ราคาน้ำมันดิบ (31 ก.ค.) ปรับเพิ่ม หลังทรัมป์เดินหน้ากดดันคว่ำบาตรรัสเซีย
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังทรัมป์เดินหน้ากดดันคว่ำบาตรรัสเซีย
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำหนดเส้นตายที่เข้มงวดขึ้นต่อรัสเซีย ในการยุติสงครามในยูเครน รวมถึงการขู่เก็บภาษีนำเข้า 100% กับประเทศคู่ค้าน้ำมันกับรัสเซียหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนได้ภายใน 10-12 วัน จากเดิม 50 วัน
ขณะเดียวกัน สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดีย 25% มีผลวันที่ 1 ส.ค. 68 ในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย พร้อมทั้งขู่ว่าต้องเผชิญกับบทลงโทษเพิ่มเติม อีกทั้งเตือนจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซียว่าอาจเผชิญกับภาษีในอัตราที่สูงหากยังคงซื้ออยู่
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก JP Morgan คาดการณ์ว่าจีนไม่มีแนวโน้มจะปฏิบัติตามมาตรการการคว่ำบาตรของสหรัฐ แต่อินเดียส่งสัญญาณว่าอาจยอมทำตาม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกน้ำมันรัสเซียถึง 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 30 ก.ค. 2568 อยู่ที่ 70.00 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.79 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 73.24 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ ไตรมาส 2/68 ขยายตัว 3% สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.3% หลังได้รับแรงหนุนจากดุลการค้าและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 25 ก.ค. 68 ปรับเพิ่มขึ้น 7.7 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 426.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
