เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศูนย์ทดสอบยานยนต์-ยางล้อ เปิดมา 6 ปีโกยเงิน 190 ล้าน เหลือแค่สนามเดียวครบ 100%

22 ต.ค. 2568 | 16:54น.
ศูนย์ทดสอบยานยนต์-ยางล้อ เปิดมา 6 ปีโกยเงิน 190 ล้าน

ศูนย์ทดสอบยานยนต์-ยางล้อ เปิดมา 6 ปีโกยเงิน 190 ล้าน

“ธนกร” ลงพื้นที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) คืบหน้ากว่า 80% หลังเปิดมาแล้ว 6 ปี ทำเงินกว่า 189 ล้านบาท เหลือแค่สนามทดสอบความเร็วและสมรรถนะ พร้อมเปิดให้บริการ 100% ปี 2570 ดึงเม็ดเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ดันไทยก้าวสู่ฮับยานยนต์แห่งอนาคต

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center – ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมยืนยันเตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบปี 2570 ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ โดยอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก และเป็นอันดับที่ 1 ของภูมิภาคอาเซียน

ส่วนด้านการส่งออกยางล้อรถยนต์ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก ศูนย์ ATTRIC จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายของการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากผู้ผลิตยานยนต์ ชิ้นส่วน และยางล้อ

ศูนย์ดังกล่าวยังเป็นสถานที่รองรับการทดสอบ และวิจัยด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า และยางล้อระดับโลก โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศไทยปีละกว่า 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังกระจายเม็ดเงินในพื้นที่โดยรอบไม่ต่ำกว่า 148 ล้านบาทต่อปี สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ATTRIC มีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้วกว่า 80% ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 2,683 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมได้วางแนวทางในการดำเนินงาน โดยผลักดันให้ ATTRIC เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา (Knowledge Infrastructure) เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน

โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมและถ่ายทอดความรู้ด้านการทดสอบ เพื่อสร้างบุคลากรทักษะสูง รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และที่สำคัญคือลดเวลาและค่าใช้จ่าย ในการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทย

รวมทั้งยังสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงเครื่องมือทดสอบที่มีคุณภาพสูง มาตรฐานสากล ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดีที่สุด

นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ก่อสร้างสนามทดสอบแล้วเสร็จจำนวน 5 สนาม ได้แก่ 1.สนามทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 2.สนามทดสอบระบบเบรกมือ 3.สนามทดสอบการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง 4.สนามทดสอบระบบเบรก และ 5.สนามทดสอบพลวัต ซึ่งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 1 สนาม คือ สนามทดสอบความเร็วและสมรรถนะ โดยพร้อมเปิดให้บริการอย่างครบวงจรได้ในปี 2570

สำหรับด้านการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบยางล้อ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อรองรับการดำเนินงานของศูนย์ทดสอบฯ สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานแล้วจำนวน 19 มาตรฐาน เช่น เสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียกและความต้านทานการหมุน มลพิษทางเสียงของจักรยานยนต์ จุดยึดเข็มขัดนิรภัยฯ เข็มขัดนิรภัย แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จรถไฟฟ้า กระจกนิรภัย การป้องกันผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนจากด้านหน้าของยานยนต์ เป็นต้น

ปัจจุบันศูนย์ทดสอบฯ เริ่มให้บริการทดสอบแก่ผู้ประกอบการแล้วตั้งแต่ปี 2562 โดยมีมูลค่าการทดสอบรวมกว่า 189 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการบริหารงานศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติที่เหมาะสม เพื่อให้การบริหารงานมีความคล่องตัว และรองรับการให้บริการผู้ประกอบการในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงอุตสาหกรรม