สมาพันธ์อัญมณี
สมาพันธ์อัญมณีฯ ผนึกพันธมิตรจัดงาน Thailand Gems and Jewelry Fair 2023 รับท่องเที่ยว หวังกระตุ้นยอดส่งออกเครื่องประดับไทยโต 5% คาดเอกชนตอบรับเข้าร่วมกว่า 10,000 ราย
นายสมชาย พรจินดารักษ์ นายกสมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาพันธ์ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมจัดงาน Thailand Gems and Jewelry Fair 2023 หรือเทศกาลซื้ออัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 2
โดยการจัดงานครั้งนี้มี ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศตอบรับร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,300 ราย และคาดว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้กว่า 10,000 คน จากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ โดยจะส่งผลให้มียอดคำสั่งซื้อภายหลังจบงานกว่า 50,000-60,000 ล้านบาท และหนุนให้การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปี 2566 โต 5%
การจัดงานครั้งนี้ทางสมาพันธ์มีเป้าหมายจะจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา การจัดงานถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และสามารถสร้างยอดรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่ร่วมงาน และส่งผลให้ภาพรวมของการส่งออกอุตสาหกรรมอัญมณีทั้งปีเติบโตมีมูลค่าถึง 515,000 ล้านบาท โตกว่า 62.3%
หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ใน 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้การค้าการส่งออกมีการหยุดชะงักและชะลอตัว และการส่งออกกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับเริ่มกลับมาฟื้นเมื่อปีที่ผ่านมา จากการเปิดประเทศและผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น ดังนั้นในปี 2566 นี้จึงเชื่อว่าการส่งออกกลุ่มอัญมณีจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ดี การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในปีนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า เงินเฟ้อ ค่าเงินบาทที่มีความผันผวน ปัญหาแรงงานที่ยังคงขาดแคลนยังทำให้แรงงานเข้ามาสู่ระบบไม่เต็มที่ โดยจะกระทบต่อการส่งออกอัญมณีไทย
แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยหนุนโดยเฉพาะตลาดจีนที่เริ่มมีการเปิดประเทศและมีมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น รวมไปถึงค่าเงินบาท แม้จะต้องเฝ้าระวังแต่ก็ส่งผลดีในเรื่องของการนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออกอยู่บ้าง

“ทางสมาพันธ์ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการค้าการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับให้มีความเป็นธรรม และสามารถแข่งขันในตลาดได้ ไม่เฉพาะแค่ตลาดในประเทศแต่รวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย แม้ภาครัฐจะมีการสนับสนุน แต่ก็ยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร ภาคเอกชนยังต้องผลักดันการส่งออกโดยเอกชนด้วยกันเอง
จากนี้จึงยังต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูทั้งในเรื่องของแรงงาน อัตราภาษีที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ส่งเสริมด้านการตลาด เป็นต้น ดังนั้นเชื่อว่าหากภาครัฐเข้ามาช่วยส่งเสริมอย่างเต็มที่จะทำให้อุตสาหกรรมอัญมณีของไทยสร้างรายได้ให้กับประเทศได้มากขึ้น จากที่ปัจจุบันกลุ่มอัญมณีเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งออกอันดับ 3 ของประเทศและสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละกว่าหลายแสนล้านบาท
สำหรับงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ไทยแลนด์เจมส์แอนด์จิลเวลรี่แฟร์ 2023 ที่จะมีขึ้นที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2566 งานนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกที่มารวมไว้ในงานนี้ และประเทศไทยถือเป็น Sourcing Destination หรือแหล่งรวมวัตถุดิบพลอยสีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ผู้ค้าอัญมณีทั่วโลกนึกถึง สามารถก้าวต่อได้
และที่สำคัญยังเป็นผู้ประกอบการที่มีตัวตนและเชื่อถือได้ จากสมาชิกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กว่า 30,000 รายใน 15 สมาคม ที่สามารถตรวจสอบได้บนเว็บไซต์ https://www.thaigemjewelry.or.th/ ซึ่งเป็นช่องทางการส่งเสริมการค้าออนไลน์ให้กับสมาชิกของสมาคม
โดยภายในงานจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ (B2B) และรายย่อย (B2C) เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,300 บูท ทั้งจากอินเดีย อิสราเอล จีน ตุรกี ศรีลังกา ฮ่องกง กว่า 10 ประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมงานครั้งนี้ จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดการค้าการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคักมากขึ้น