Skip to content

ผู้เลี้ยงหมู ค้านนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง ย้ำต้องเร่งหารือทุกฝ่าย

06 ส.ค. 2568 | 11:20น.
ผู้เลี้ยงหมู ค้านนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง ย้ำต้องเร่งหารือทุกฝ่าย

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ เผยหลังหารือ เมื่อ 4 สิงหาคมที่ผ่านมาถึงประเด็นอัตราภาษีสหรัฐ ชี้มีเงื่อนไขนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐ ด้านผู้เลี้ยงขอย้ำ ยังคงค้านนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง จากนี้อาจจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ว่า ความพยายามของทีมไทยแลนด์ในการเจรจาส่งผลให้ทางสหรัฐอเมริกากำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐในอัตรา 19% ซึ่งหนึ่งในข้อเสนอที่หลายภาคส่วนกังวล คือ การเปิดตลาดนำเข้าหมูจากสหรัฐนั้นมองว่าเกษตรกรเป็นผู้ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมาตรฐานของเนื้อหมู ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯได้มีการพูดคุยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด

ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯเองได้เตรียมวางมาตรการรับมือไว้ แต่จำเป็นต้องรอผลการเจรจารวมถึงการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูก่อน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯได้ทำหน้าที่ปกป้องเกษตรกรชาวไทยโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูอย่างเต็มที่

ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยกับ “ประชาชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ ได้มีการประชุมหารือเพื่อติดตามและรับฟังถึงกระแสที่ภายหลังการเจรจาอัตราภาษีสหรัฐของไทย และจะนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐ ระบุจะให้มีการนำเข้าไม่ถึง 1% ของการบริโภคภายในประเทศ โดยรายละเอียดและเงื่อนไขดังกล่าวยังไม่ได้มีการออกมาชี้แจง ทำให้ผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ จำเป็นจะต้องร่วมหารือเพื่อหาแนวทางในการประเมินเรื่องดังกล่าว

โดยภายหลังการประชุมหารือผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศเห็นร่วมกันว่า ยังคงไม่เห็นด้วยที่จะนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐที่มีสารเร่งเนื้อแดง รวมไปถึงยังคงคัดค้านไม่ให้มีการนำเข้าอย่างเต็มที่ พร้อมเร็ว ๆ นี้ ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกร จะขอเข้าหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อติดตามข้อมูลและรายละเอียดที่เกิดขึ้น เพื่อร่วมกันหาแนวทางและตั้งรับปัญหาที่เกิดขึ้น

“ไทยได้อัตราภาษี 19% และในการเจรจามีเงื่อนไขที่ให้นำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐ ซึ่งเป็นเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง โดยในเงื่อนไขและรายละเอียดการนำเข้า เรายังไม่ทราบข้อมูล ในความตั้งใจของผู้เลี้ยงได้มีการยื่นข้อมูลเอกสารให้ไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยยังคงยึดในหลักการ คือ ไม่ให้มีการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงเพราะมีผลต่อสุขภาพ”

สำหรับข้อตกลงที่เจรจาไปแล้ว ทางผู้เลี้ยงสุกรจะดำเนินการอย่างไร เพราะคงไม่สามารถยกเลิก เงื่อนไขที่มีการเจรจาไปแล้วได้นั้น ในส่วนนี้ทางผู้เลี้ยง ยังไม่สามารถให้ข้อมูลและรายละเอียดว่า จำเป็นจะต้องเปิดช่องให้มีการนำเข้าเนื้อหมูไหม โดยทางผู้เลี้ยงสุกรขอไปหารือและรวบรวมข้อมูลในรายละเอียดเงื่อนไขการนำเข้าทั้งหมดก่อน แต่ยังคงยืนยันว่า ยังคัดค้านการนำเข้าเนื้อหมูที่อีสานเร่งเนื้อแดง

นอกจากนี้ สถานการณ์จะถึงขั้นการรวมตัวเพื่อประท้วงคัดค้านหรือไม่นั้น ทางผู้เลี้ยงสุกรระบุได้ว่า ภายใน 3 วัน เราสามารถโละรวบรวมผู้เลี้ยงสุกรที่คัดค้านการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงได้ แต่อย่างไรก็ดี ทางผู้เลี้ยงก็ยังไม่ได้ต้องการให้มีสถานการณ์ถึงขั้นนั้น ยังคงขอดูข้อมูลและรายละเอียดเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพราะต้องยอมรับว่าหากจะต้องมีการนำเข้าจริง จำเป็นจะต้องมีการปรับกฎระเบียบเงื่อนไขในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดมาตรฐาน การใช้สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อหมูก่อน ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวนั้นเราใช้มามากกว่า 30 ปี เพื่อต้องการดูแลสุขภาพผู้บริโภคภายในประเทศ

ส่วนกรณีมาตรการการเยียวยานั้น ผู้เลี้ยงเห็นว่าไม่ได้มีความจำเป็น เพราะทุกวันนี้ผู้เลี้ยงสุกรมีมาตรฐานและการดูแลดีอยู่แล้ว และเรื่องของการตั้งกองทุน ปัจจุบันทางผู้เลี้ยงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งผลักดันการจัดตั้งกองทุนเข้ามาดูแลผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2569 นี้