“สุชาติ” เผย นบข.เคาะช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ทั้งนาปรัง นาปี เพิ่มโควตาส่งออกข้าวอินทรีย์ไปยุโรป พร้อมตั้งทีมแก้ปัญหาพันธุ์ข้าวระยะยาว
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ได้มอบหมายให้ตนเข้าประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ข้าวโลกและข้าวไทย ปี 2568/2569 โดยคาดว่าราคาข้าวโลก ปีการผลิต 68/69 จะถูกกดดันจากสต๊อกข้าวอินเดียที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์
การระงับการนำเข้าข้าว 2 เดือนของฟิลิปปินส์ การชะลอนำเข้าข้าวไปจนถึงปี 2569 ของอินโดนีเซีย แต่ยังมีปัจจัยบวกช่วยหนุนราคาข้าว เช่น ผลผลิตข้าวในเวียดนาม และฟิลิปปินส์ที่ได้ผลกระทบจากพายุวิภา เวียดนามประกาศเริ่มเก็บ VAT 5% กับสินค้าข้าวเพื่อการส่งออกตั้งแต่ 1 ก.ค. 2568 เป็นต้นไป ซึ่งนโยบายเหล่านี้จะมีผลต่อราคาข้าวตลาดโลกในระยะข้างหน้า เราจึงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด
“ที่ประชุม นบข. พิจารณาและมีมติเห็นชอบกรอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2568 เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำจากภาวะตลาดโลก ช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง วงเงินสูงสุดไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน จ่ายตรงเข้าบัญชีเกษตรกร โดยจะช่วยเหลือเป็นการเฉพาะนาปรังปี’68 เท่านั้น สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/2569 นบข.เคาะช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท วงเงินสูงสุดไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน จ่ายตรงเข้าบัญชีเกษตรกร ซึ่ง นบข.ได้มอบให้กรมการข้าว และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งดำเนินการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปโดยเร็วที่สุด”
ด้านการส่งออกข้าว “ที่ประชุมเห็นชอบการจัดสรรโควตาการส่งออกข้าวอินทรีย์ไปยังสหภาพยุโรปของโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร สำหรับปี 2569-2571 ของกรมการข้าว เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนผู้ประกอบการส่งออกข้าวอินทรีย์ไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จะจัดสรรโควตาการส่งข้าวไปสหภาพยุโรป สำหรับปี 2569-2571 ปริมาณ 1,700 ตันต่อปี”
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าว ให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นเหมาะสมกับพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และตรงกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ และพันธุ์ข้าวต้องมีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร จึงได้ให้ตั้งคณะทำงานประกอบด้วยหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งด้านการผลิต และการตลาด พิจารณาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพข้าวไม่ได้มาตรฐานซึ่งส่งผลต่อราคาขาย และให้รายงาน นบข. ให้ทราบในครั้งต่อไป
“รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากเกษตรกร รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในสินค้าข้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาปรับปรุงมาตรการให้ตรงกับความต้องการจริงในพื้นที่ ทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น และวางรากฐานการแก้ไขปัญหาการผลิตและการตลาดข้าวอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายสุชาติกล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ในฐานะตัวแทนเกษตรกรชาวนา กล่าวว่า “ขอขอบคุณคณะกรรมการ นบข. ท่านประธานและกรรมการทุกท่านในวันนี้ ที่ได้ลงมติช่วยเหลือพี่น้องชาวนาทั้งนาปรัง และนาปี ไร่ละ 1000 บาท ที่ผ่านมาชาวนาเดือดร้อนจากราคาข้าว 5,500-6,000 บาท/ตัน แต่ต้นทุนการผลิต 6,500-7,000 บาท/ตัน การอนุมัติของ นบข. จะช่วยพี่น้องชาวนาที่รอโครงการ กว่า 850,000 ราย ผมขอบคุณแทนพี่น้องชาวนาทั่วประเทศ”
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มติ นบข. ที่เห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิต เสนอ ดังนี้
1.เห็นชอบโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวสูง และราคาข้าวตกต่ำ และมอบหมายให้กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ ธ.ก.ส. จัดทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอยกเว้นมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ด้วย
และดำเนินโครงการต่อไป ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 (ณ วันที่ 31 ก.ค. 68) ประมาณ 854,142 ครัวเรือน พื้นที่ปลูก ประมาณ 11.85 ล้านไร่ โดยประมาณการงบประมาณจากข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และประมาณการเพิ่มเติมพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังภาคใต้ ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร วงเงินประมาณ 7,287.24 ล้านบาท ซึ่งกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำข้อคิดเห็น เหตุผลความจำเป็น นำเสนอในที่ประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณาหารืออย่างรอบคอบและใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับเกษตรกรให้มากที่สุด
2.เห็นชอบทบทวนและปรับเปลี่ยนจาก โครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 (จ่ายไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ วงเงิน 37,935.36 ล้านบาท) ตามมติ นบข. เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็น “โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรปลูกข้าว ปีการผลิต 2568/69” และจ่ายในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ พร้อมมอบหมายกรมการข้าว และ ธ.ก.ส. ร่วมจัดทำโครงการดังกล่าว พร้อมของดเว้นการดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร ในการช่วยลดภาระ ต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และเพื่อจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีการเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ เพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงในอาชีพของ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว
3.เห็นชอบการจัดสรรโควตาการส่งออกข้าวอินทรีย์ไปยังสหภาพยุโรป ของโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร (กรมการข้าว) สำหรับปี 2569-2571 เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนผู้ประกอบการส่งออกข้าวอินทรีย์ไปยังสหภาพยุโรป พร้อมมอบหมายกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พิจารณาจัดสรรโควตาการส่งข้าวไปสหภาพยุโรป ปริมาณ 1,700 ตัน/ปี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด และรายงานผลการดำเนินงานให้ทราบต่อไป
4.เห็นชอบปรับปรุงรายละเอียดโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี 2568 และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำรายละเอียดเอกสารประกอบการเสนอโครงการ ต่อ ครม. เพื่อพิจารณาต่อไป