เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อ่อนนุช
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อ่อนนุช
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
ดูทั้งหมด

ผลประเมินพื้นที่ EEC ยังจำเป็นต้องไปต่อ เป็นจุดยุทธศาสตร์พัฒนาอุตฯ ดึงการลงทุน

04 พ.ย. 2568 | 11:08น.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

บอร์ด EEC รับทราบผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. EEC 2561 พื้นที่ EEC ยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและวิถีชีวิตของประชาชน เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรม ส่งเสริมการลงทุน รอ ครม. ไฟเขียวเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอีก 7 แห่ง ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้กระทรวงดีอี เป็นเจ้าภาพเร่งเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ดันไทยเป็น ASEAN Digital Hub

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ. หรือ บอร์ด EEC) ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

จุฬา สุขมานพ

โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม ว่าในการประชุมดังกล่าวบอร์ดได้พิจารณาและมีมติในเรื่องที่สำคัญ ดังนี้ 1.เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2567-2570 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านดิจิทัลให้มีความทันสมัย รองรับการลงทุนด้านดิจิทัลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่มีความทันสมัยระดับนานาชาติ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อีอีซี

ประกอบด้วย 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้ทันสมัยรองรับการเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และแนวทางที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม

โดยมีแผนงาน/โครงการที่สำคัญ เช่น โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) โครงการวางแผนผังด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อบริหารจัดการโครงข่ายดิจิทัลให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบคมนาคมและสาธารณูปโภคในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนงานยกระดับกฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องรองรับกิจกรรมด้านดิจิทัล แผนงานยกระดับเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ แผนงานยกระดับการให้บริการภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

โดยได้มอบหมายให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำกับ ติดตาม และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลฯ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นกรอบในการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการและการดำเนินงาน รวมถึงขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป

2.บอร์ดรับทราบ รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 โดย สกพอ.ได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เป็นที่ปรึกษาในการประเมินผลสัมฤทธิ์ ซึ่งได้จัดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ผ่านระบบกลางทางกฎหมายเว็บไซต์ www.law.go.th การจัดสัมมนาสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมาย ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดรวม 350 คน การจัดสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานของ สกพอ.

Advertisement

ทั้งนี้ สามารถสรุปการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 ในหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่ 1.กฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยังมีความจำเป็นและสอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและวิถีชีวิตของประชาชน เนื่องจากพื้นที่อีอีซีเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศที่มีความก้าวหน้าสู่ระดับสากล และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการลงทุนและยกระดับเศรษฐกิจให้มีความสามารถในการแข่งขัน

2.กฎหมายดังกล่าวยังมีผลทำให้เกิดการดำเนินการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร เพื่อลดอุปสรรคและต้นทุนในการประกอบกิจการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นการซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกับกฎหมายอื่น เนื่องจากเป็นการดำเนินเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเท่านั้น

3.กฎหมายฉบับนี้ยังมีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะบทบาทของกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาพื้นที่และชุมชน ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมให้ทุนการศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้เกิดขี้นอย่างเป็นรูปธรรมอันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจต่อไป

และ 3.บอร์ดยังได้รับทราบ ความก้าวหน้าการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งปัจจุบัน สกพอ. ได้ขับเคลื่อนให้เกิดการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ รวม 46 แห่ง (รวมที่อยู่ในระหว่างรอเสนอ ครม. เพื่อทราบ 7 แห่ง)

แบ่งเป็นรูปแบบนิคมอุตสาหกรรม 32 แห่ง รูปแบบเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ 9 แห่ง และรูปแบบที่เอกชนขอจัดตั้งเพื่ออุตสาหกรรมหนึ่งอุตสาหกรรมใดโดยเฉพาะ 5 แห่ง การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจรของ สกพอ. (EEC-OSS) ที่สามารถให้บริการแล้วมากกว่า 50 รายการคำขอ ครอบคลุมการขอจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ การขอรับสิทธิประโยชน์ และการขออนุมัติอนุญาตตามกฎหมายได้ 7 ฉบับ

อาทิ การขุดดินถมดิน การก่อสร้างอาคาร และด้านสาธารณสุข เป็นต้น รวมถึงความคืบหน้าในการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคและบุคลากรเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการเชื่อมโยงประโยชน์การลงทุนสู่พื้นที่และชุมชน