่านมาพบปัญหาคือขมิ้นจะไม่ละลายในน้ำจึงทำให้ไม่สามารถดูดซึมเข้าแล้วร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นจึงได้ใช้นาโนเทคโนโลยีเข้าไปห่อหุ้มสารในขมิ้นจนสามารถทำให้ขมิ้นสามารถละลายในน้ำซึ่งถือเป็นรายแรกในประเทศไทย ขณะที่เป็นที่ทราบกันว่าปัจจุบันมีการวิจัยและพยายามทำผลิตภัณฑ์ขมิ้นให้ละลายแต่ยังไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผศ.ดร.ภญ.รัตติรสกล่าวต่อไปว่า ส่วนครีมสมุนไพรลดอาการปวด บวม อักเสบตามข้อและกล้ามเนื้อจากสมุนไพรไทยนั้น มีการใช้สมุนไพรหลากหลายและมีคุณค่าดี แต่ที่ผ่านมาพบปัญหาว่าครีมทั่วไปดูดซึมและออกฤทธิ์ได้นานเพียง 15 นาที จากนั้นความร้อนจะทำให้หายไป ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษาน้อย
จึงได้ค้นคว้าวิจัยด้วยการใช้นาโนเทคโนโลยีสกัดสมุนไพรในอานุภาพขนาดกลางที่เล็กกว่าเส้นผม 800 เท่า ส่งผลทำให้ครีมสามารถซึมลึกลงไปใต้ผิวหนังได้นานถึง 24 ชั่วโมง จนถึงจุดที่ปวดอักเสบจากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยสรรพคุณออกมา ซึ่งการดูดซึมตลอดวันดังกล่าวนั้นแม้ว่าจะล้างผิวหรืออาบน้ำยังคงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมเช่นเดิม จึงทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากกว่า
ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชศาสตร์สมุนไพร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากเป็นนักวิชาการที่ไม่เข้าถึงเรื่องการเผยแพร่และการตลาดเพื่อให้นำผลการค้นคว้าวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ จึงได้ร่วมกับเครือข่ายวุฒิอาสาธนาคารสมองและธุรกิจในเครือของ WQ World Quality of Life เพื่อจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์และจำหน่ายสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว
ปัจจุบันได้จัดทำเป็นกล่องแคปซูลในสมุนไพรขมิ้นและหลอดบีบสำหรับครีม มีกำลังผลิตได้รอบละ 16,000 ชิ้น วันหนึ่งผลิตได้ 3-4 รอบ
โดยกรณีของสมุนไพรขมิ้นบรรจุ 30 แคปซูล จำหน่ายปลีกกล่องละ 1,200 บาทและราคาสมาชิก 600 บาท ส่วนครีมสมุนไพรจำหน่ายปลีกหลอดขนาด 50 กรัม ราคา 350 บาท และราคาสมาชิก 195 บาท ปัจจุบันออกสู่ตลาดได้แล้วประมาณ 1 เดือน พบว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี
“กลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์สมุนไพรมี 3 กลุ่มใหญ่ ๆ และพบว่ากลุ่มที่ให้ความสนใจมากที่สุดคือผู้สูงอายุที่สนใจเสาะหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไปใช้ กลุ่มคนวัยทำงานที่มักมีปัญหาเรื่องออฟฟิศซินโดรมและคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ
ซึ่งพบว่ากลุ่มนี้กลับเป็นผู้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ตามความนิยมใช้โทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบันและกลุ่มคนออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อมักประสบปัญหาจากอาการ”