เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

พิชัย ให้กำลังใจ ศุภจี ทำงานให้สำเร็จ แนะตั้ง KPI 4 เรื่องใน 4 เดือน

15 ต.ค. 2568 | 10:11น.

“พิชัย” ให้กำลังใจ “ศุภจี” ทำงานให้สำเร็จ ห่วงความคาดหวังของสังคมสูง ถ้าทำผลงานไม่ได้คนจะผิดหวังมาก แนะ กำหนด KPI 4 เรื่อง ใน 4 เดือน เช่น แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร รักษาระดับการส่งออก เจรจา FTA กับ EU ให้เสร็จทันสิ้นปี และแก้ปัญหาสินค้าด้อยคุณภาพทะลักเข้าไทย และปัญหานอมินี

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขอให้กำลังใจ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้ทำงานให้สำเร็จตามความคาดหวังที่สูงของประชาชนและกองเชียร์ ทั้งนี้หลังจากที่คุณศุภจีได้เข้าไปทำงานจริง ๆ แล้ว จะพบว่างานในกระทรวงพาณิชย์มีเป็นจำนวนมาก และปัญหาก็มีมากเช่นกัน หากทำไม่ได้ตามที่คาดหวังจะทำให้สังคมผิดหวังอย่างรุนแรงและจะเสียชื่อเสียงได้ นอกจากนี้อยากให้ศึกษารายละเอียดในแต่ละเรื่องให้ชัดเจน มิเช่นนั้นจะทำให้สำเร็จได้ยาก ทั้งนี้ อยากให้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานดังนี้

เรื่อง การส่งข้าว 280,000 ตันไปประเทศจีน ตนได้ติดต่อกับจีนตั้งแต่ปลายปี’67 และตลอดปี’68 โดยเรื่องดังกล่าวผูกพันกับโครงการรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทยที่จีนตกลงซื้อข้าวจากไทยจำนวน 1 ล้านตัน และไทยส่งไปแล้ว 720,000 ตัน แต่ยังขาดอีก 280,000 ตัน ที่จีนขอให้ผูกพันกับความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูง ถ้าทำเรื่องรถไฟความเร็วสูงควบคู่ไปได้ก็จะขายได้ทันทีเลย

อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ดูตัวอย่างของการจัดงาน Thai Rice Convention ในวันที่ 25-27 พฤษภาคม ที่ผ่านมาที่กระทรวงพาณิชย์ในสมัยตนจัด และสามารถขายข้าวได้กว่า 6.6 แสนตัน และอีกแนวทางในการหาตลาดใหม่ โดยการไปขายข้าวที่ทวีปแอฟริกา ซึ่งขายข้าวได้กว่า 4 แสนตัน เป็นต้น แต่ราคาข้าวจะยังเป็นปัญหามาก จากการที่อินเดียทุ่มตลาดในราคาที่ต่ำมาก

การปลูกกล้วยหอมส่งญี่ปุ่น เป็นแนวทางที่ถูกต้อง โดยจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างมาก ประเทศเวียดนามก็ได้ส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมเพื่อส่งออกไปญี่ปุ่น แข่งกับฟิลิปปินส์ที่เป็นเจ้าตลาด โดยมีความต้องการถึงปีละ 1 ล้านตัน แต่ไม่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ต้องเลือกพื้นที่ปลูก และต้องมีวิธีการปลูกและวิธีการเก็บตามแนวทางของญี่ปุ่น ซึ่งตนได้ทดลองปลูกร่วมกับผู้นำเข้าที่ญี่ปุ่นแล้ว 125,000 ต้น ที่อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา

และกำลังรอผลผลิตเพื่อพิสูจน์รายได้และการขยายพื้นที่ปลูกในอนาคต ตอนที่ตนเสนอกลับโดนโจมตีทั้งที่เป็นโครงการที่ดี แต่ รมว.พาณิชย์เสนอคนกลับชื่นชม จึงไม่แน่ใจว่าทำไมถึงต้องลบคลิปสัมภาษณ์และลบข่าวออกหมด และยังให้โฆษกรัฐบาลออกมาโต้ตอบแทนแบบข้อมูลบิดเบือน อ้างว่าไม่เหมือนกัน ทั้งที่เหมือนกันทุกอย่างเพราะข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกัน

การส่งออกมันสำปะหลังกว่า 7.5 ล้านตันไปจีน ซึ่งเป็นการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวขอร้องจีนให้ซื้อเพื่อไปทำแอลกอฮอล์ ทั้งที่ราคาข้าวโพดราคาต่ำมากผลิตแอลกอฮอล์ได้ราคาต่ำกว่าแอลกอฮอล์ที่ทำจากมันสำปะหลังมาก แต่จีนก็ยังช่วยซื้อจำนวนมาก แต่ราคามันสำปะหลังก็ไม่ดีนักเนื่องจากจีนเป็นผู้กำหนดราคา

นอกจากนี้ยังมีการจัดการราคาผลไม้ที่ราคาลดลงมาก จากผลผลิตที่ออกมามาก เช่น ลำไย มังคุด มะม่วง ฯลฯ โดยตนได้แก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนที่มีการปนเปื้อนสาร BY2 ให้สามารถส่งออกไปจีนได้อย่างเรียบร้อยในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้เงินเข้าประเทศกว่าแสนล้านบาท

Advertisement

ดังนั้น เรื่องเร่งด่วนที่กระทรวงพาณิชย์ควรเร่งดำเนินการและสามารถทำให้สำเร็จได้ภายใน 4 เดือน ที่ต้องถือเป็น KPI สำคัญ มี 4 เรื่องดังนี้

1.การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ราคาข้าว ราคามันสำปะหลัง ราคาผลไม้ จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ปัจจุบันราคาข้าวยังต่ำกว่าราคาสมัยที่ตนบริหาร โดยสมัยนั้นข้าวเปลือกนาปีอยู่ที่ตันละ 10,000-11,000 บาท และข้าวเปลือกนาปรัง อยู่ที่ตันละ 8,800-9,000 บาท

2.การรักษาระดับการส่งออก โดยการส่งออก 7 เดือนแรกของปีนี้ ที่ตนบริหารอยู่ขยายถึง 14.4% และ 10 เดือนที่นายกฯ แพทองธารบริหาร การส่งออกสูงถึง 13.3% การจะรักษาระดับการส่งออกให้อยู่ในระดับนี้จะทำอย่างไร โดยการเจรจา Tariff กับสหรัฐได้ผ่านไปด้วยดีแล้ว ทั้งนี้การคาดการณ์ส่งออกเดิมที่ 2-3% เป็นการคาดการณ์เมื่อ มกราคม 2568 ก่อนการส่งออกจะพุ่ง และก่อนการแก้ปัญหาภาษีทรัมป์ และได้ขยับการคาดการณ์เป็นกว่า 10% แล้ว โดย 8 เดือนยังขยายได้ 13.3%

ซึ่งตามที่ รมว.พาณิชย์ให้สัมภาษณ์ว่าจะขยายได้ 6-7% แสดงว่าอีก 4 เดือนที่เหลือการส่งออกจะติดลบ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ อยากให้คำนวณให้ดี และอยากให้รักษาระดับการขยายตัวการส่งออกให้ได้ เพราะจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกลับมาเร็ว เหมือนประเทศเวียดนาม ที่การส่งออกและการลงทุนขยายตัวมากจน เศรษฐกิจเวียดนามแซงไทย โดยในไตรมาสที่ 3 เศรษฐกิจเวียดนามขยายได้ถึง 8.23%

3.การเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งตนได้ดำเนินการไว้แล้วและคาดหวังว่าจะจบได้ก่อนวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ตามที่ได้ตกลงกันแล้วกับ Mr. Maros Sejkovic, EU Commissioner on Trade ดังนั้นจึงอยากให้ทำให้สำเร็จได้ในเวลาที่กำหนด

โดยก่อนหน้านี้ ตนสามารถจบการเจรจากับ EFTA (สวิส นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์) ในเวลาเพียง 2 เดือนครึ่ง (หลังจากที่เจรจาค้างมากว่า 10 ปี) และสามารถไปเซ็น FTA กัน EFTA ได้ในวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างการประชุม WEF และต่อมาในวันที่ 4 เมษายน ได้เซ็น FTA กับประเทศภูฏาน ที่กรุงเทพฯ ระหว่างการประชุม BIMSTEC

4.การป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพไหลทะลักเข้ามาในประเทศไทย และการแก้ปัญหานอมินี ซึ่งตนได้ดำเนินการไว้แล้ว โดยมีการฟ้องร้องสินค้าด้อยคุณภาพ 57,739 คดี และกำลังตรวจสอบนอมินีกว่า 46,918 ราย อยากให้เร่งดำเนินการให้เห็นผลโดยเร็ว เพราะธุรกิจ SMEs ได้รับผลกระทบอย่างมาก

เหมือนที่ได้กล่าวไว้ กระทรวงพาณิชย์มีเรื่องอีกมาก ซึ่งคงต้องใช้เวลานานกว่าจะแก้ไขได้ ดังนั้นจึงอยากเสนอเรื่องสำคัญเพียง 4 เรื่องนี้ในเวลา 4 เดือน ให้ รมว.พาณิชย์คนใหม่แสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อไม่ทำให้ประชาชนและกองเชียร์ที่คาดหวังไว้ต้องผิดหวัง และเชื่อว่าน่าจะต้องทำได้ โดยเมื่อสิ้นสุดรัฐบาลนี้แล้วจะได้มาวัดผลกันว่าผลงานเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ ขอให้กำลังใจ ขอให้ทำงานให้สำเร็จ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิชัย นริพทะพันธุ์