เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“ธนพิริยะ” ยักษ์ค้าปลีกเชียงราย ปักธง 37 สาขา แข่งห้างดัง-ร้านสะดวกซื้อ

12 ก.พ. 2564 | 13:30น.

“ขอเป็นร้านโชห่วยรายสุดท้ายของประเทศไทยที่ตายลง” นี่คือปณิธานแรงฮึดสู้อันแน่วแน่ของ “อมร พุฒิพิริยะ” ผู้บริหาร บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)

ผู้ประกอบการค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากจังหวัดเชียงราย หรือ TNP ที่ดำเนินธุรกิจให้ก้าวสู่ตลาดการค้าอย่างมั่นคง แม้ยืนอยู่ท่ามกลางวิกฤตก็ยังเดินหน้าปรับตัวเติบโตขึ้นได้

“อมร พุฒิพิริยะ” ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า “ธนพิริยะ” เกิดจากร้านหาบเร่แผงลอยในตลาดเทศบาลเมืองเชียงรายเมื่อปี พ.ศ. 2508 ด้วยเงินทุนตั้งต้นเพียง 3,000 บาท เป็นยุคเริ่มต้นธุรกิจจากน้ำพักน้ำแรงของอากง

ต่อมาในปี 2534 ได้คุณธวัชชัย พุฒิพิริยะ รุ่นลูกอากงเข้ามาสานต่อกิจการและเปลี่ยนจากแผงลอยให้กลายเป็น “พิริยะซุปเปอร์มาร์เก็ต” จนพัฒนามาเป็นร้านค้าปลีกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็น “บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)” ในปี 2543

“หลังจากแต่งงานกับคุณธวัชชัยเริ่มแรกเราช่วยกันสร้างร้านขึ้นมาที่บริเวณแยกหอนาฬิกากลางเมืองเชียงราย โดยมีพนักงานเพียง 1 คน นอกจากการขายสินค้าทั่วไปแล้ว เราก็มีร้านขายยาด้วย

เพราะเรียนจบเภสัชกรมา ซึ่งน่าจะเป็นร้านขายยาแห่งแรกในจังหวัดเชียงรายที่มีการขายยาโดยเภสัชกร มีพื้นที่ขนาด 3 ห้องแถว พัฒนามาเรื่อย ๆก็เริ่มมีคลังสินค้าแล้วปรับตัวเข้าสู่การเป็นนิติบุคคล และเริ่มเติบโตขึ้นเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ปี

ถัดมาเป็นการพัฒนาระบบหลังบ้าน การบริหารจัดการเกี่ยวกับบัญชีและภาษี ใช้ดาต้า เราพยายามเรียนรู้และสามารถเดินหน้าพัฒนามาเรื่อย ๆ ได้อย่างมั่นคงจนขยายสาขาเพิ่มเป็นสาขาที่ 2 เมื่อย่างเข้าปีที่ 16 ห่างจากสาขาแรกประมาณ 3 กิโลเมตร เริ่มต้นการค้าปลีกหน้าร้าน 80% ค้าส่งหลังบ้าน 20% จนเกิดสาขาอื่นตามมา”

เดินหน้าเข้าตลาดสู่จุดเปลี่ยน

จุดเปลี่ยนของธนพิริยะอยู่ในปี 2540 เมื่อครั้งห้างบิ๊กซีเปิดตัวเข้ามาในจังหวัดเชียงราย เริ่มมีกระแสข่าวว่าค้าปลีกของคนไทยจะล้ม โชห่วยจะสูญพันธุ์ ทำให้ธุรกิจการค้าประเภทค้าปลีกหรือร้านโชห่วยเจอวิกฤตหนักที่สุด

“ธนพิริยะ” จึงพยายามปรับทุกจุดบกพร่อง โดยเฉพาะระบบบัญชี ทำทุกอย่างให้ถูกต้องทั้งหมด และโชคดีที่มีระบบหลังบ้านดีอยู่แล้ว ระบบธุรกิจจึงสมบูรณ์ในปี 2552-2553 ก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯในปี 2558

โดยเปิดเทรดวันแรกธนพิริยะมีรายได้อยู่ประมาณ 1,200 ล้านบาท สาขารวมอยู่ทั้งหมด 12 สาขา แล้วเริ่มทยอยเปิดสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันภาพรวมสัดส่วนการค้าปลีกอยู่ที่ 93% ค้าส่งเหลือเพียง 7% ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นรายเก่าแต่ขนาดตลาดกว้างขึ้น

“อมร” เล่าว่า ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่เกิดจากแนวคิดที่จะเดินต่อไปให้เกิดความยั่งยืน เพราะการค้าปลีกค้าส่งในอัตรา 80 : 20 มาร์จิ้นบางมาก กระทั่งมองเห็นถึงกำไรจากหน้าร้านว่าสามารถเลี้ยงหลังบ้านได้หากสินค้าหน้าร้านมีการซื้อขายไม่มากก็ส่งเข้าหลังร้าน

ใช้การขายส่วนจากหลังร้านเป็นตัวทำยอดขายแทน ซึ่งต้องมองตลาดให้ออก และไม่ล้ม ต่อให้ราคาสินค้าแพงขึ้นก็ตาม เพราะร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นฯก็ขายของแพง แต่ยังขายได้ตลอด ฉะนั้น ต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ธนพิริยะขายได้ พอมีกำไร และอาจจะราคาไม่สูงเท่ากับเซเว่นฯด้วย

“เมื่อเดินหน้าเข้ามาในธุรกิจอย่างเต็มตัวแล้วเราถอยหลังกลับไปไม่ได้ คิดเสมอว่าถ้าธุรกิจเราจะตายก็ขอเป็นร้านโชห่วยรายสุดท้ายของประเทศไทยที่ตายลง

ถึงจะพูดแบบขำ ๆ เราก็พยายาม แม้ว่าสถานการณ์ 3 เดือนแรกหลังจากห้างบิ๊กซีเข้ามาน่ากลัวมาก จนเราเริ่มท้อ ยอดขายเราหายไปกว่า 50% พอเราไปเดินดูที่บิ๊กซีต้องขอบคุณเขา เพราะทำให้เรากลับมาปรับเปลี่ยนพัฒนาร้านตัวเองหลายอย่างที่เราบกพร่องไป

อีกอย่างมีเซเว่นฯมาเปิดข้างร้านเรา มีแสงสว่างโดดเด่นกว่าชัดเจน ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนหน้าร้านบ้างเพื่อให้ลูกค้าเห็นชัดขึ้น”

ตั้งเป้าโต 15% ทะลุ 2.2 พัน ล.

ปัจจุบันธนพิริยะมีสาขารวม 32 สาขา มีพนักงานประจำ 12-15 คนต่อสาขา กระจายอยู่ในจังหวัดเชียงราย 26 สาขา เชียงใหม่ 2 สาขา และพะเยา 4 สาขาเฉลี่ยแต่ละสาขาประมาณ 300 ตารางเมตรไม่รวมพื้นที่คลังสินค้า ตั้งการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี

ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในทุกปีนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และการหันมาค้าปลีกมากขึ้นก็แสดงให้เห็นว่ากำไรเติบโตมาก ตั้งเป้ามูลค่ารายได้ที่เติบโตขึ้นในปี 2563 ที่ผ่านมาเบื้องต้นประมาณการ 2,200 กว่าล้านบาท คาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ดบริษัท) และประกาศตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2564

สำหรับแผนงานในปี 2564 “อมร” บอกว่า ธนพิริยะมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา ด้วยงบฯลงทุน 100 ล้านบาท และยังคงพื้นที่ไว้อยู่ใน 3 จังหวัดภาคเหนือเช่นเดิม ด้านกลุ่มสินค้าที่ขายในร้านจะเป็นสินค้าทั่วไป ทั้งอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และยาสามัญประจำบ้าน

ทั้งนี้ ช่วงปีที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโควิด-19 นับเป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ที่ค่อนข้างส่งผลกระทบรอบด้าน ธนพิริยะถือว่าโชคดีในความโชคร้ายและผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเพราะสินค้าภายในร้านล้วนแต่เป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ มีการขายสินค้าฟุ่มเฟือยน้อยมาก ซึ่งภาพธุรกิจการค้ายังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือดอยู่เหมือนเดิม

“การแข่งขันไม่มีที่ไหนไม่ดุนะ แต่เอกลักษณ์เด่นของเราคือราคาถูกจริง ช็อปปิ้งถูกใจ อยู่ใกล้บ้านคุณ ฟังแล้วเห็นภาพเลย และเราไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคู่แข่งใคร เราทำธุรกิจกันในแบบพึ่งพาอาศัยกันมากกว่า

แต่หากของร้านเราหมดเราจะเลือกซื้อของจากในท้องถิ่นก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าพ่อค้าแม่ค้าขายให้เราก็ถือว่าเราได้ช่วยคนในท้องถิ่นด้วยกันแล้ว โดยจะหันไปพึ่งพารายใหญ่เป็นทางเลือกสุดท้าย”

นอกจากนี้ โครงการประชารัฐของรัฐบาลก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยพยุงธุรกิจไว้ได้จริง เพราะโครงการนี้สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการรายเล็กได้ สามารถกระตุ้นรายได้มากถึง 8-10% รวมไปถึงการใช้จ่ายผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อยด้วย

มุมมองการค้าปลีกปี’64

“อมร” บอกว่า การเปิดสาขาเป็นเรื่องของความยั่งยืนอย่างหนึ่งที่จะสามารถทำให้เรากระจายความเสี่ยงได้ แต่พร้อมพัฒนาต่อยอดไปได้อีกเพราะฝันอยากเห็นโชห่วยไทยไปไกลเกิน 100 ปี และเรารอดได้ แค่นี้ยังไม่พอมันต้องรอดเกิน 100 ปี เกิน 3 ชั่วอายุคน ในการบริหาร สร้างทีม ความยากง่ายต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีกหรือค้าส่ง อยู่ที่ความเข้าใจและต้องทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

“ในปี 2564 เราต้องไม่ทำธุรกิจแบบหนีตาย การหนีตายอาจจะทำให้ตายเร็วขึ้น เหมือนเราจมในทะเลทราย ยิ่งเราดิ้น เรายิ่งจม ต้องวางเรื่องงบการเงินดี ๆ หลายรายที่ล้มหายตายจากไปไม่ใช่เพราะพิษโควิดเพียงอย่างเดียว

เขาอาจมีอาการมานานแล้วเหมือนคนป่วยเรื้อรังพอมาเจอโรคแทรกเข้ามาก็ต้องไป ถ้าโครงสร้างแข็งแรง ร่างกายเราแข็งแรงโควิดทำอะไรไม่ได้ ถ้าเราแข็งแรงพอ”

อย่างไรก็ตาม ธนพิริยะถือว่าเดินทางมาครบรอบ 30 ปีพอดี และยังคงเดินหน้าพัฒนารูปแบบการค้าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงเตรียมพร้อมกับกระแสการซื้อของออนไลน์ด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังมองว่าในต่างจังหวัดผู้บริโภคก็ยังใช้ช่องทางออฟไลน์

เดินทางมาซื้อของด้วยตัวเองเกิน 90% เพราะบางครั้งผู้บริโภคไม่ได้แค่อยากซื้อของเท่านั้น แต่มาเดินเล่นหรือมาดูสินค้าด้วยตัวเองซึ่งการเดินทางในปัจจุบันนับว่ามีความสะดวกสบายขึ้นมาก ยกเว้นในเมืองใหญ่ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสการซื้อขายออนไลน์ค่อนข้างมาแรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ร้านโชห่วย