Skip to content

บพท.หนุนวิจัย มธ.เชื่อม 5 ระเบียง ศก. ชูไทยศูนย์กลางเอเชีย ตอ.เฉียงใต้

30 พ.ค. 2568 | 15:24น.
บพท.หนุนวิจัย มธ.เชื่อม 5 ระเบียง ศก. ชูไทยศูนย์กลางเอเชีย ตอ.เฉียงใต้

ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ “หลานปู่รัฐบุรุษปรีดี พนมยงค์” ร่วมมือ บพท. ทำวิจัยพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาค เพื่อสร้างไทยเป็นศูนย์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมไทยเชื่อมโลกทุกมิติ ปูทางประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก 

ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวเปิดเวทีการนำเสนอโครงการวิจัยพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาคเพื่อสร้างไทยเป็นศูนย์กลางแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระบุว่า โครงการวิจัยนี้มุ่งแสวงหาคำตอบเพื่อเติมเต็มข้อค้นพบจากงานวิจัยของ บพท. ว่าด้วยการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมไทยเชื่อมโลก กระจายความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชนให้เป็นไปอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ ภายใต้องค์ประกอบหลักสำคัญ 3 ประการคือ 1) พัฒนาการเชื่อมโยง (Connectivity) 2) การพัฒนากลุ่มธุรกิจ (Cluster Development) และ 3) การพัฒนาเมือง (Country Development) โดยตระหนักดีว่าเรื่องของ Connectivity ในระดับภูมิภาค มีความสําคัญอย่างมากต่อการยกระดับความเป็นศูนย์กลางในระดับสากล (Thai Centrality)

“งานวิจัยที่นำโดย ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และจากเวทีประชุมวันนี้ จะทำให้รับทราบคำตอบเติมเต็มช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ เพื่อส่งมอบให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบในการที่ทําให้โครงสร้างพื้นฐานของไทยถูกพัฒนาต่อไป โดยมีคีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญ 3 คํา ได้แก่ 1) ต้นทุน (Cost) 2) เวลา (Time) และ 3) คุณภาพบริการ (Quality of Services) ในมิติต่าง ๆ”

ดร.ปุ่นกล่าวด้วยว่า การที่ไทยจะเข้าร่วมต่อประชาคมโลกของแผนงานหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) หรือว่าอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific) สิ่งที่สําคัญคือ ความสามารถในการเชื่อมต่อของภูมิภาคของเราต่อระบบโลก ซึ่งการเชื่อมต่อนั้น ไม่ใช่แค่ในมิติของสินค้า หรือกายภาพเท่านั้น แต่จะต้องลงไปลึกถึงในเรื่องของมิติอื่น ๆ ด้วย โดยสิ่งที่สําคัญที่สุด คือมิติของพลเมือง

“งานวิจัยชุดนี้ ไม่ได้เป็นแค่งานวิชาการ แต่ บพท.ต้องการแรงบันดาลใจจากคณะทำงาน ดร.รุธิร์และทุกคนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของระบบห่วงโซ่อุปทานของโลก และมีโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลกใหม่ได้เช่นกัน”

ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาคเพื่อสร้างไทยเป็นศูนย์กลางแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท. ชี้แจงว่า โครงการวิจัยนี้ได้นำกรอบวิจัยของ บพท. มาพิจารณาต่อยอดกับชุดข้อมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดชายแดน ซึ่งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติริเริ่มไว้ โดยแปลงแนวความคิดจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไปสู่ระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อมประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ไปถึงประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Thai Centrality) ด้วยการใช้ฐานความเป็นภาคีกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ความเป็นภาคีกลุ่มประเทศพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) และความเป็นภาคีสมาชิกกลุ่มบริกส์ (BRICS) มาเป็นแนวทางกำหนดกรอบวิจัย

“เราวางกรอบวิจัยออกเป็น 5 ระเบียงเศรษฐกิจ ประกอบด้วยระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ระเบียงเศรษฐกิจภาคกลาง-ตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านทุกทิศทาง รวม 8 ประเทศได้แก่ ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย ศรีลังกา”

ศ.ดร.รุธิร์กล่าวว่า ระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ จะมีเชียงใหม่-เชียงราย-ลำพูน-ลำปาง เป็นแกน ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีขอนแก่น-นครราชสีมา-อุดรธานี-หนองคาย เป็นแกน ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก มีฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง-ปราจีนบุรี-สระแก้ว เป็นแกน ระเบียงเศรษฐกิจภาคกลางและตะวันตก มีพระนครศรีอยุธยา-นครปฐม-สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี เป็นแกน และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ มีชุมพร-ระนอง-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช เป็นแกน

“ในกระบวนการวิจัยจะให้ความสำคัญกับการแสวงหาคำตอบเพื่อการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ สร้างความมั่งคั่งแก่ประชาชนในพื้นที่ และนำสู่ความมั่นคงของประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก”

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าโครงการวิจัยนี้กล่าวว่า ความสำเร็จของระเบียงเศรษฐกิจ และประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของโลก ต้องขับเคลื่อนร่วมกันในลักษณะ “ไตรภาคี” ประกอบด้วยภาครัฐ-ภาคเอกชน-ภาควิชาการ ขณะเดียวกันยังต้องขับเคลื่อนภายใต้ 7 ยุทธศาสตร์หลักคือ 1) การพัฒนาและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเชื่อมโยงด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ในภูมิภาค 2) การเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้าข้ามแดนและผ่านแดน 3) สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศให้สอดคล้องและสนับสนุนกับบริบทของการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน 4) พัฒนาการให้บริการการขนส่งและบริการโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน 5) การเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้าข้ามแดนและผ่านแดน 6) ส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างความเป็นผู้นำสำหรับการเชื่อมโยงโลจิสติกส์และการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ 7) ศูนย์กลางการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทั้งในประเทศและประเทศในภูมิภาค

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งานวิจัย ระเบียงเศรษฐกิจ