Skip to content

อรรถกร ประกาศจุดยืน ค้านใช้สารเร่งเนื้อแดงในประเทศ

14 ส.ค. 2568 | 09:39น.
อรรถกร ประกาศจุดยืน ค้านใช้สารเร่งเนื้อแดงในประเทศ

ประกาศจุดยืนชัด “อรรถกร” ค้านใช้สารเร่งเนื้อแดงในประเทศ ชี้ต้องยึดประโยชน์-ความปลอดภัยคนไทยเป็นหลัก เชื่อทีมเจรจาดีลภาษีสหรัฐจะคํานึงถึงผลกระทบในทุกมิติ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคําถามถึงจุดยืนของตนในฐานะผู้ที่กํากับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมปศุสัตว์ ว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการใช้สารเร่งเนื้อแดงในประเทศไทย ตนได้สอบถามจากเพื่อน สส.จากหลายพรรคการเมือง ซึ่งหลายคนให้ความกังวลต่อการใช้สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกรหรือในเนื้อโคจะเกิดอะไรขึ้น จากรายงานหรือผลการศึกษาต่าง ๆ ยืนยันชัดเจนว่าสารเร่งเนื้อแดงหลายตัวจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค เช่น การที่ทําให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นโดยเฉพาะในเด็กและผู้มีครรภ์

ตนในฐานะที่เคยดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคุณพ่อก็เคยดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กํากับดูแลกรมปศุสัตว์โดยตรง และที่สําคัญประธานที่ปรึกษาของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เราต่อสู้กับการใช้สารเร่งเนื้อแดงมาตลอด โดยกรมปศุสัตว์ได้ประกาศแคมเปญและดําเนินนโยบายที่มีชื่อว่า อวสานสารเร่งเนื้อแดงในประเทศไทย ก็มีการไล่จับ ไล่สืบ ไล่ปรับลงโทษคนที่แอบลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง

“ผมยืนยันในจุดยืนว่า ด้วยความเป็นห่วงสุขภาพคนไทยทั้งประเทศ ผมไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตให้มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสัตว์ในประเทศไทย เพราะเรามั่นใจว่าสารเร่งเนื้อแดงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง”

เมื่อถามว่าจุดยืนนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับแนวทางของทีมไทยแลนด์ที่ไปเจรจาแก้ปัญหาภาษีนำเข้าสหรัฐ นายอรรถกรกล่าวว่าตนให้กําลังใจทีมเจรจาเสมอ และก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทีมเจราจา แต่ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงดูแลกํากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราต้องรักษาจุดยืนของเรา แต่ตนยืนยันว่าทุกความเห็นที่เราได้มอบให้กับทีมเจรจาไปก่อนหน้านี้ ตนยึดมั่นในประโยชน์และความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยเป็นหลัก

“ผมเห็นในความตั้งใจของทีมเจรจาที่ต้องการให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดสําหรับประเทศ แต่ท้ายที่สุดแล้วผมเชื่อว่าทีมเจรจาจะคํานึงถึงผลกระทบในมิติต่าง ๆ ไม่ใช่มิติด้านความปลอดภัยอย่างเดียว แต่เป็นทุกมิติที่จะส่งผลกระทบต่อพี่น้องคนไทย” นายอรรถกรกล่าวทิ้งท้าย