Skip to content

ธรรมนัส ผนึก กยท.-กวก. คุมเข้ม ยางผ่านแดน-กำหนดเขตควบคุมยาง สกัดลักลอบ

01 พ.ย. 2568 | 13:34น.
ธรรมนัส ผนึก กยท.-กวก. คุมเข้ม ยางผ่านแดน-กำหนดเขตควบคุมยาง สกัดลักลอบ

“ธรรมนัส” รองนายกและ รมว.เกษตรฯ ผนึก กยท. – กวก. Kick off คุมเข้ม ‘ยางผ่านแดน-กำหนดเขตควบคุมยาง’ นำร่อง 2 จังหวัด เพิ่มมาตรการตรวจสอบทั้งระบบ เบรค การลักลอบยางผิดกฎหมาย มุ่งสร้างเสถียรภาพราคายางไทย

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน Kick off การนำยางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง ว่า การ Kick off การนำยางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง เป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการยางพาราอย่างเป็นระบบ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดย กรมวิชาการเกษตร (กวก.) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากรออกมาตรการควบคุมการนำยางพาราจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ผ่านประเทศไทยไปยังสหพันธรัฐมาเลเซีย ในพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง และ จังหวัดตาก

โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบใบขนสินค้าอย่างละเอียด ผู้นำผ่านสินค้าต้องบรรจุยางพาราในตู้คอนเทนเนอร์และมีเครื่องติดตาม GPS ตลอดเส้นทาง อีกทั้งมีการตรวจสอบคุณภาพและเอกซเรย์โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ จุดต้นทางและปลายทาง ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนและขนย้ายยางพาราผ่านแดนให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง ในส่วนของการขนย้ายยางพาราภายในประเทศ ผ่านเขตควบคุมการขนย้ายยาง ทั้ง 5 จังหวัดตามประกาศของกรมวิชาการเกษตร ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการขนย้าย โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตเพียง 25 บาทเท่านั้น

กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และการปราบปรามการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อนตามแนวชายแดนและยางสวมสิทธิมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรม Kick off ในครั้งนี้เป็นการยกระดับความเข้มข้นนโยบายทำสงครามกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพิ่มมาตรการควบคุมโดยใช้กลไกทางกฎหมายอย่างรัดกุม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยาง ป้องกันการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร ตลอดจนเพื่อสร้างเสถียรภาพราคายางที่เป็นธรรมให้กับตลาดยางพาราไทย

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้มีการลงนาม MOU ร่วมกัน 4 กระทรวง ในการใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาเสถียรภาพราคาให้สูงขึ้น และมีแผนที่จะเจรจาความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ราคายางพาราขยับสูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า หากพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ จะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง

ด้าน ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมดำเนินการให้บริการตรวจสอบรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักรให้แก่ผู้ประกอบการ ในทั้ง 2 จังหวัดนำร่อง เพื่อยกระดับการจัดการขนย้ายให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทยได้จัดทำประกาศ เรื่อง อัตราค่าบริการตรวจรับรองชนิดหรือประเภทของยางนำผ่านราชอาณาจักร ซึ่งระบุรายละเอียดขั้นตอน ระยะเวลาการตรวจ การยื่นคำขอรับบริการ และการออกหนังสือรับรอง ตลอดจนจัดทำคู่มือปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานตรวจสอบการนำสินค้ายางพาราผ่านแดนดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และโปร่งใส

นอกจากนี้ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเสริมว่า กรมวิชาการเกษตร ได้มีการใช้กลไกทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ในการกำหนดเขตควบคุมการขนย้ายยางพารา
เพื่อตรวจสอบที่มาของผลผลิตและป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 (7) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ประกาศกำหนด 5 จังหวัดเป็นเขตควบคุมการขนย้ายยาง และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดังนี้

1) อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
2) อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
3) อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
4) อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
และ 5) อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย